ถ้าคุณเพิ่งจดบริษัท เพิ่งจด VAT หรือเพิ่งได้หนังสือจากสรรพากร คำถามแรกมักเป็นคำถามเดียวกันหมด คือ "ต้องจ้างสำนักงานบัญชีไหม แล้วเดือนละเท่าไร"
คำตอบสั้น ๆ คือ ถ้าคุณจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแล้ว กฎหมายกำหนดให้ต้องมีผู้ทำบัญชีที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง และต้องส่งงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบทุกปี ส่วนค่าบริการในกรุงเทพฯ ปี 2569 เริ่มประมาณ 1,500 บาทต่อเดือนสำหรับบริษัทเปิดใหม่ที่เอกสารยังน้อย และขยับขึ้นตามจำนวนเอกสาร จำนวนลูกจ้าง และความซับซ้อนของธุรกิจ
หน้านี้รวมทุกอย่างที่ควรรู้ก่อนเลือกสำนักงานบัญชี ตั้งแต่ราคา วิธีเลือก เอกสารที่ต้องส่ง ไปจนถึงสัญญาณอันตรายที่เจอบ่อย
ค่าทำบัญชีรายเดือนในกรุงเทพฯ ประมาณเท่าไร
ค่าทำบัญชีรายเดือนในกรุงเทพฯ ปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 1,500 ถึง 30,000 บาทต่อเดือน โดยตัวแปรที่กำหนดราคามากที่สุดคือ จำนวนเอกสารต่อเดือน ไม่ใช่ยอดขาย
สำนักงานบัญชีส่วนใหญ่คิดราคาจากจำนวนใบกำกับภาษี ใบเสร็จ และรายการเดินบัญชีที่ต้องบันทึก เพราะนั่นคือปริมาณงานจริง บริษัทที่มียอดขายเดือนละล้านบาทจากลูกค้า 3 ราย อาจจ่ายถูกกว่าร้านออนไลน์ที่ยอดขายสองแสนแต่มีออเดอร์ 500 รายการ
| ลักษณะกิจการ | เอกสารต่อเดือนโดยประมาณ | ค่าบริการ (บาท/เดือน) |
|---|---|---|
| บริษัทเปิดใหม่ ยังไม่มีรายการ (งบเปล่า) | 0 ถึง 10 ชิ้น | 1,000 ถึง 2,000 |
| นิติบุคคลเล็ก ยังไม่จด VAT | น้อยกว่า 30 ชิ้น | 1,500 ถึง 3,000 |
| จด VAT แล้ว มีลูกจ้าง 1 ถึง 5 คน | 30 ถึง 100 ชิ้น | 3,000 ถึง 6,000 |
| ร้านค้าออนไลน์ ร้านอาหาร มีสต็อก | 100 ถึง 300 ชิ้น | 6,000 ถึง 12,000 |
| กิจการที่มีหลายสาขาหรือลูกจ้างมาก | เกิน 300 ชิ้น | 12,000 ถึง 30,000 |
ตัวเลขเป็นช่วงโดยประมาณของ พ.ศ. 2569 ราคาจริงขึ้นกับขอบเขตงานที่ตกลงกัน
สิ่งที่คนมักลืมคือ ค่าใช้จ่ายรายปีที่แยกจากค่ารายเดือน ได้แก่ ค่าปิดงบการเงิน และค่าสอบบัญชีที่จ่ายให้ผู้สอบบัญชี ซึ่งรวมกันมักอยู่ที่ 12,000 ถึง 35,000 บาทต่อปีสำหรับบริษัทขนาดเล็ก บางสำนักงานรวมไว้ในค่ารายเดือนแล้ว บางที่แยกเก็บตอนปลายปี ต้องถามให้ชัดตั้งแต่วันแรก ไม่อย่างนั้นงบประมาณจะพลาดไปทั้งปี
อ่านรายละเอียดการแบ่งราคาตามขนาดธุรกิจได้ที่ ค่าทำบัญชีรายเดือน 2569 ราคาเท่าไร แยกตามขนาดธุรกิจ
จ้างสำนักงานบัญชีคุ้มกว่าทำเองไหม
คุ้มเมื่อเวลาที่คุณเสียไปกับงานเอกสารมีค่ามากกว่าค่าจ้าง และเมื่อกิจการเป็นนิติบุคคลซึ่งมีกำหนดยื่นแบบหลายรายการต่อเดือน
ถ้าคุณเป็นฟรีแลนซ์หรือบุคคลธรรมดาที่มีรายได้ทางเดียว การยื่นภาษีเองผ่านระบบออนไลน์ของกรมสรรพากรทำได้จริงและไม่ยากเกินไป หลายคนจ้างเฉพาะตอนยื่นภาษีประจำปีครั้งละ 1,000 ถึง 3,500 บาทก็พอ
แต่พอจดเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน เรื่องเปลี่ยนไปทันที เพราะต้องมีผู้ทำบัญชีที่ขึ้นทะเบียน ต้องยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่ายทุกเดือน ต้องปิดงบและส่งงบที่ผ่านการตรวจสอบทุกปี การทำเองทั้งหมดโดยไม่มีพื้นฐานบัญชีมักจบลงที่ค่าปรับซึ่งแพงกว่าค่าจ้างทั้งปี
ทางสายกลางที่หลายกิจการใช้คือ ใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์บันทึกรายรับรายจ่ายเอง แล้วให้สำนักงานบัญชีทำหน้าที่ปิดบัญชี ยื่นแบบ และตรวจความถูกต้อง วิธีนี้มักทำให้ค่าบริการถูกลงเพราะเอกสารเข้ามาเป็นระเบียบแล้ว
เปรียบเทียบสองทางเลือกแบบละเอียดได้ที่ ทำบัญชีเองด้วยโปรแกรม เทียบกับจ้างสำนักงานบัญชี
วิธีเลือกสำนักงานบัญชีให้ได้ของจริง
เลือกจาก 3 เรื่องหลัก คือ ผู้ทำบัญชีขึ้นทะเบียนถูกต้อง ขอบเขตงานเขียนชัดเป็นลายลักษณ์อักษร และการติดต่อกลับที่เชื่อถือได้ ราคาถูกที่สุดแทบไม่เคยเป็นเกณฑ์ที่ดีในหมวดนี้
เหตุผลง่ายมาก สำนักงานที่รับราคาต่ำผิดปกติมักแก้สมการด้วยการรับงานต่อคนเยอะเกินไป ผลที่ตามมาคือเอกสารตกหล่น ยื่นแบบช้า และติดต่อไม่ได้ในช่วงที่งานเร่ง ซึ่งเป็นช่วงที่คุณต้องการเขามากที่สุดพอดี
สิ่งที่ควรเช็กก่อนตัดสินใจ
- ชื่อผู้ทำบัญชีที่จะรับผิดชอบกิจการของคุณ พร้อมเลขทะเบียน ไม่ใช่แค่ชื่อสำนักงาน
- ใบเสนอราคาที่แยกชัดว่า "รวม" อะไร และ "ไม่รวม" อะไร โดยเฉพาะค่าปิดงบและค่าสอบบัญชี
- ใครเป็นผู้สอบบัญชี และค่าสอบบัญชีประมาณเท่าไร
- ช่องทางติดต่อหลัก และเวลาตอบกลับที่รับปากได้จริง
- วิธีส่งเอกสาร ส่งไฟล์ได้ไหม หรือต้องส่งกระดาษทุกเดือน
- ถ้าเลิกใช้บริการ เขาจะส่งมอบข้อมูลอะไรคืนให้บ้าง และคิดเงินเพิ่มหรือไม่
- ประสบการณ์ในธุรกิจแบบเดียวกับคุณ เพราะร้านอาหาร ร้านออนไลน์ และงานรับเหมา มีจุดที่ต้องระวังต่างกัน
ข้อ 6 คือข้อที่คนถามน้อยที่สุดแต่เจ็บที่สุด เพราะตอนย้ายสำนักงานบัญชีแล้วข้อมูลไม่ครบ สำนักงานใหม่จะต้องรื้อย้อนหลัง ซึ่งคิดเงินเพิ่มเสมอ
ดูเกณฑ์เลือกและคำถามที่ควรถามแบบเต็มที่ วิธีเลือกสำนักงานบัญชี 7 ข้อที่ต้องเช็กก่อนเซ็น
วิธีตรวจสอบว่าผู้ทำบัญชีขึ้นทะเบียนจริง
ตรวจได้ 2 ชั้น คือ ตรวจ ผู้ทำบัญชี ที่แจ้งขึ้นทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และตรวจ ผู้สอบบัญชี ที่ขึ้นทะเบียนกับสภาวิชาชีพบัญชี (CPA) หรือกรมสรรพากร (ผู้สอบบัญชีภาษีอากร หรือ TA)
ทั้งสองบทบาทนี้ไม่เหมือนกันและกฎหมายไม่ให้เป็นคนเดียวกันสำหรับกิจการเดียวกัน ผู้ทำบัญชีคือคนบันทึกบัญชีและจัดทำงบ ส่วนผู้สอบบัญชีคือคนตรวจและลงลายมือชื่อรับรองงบการเงิน
จุดที่ต้องรู้เพิ่ม
- ผู้ทำบัญชี 1 คนรับงานได้จำกัดจำนวนรายต่อปีตามเพดานที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนด ถ้าสำนักงานเล็กมากแต่บอกว่าดูแลลูกค้าหลายร้อยราย ควรถามว่ามีผู้ทำบัญชีกี่คน
- ผู้ทำบัญชีต้องเก็บชั่วโมงอบรมพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทุกปีตามจำนวนที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนด
- ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) รับรองงบได้เฉพาะห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนขนาดเล็กตามเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด ถ้ากิจการคุณเป็นบริษัทจำกัด ต้องใช้ CPA
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีโครงการรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชีแบบสมัครใจ ไม่ได้แปลว่าสำนักงานที่ไม่มีตรานี้ทำงานไม่ดี แต่ถ้ามีก็เป็นข้อมูลประกอบที่ดี รายละเอียดโครงการสอบถามจากกรมโดยตรง
วิธีตรวจทีละขั้นและสิ่งที่ควรขอดูจากสำนักงาน อยู่ที่ ตรวจสอบผู้ทำบัญชีขึ้นทะเบียน ผู้สอบบัญชี CPA และ TA
ปฏิทินงานบัญชีที่เกิดขึ้นทุกเดือนและทุกปี
งานบัญชีของนิติบุคคลมีรอบที่ค่อนข้างตายตัว ถ้าเข้าใจรอบนี้ คุณจะรู้ทันทีว่าสำนักงานบัญชีทำงานตรงเวลาหรือไม่
| รอบ | รายการ | กำหนดโดยประมาณ |
|---|---|---|
| ทุกเดือน | ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1, 3, 53) | ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป การยื่นออนไลน์อาจได้ขยายเวลาตามประกาศ ตรวจกำหนดล่าสุดกับกรมสรรพากร |
| ทุกเดือน | ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) เฉพาะผู้จด VAT | ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป |
| ทุกเดือน | เงินสมทบประกันสังคม | ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป |
| ครึ่งรอบบัญชี | ภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี (ภ.ง.ด.51) | ภายใน 2 เดือนนับแต่วันสุดท้ายของ 6 เดือนแรกของรอบบัญชี |
| ทุกปี | ภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) | ภายใน 150 วันนับแต่วันสิ้นรอบบัญชี |
| ทุกปี | ประชุมอนุมัติงบและนำส่งงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า | ประชุมภายใน 4 เดือนนับแต่วันสิ้นรอบบัญชี และนำส่งภายใน 1 เดือนนับแต่วันอนุมัติ (บริษัทจำกัด) |
สิ่งที่คุณควรได้รับกลับมาทุกเดือนคือ หลักฐานการยื่นแบบ ไม่ใช่แค่ข้อความว่า "ยื่นแล้วนะคะ" เพราะใบเสร็จหรือหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์คือสิ่งเดียวที่พิสูจน์ได้ว่ายื่นจริงและยื่นทัน
อ่านขั้นตอนทำงานร่วมกับสำนักงานบัญชีตลอดปีที่ ทำงานกับสำนักงานบัญชี รอบเดือนและรอบปีมีอะไรบ้าง
เอกสารที่ต้องส่งให้สำนักงานบัญชีทุกเดือน
ส่งให้ครบ 5 กลุ่ม คือ เอกสารขาย เอกสารซื้อและค่าใช้จ่าย รายการเดินบัญชีธนาคาร เอกสารเงินเดือนและลูกจ้าง และเอกสารพิเศษของเดือนนั้น
ยิ่งส่งเร็วและครบ ยิ่งลดโอกาสยื่นภาษีผิด และหลายสำนักงานลดราคาให้กิจการที่ส่งเอกสารเป็นระบบ เพราะงานเขาเบาลงจริง
สิ่งที่ตกหล่นบ่อยที่สุด
- ใบกำกับภาษีซื้อที่ลืมเก็บ ทำให้เสียสิทธิ์ภาษีซื้อไปเปล่า ๆ
- สลิปโอนเงินจากแอปธนาคารที่ไม่มีเอกสารประกอบว่าจ่ายค่าอะไร
- ค่าใช้จ่ายที่เจ้าของจ่ายจากบัญชีส่วนตัวแล้วไม่เคยแจ้ง
- หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ที่ลูกค้าออกให้แล้วเก็บไว้เอง
- เอกสารจากแพลตฟอร์มขายของออนไลน์ที่ดาวน์โหลดได้ย้อนหลังจำกัด
จุดสำคัญอีกข้อคือ อย่าปนบัญชีธนาคารส่วนตัวกับบัญชีบริษัท เพราะทำให้บัญชีจับคู่รายการไม่ได้ และเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ทำให้ค่าบริการถูกขยับขึ้นกลางทาง
รายการเอกสารแบบเช็กได้ทีละข้อ อยู่ที่ เอกสารที่ต้องส่งให้สำนักงานบัญชีทุกเดือน ครบทุกรายการ
จดทะเบียนบริษัทกับ หจก. ต่างกันอย่างไร และเสียเท่าไร
ค่าจดทะเบียนบริษัทจำกัดในกรุงเทพฯ ปี 2569 รวมค่าบริการและค่าธรรมเนียมราชการมักอยู่ที่ประมาณ 10,000 ถึง 20,000 บาท ส่วนห้างหุ้นส่วนจำกัดถูกกว่า มักอยู่ที่ประมาณ 4,000 ถึง 10,000 บาท ค่าธรรมเนียมราชการในยอดนี้เป็นไปตามอัตราของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ควรตรวจอัตราปัจจุบันก่อนตั้งงบ
ความต่างที่กระทบระยะยาวมากกว่าค่าจดคือภาระหลังจดทะเบียน บริษัทจำกัดมีขั้นตอนมากกว่า ต้องประชุมผู้ถือหุ้น ต้องใช้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต และมีเอกสารที่ต้องนำส่งมากกว่า ส่วนห้างหุ้นส่วนจำกัดเบากว่าในทางปฏิบัติ แต่หุ้นส่วนผู้จัดการรับผิดไม่จำกัด ซึ่งเป็นความเสี่ยงคนละแบบ
ก่อนตัดสินใจ ควรคิดถึงเรื่องนี้ด้วย
- ลูกค้าของคุณเป็นบริษัทใหญ่ที่ต้องการคู่ค้าเป็นบริษัทจำกัดหรือไม่
- จะขอสินเชื่อธุรกิจหรือรับงานราชการในอนาคตหรือไม่
- รายได้ต่อปีจะถึงเกณฑ์ต้องจด VAT เมื่อไร
- มีหุ้นส่วนกี่คน และจะแบ่งอำนาจกันอย่างไร
การจดนิติบุคคลไม่ได้แปลว่าเสียภาษีน้อยลงเสมอไป ขึ้นกับโครงสร้างรายได้ ค่าใช้จ่ายที่มีเอกสาร และแผนการถอนเงินออกจากกิจการ ควรให้ผู้ทำบัญชีคำนวณเทียบทั้งสองทางจากตัวเลขจริงของคุณก่อน
รายละเอียดค่าใช้จ่ายและเอกสารที่ต้องเตรียม อยู่ที่ ค่าจดทะเบียนบริษัท หจก. 2569 เท่าไร เตรียมอะไรบ้าง
ปัญหาที่พบบ่อยและสัญญาณอันตราย
ปัญหาที่เจ้าของกิจการเจอบ่อยที่สุดคือ ยื่นแบบช้าจนโดนค่าปรับ ติดต่อสำนักงานบัญชีไม่ได้ในช่วงใกล้กำหนด และการส่งมอบงานที่ไม่สมบูรณ์ตอนเปลี่ยนสำนักงาน
สัญญาณที่ควรระวังตั้งแต่ต้น
- เสนอราคาต่ำกว่าตลาดมากโดยไม่ระบุว่ารวมงานอะไรบ้าง
- ไม่ยอมบอกชื่อและเลขทะเบียนของผู้ทำบัญชีที่รับผิดชอบ
- ไม่ส่งหลักฐานการยื่นแบบให้ดูทุกเดือน
- พูดทำนองว่า "จัดการให้ได้ ไม่ต้องห่วง" หรือ "มีคนรู้จักในหน่วยงาน"
- เสนอให้ใช้เอกสารค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงเพื่อลดภาษี
- ไม่มีสัญญาหรือใบเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษร
ข้อที่ 5 ไม่ใช่แค่เรื่องจรรยาบรรณ แต่ความรับผิดทางกฎหมายตกอยู่ที่กิจการและกรรมการเป็นหลัก ไม่ใช่ที่สำนักงานบัญชี การยอมรับข้อเสนอแบบนี้จึงเป็นการรับความเสี่ยงไว้เองทั้งหมด
ถ้าเจอปัญหาแล้ว สิ่งที่ควรทำทันทีคือ รวบรวมหลักฐานการยื่นแบบย้อนหลัง ตรวจสถานะการยื่นของกิจการกับหน่วยงานโดยตรง และขอไฟล์ข้อมูลบัญชีทั้งหมดคืนเป็นลายลักษณ์อักษร
วิธีรับมือรายกรณี รวมถึงค่าปรับที่อาจเกิดขึ้น อยู่ที่ บัญชีทิ้งงาน ยื่นภาษีช้า ค่าปรับ รับมืออย่างไร
checklist ก่อนเซ็นสัญญากับสำนักงานบัญชี
ใช้รายการนี้เช็กก่อนโอนเงินงวดแรก ถ้าติดข้อใดข้อหนึ่ง ให้ถามให้ชัดก่อน
- [ ] รู้ชื่อและเลขทะเบียนผู้ทำบัญชีที่รับผิดชอบกิจการของคุณ
- [ ] มีใบเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุงานที่รวมและไม่รวม
- [ ] รู้ค่าปิดงบและค่าสอบบัญชีรายปีล่วงหน้า ไม่ใช่ไปรู้ตอนปลายปี
- [ ] รู้ชื่อผู้สอบบัญชีที่จะรับรองงบ
- [ ] ตกลงกันแล้วว่าส่งเอกสารทางไหน และภายในวันที่เท่าไรของทุกเดือน
- [ ] ตกลงแล้วว่าจะได้รับหลักฐานการยื่นแบบทุกเดือน
- [ ] รู้ว่าถ้ายื่นช้าเพราะความผิดของสำนักงาน ใครรับผิดชอบค่าปรับ
- [ ] รู้เงื่อนไขการยกเลิกบริการและการส่งมอบข้อมูลคืน
- [ ] มีช่องทางติดต่อสำรองนอกจากไลน์ส่วนตัวของพนักงานคนเดียว
- [ ] ตรวจแล้วว่ากิจการต้องจด VAT หรือยัง และใครรับผิดชอบเรื่องนี้
เมื่อไรควรเปลี่ยนสำนักงานบัญชี
ควรพิจารณาเปลี่ยนเมื่อเกิดการยื่นแบบล่าช้าซ้ำ ติดต่อไม่ได้ในช่วงสำคัญ หรือไม่ได้รับหลักฐานการยื่นแม้ทวงแล้ว
ถ้าตัดสินใจเปลี่ยน ให้ทำตามลำดับนี้เพื่อไม่ให้งานขาดช่วง
- เลือกสำนักงานใหม่และตกลงวันเริ่มงานให้ชัด โดยปกติควรเริ่มที่ต้นรอบบัญชีหรือต้นเดือนถัดไป
- ขอข้อมูลคืนจากสำนักงานเดิมเป็นลายลักษณ์อักษร ทั้งงบทดลอง สมุดบัญชี รายละเอียดสินทรัพย์ และไฟล์ข้อมูล
- ขอสำเนาแบบและหลักฐานการยื่นย้อนหลังอย่างน้อยรอบบัญชีปัจจุบัน
- แจ้งเปลี่ยนผู้ทำบัญชีในระบบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เรียบร้อย
- ให้สำนักงานใหม่ตรวจยอดยกมาก่อนเริ่มบันทึกรายการใหม่
ช่วงเปลี่ยนมือคือช่วงที่เกิดข้อผิดพลาดมากที่สุด ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1 เดือนและอย่าเปลี่ยนตอนใกล้กำหนดปิดงบ
อ่านต่อ
- ค่าทำบัญชีรายเดือน 2569 ราคาเท่าไร แยกตามขนาดธุรกิจ ค่าทำบัญชีรายเดือน 2569 แยกตามขนาดธุรกิจและจำนวนเอกสาร
- วิธีเลือกสำนักงานบัญชี 7 ข้อที่ต้องเช็กก่อนเซ็น วิธีเลือกสำนักงานบัญชี พร้อมคำถามที่ต้องถามก่อนเซ็น
- ค่าจดทะเบียนบริษัท หจก. 2569 เท่าไร เตรียมอะไรบ้าง ค่าจดทะเบียนบริษัทและห้างหุ้นส่วน 2569
- ทำงานกับสำนักงานบัญชี รอบเดือนและรอบปีมีอะไรบ้าง ขั้นตอนทำงานกับสำนักงานบัญชีในแต่ละเดือนและแต่ละปี
- ตรวจสอบผู้ทำบัญชีขึ้นทะเบียน ผู้สอบบัญชี CPA และ TA วิธีตรวจสอบผู้ทำบัญชีขึ้นทะเบียน ผู้สอบบัญชี CPA และ TA
- เอกสารที่ต้องส่งให้สำนักงานบัญชีทุกเดือน ครบทุกรายการ เอกสารที่ต้องส่งให้สำนักงานบัญชีทุกเดือน
- บัญชีทิ้งงาน ยื่นภาษีช้า ค่าปรับ รับมืออย่างไร ปัญหาที่พบบ่อย บัญชีทิ้งงาน ยื่นช้า และค่าปรับ
- ทำบัญชีเองด้วยโปรแกรม เทียบกับจ้างสำนักงานบัญชี ทำบัญชีเองด้วยโปรแกรม เทียบกับจ้างสำนักงานบัญชี
ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางบัญชีเฉพาะราย กฎหมาย อัตราภาษี ค่าธรรมเนียม และกำหนดยื่นแบบเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบกับผู้ทำบัญชีหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางบัญชีหรือภาษีเฉพาะราย เว็บไซต์เป็นเพียงสมุดรายชื่อ ไม่ใช่คู่สัญญาหรือผู้ให้บริการ