รับจ้างทั่วไทย

เอกสารที่ต้องส่งให้สำนักงานบัญชีทุกเดือน ครบทุกรายการ

อัปเดต 2569/09 · หมวด สำนักงานบัญชี

ส่งให้ครบ 5 กลุ่ม คือ เอกสารขาย เอกสารซื้อและค่าใช้จ่าย รายการเดินบัญชีธนาคาร เอกสารเงินเดือนและลูกจ้าง และเอกสารพิเศษของเดือนนั้น ภายในวันที่ตกลงกันไว้ โดยส่วนใหญ่คือวันที่ 1 ถึง 5 ของเดือนถัดไป

ส่งครบและตรงเวลาช่วยได้ 2 อย่าง คือลดโอกาสยื่นภาษีผิด และทำให้ค่าบริการไม่ถูกปรับขึ้นเพราะงานจัดเอกสารบานปลาย

กลุ่มที่ 1 เอกสารขาย

  • ใบกำกับภาษีขายทุกใบ เรียงตามเลขที่ ห้ามข้ามเลข รวมใบที่ยกเลิกด้วย
  • ใบเสร็จรับเงิน ใบแจ้งหนี้ ใบส่งของ
  • ใบลดหนี้และใบเพิ่มหนี้
  • รายงานยอดขายจากระบบขายหน้าร้าน ถ้ามี
  • รายงานยอดขายและค่าธรรมเนียมจากแพลตฟอร์มออนไลน์ทุกช่องทาง
  • หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ที่ลูกค้าออกให้คุณ

รายการสุดท้ายคือสิ่งที่ถูกลืมบ่อยที่สุด เพราะลูกค้ามักส่งมาทางอีเมลหรือแนบมากับใบโอน แล้วเจ้าของเก็บไว้เองโดยไม่ได้ส่งต่อให้บัญชี ผลคือเสียสิทธิ์นำไปเครดิตภาษี

กลุ่มที่ 2 เอกสารซื้อและค่าใช้จ่าย

  • ใบกำกับภาษีซื้อทุกใบ
  • ใบเสร็จรับเงินและบิลเงินสดที่ระบุชื่อกิจการ
  • ใบแจ้งหนี้จากผู้ขายที่ยังไม่ได้จ่าย
  • ค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าโทรศัพท์
  • ใบเสร็จค่าขนส่งและค่าน้ำมัน พร้อมข้อมูลว่าใช้กับงานอะไร
  • ค่าโฆษณาออนไลน์ พร้อมใบเสร็จและหลักฐานการชำระเงิน
  • เอกสารซื้อสินทรัพย์ เช่น คอมพิวเตอร์ เครื่องจักร รถยนต์
  • สำเนาหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ที่กิจการออกให้ผู้รับเงิน

ใบเสร็จที่ออกในชื่อบุคคลไม่ใช่ชื่อกิจการ มักใช้เป็นรายจ่ายของกิจการไม่ได้ หรือใช้ได้จำกัด ควรแจ้งร้านค้าให้ออกในชื่อกิจการตั้งแต่ตอนซื้อ

กลุ่มที่ 3 ธนาคาร

  • รายการเดินบัญชี (statement) ของทุกบัญชีของกิจการ ครบทั้งเดือน
  • สลิปโอนเงินทุกรายการที่ไม่มีเอกสารอื่นประกอบ พร้อมหมายเหตุว่าจ่ายค่าอะไรให้ใคร
  • เอกสารเงินกู้ ดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมธนาคาร
  • รายการรับเงินจากช่องทางชำระเงินออนไลน์

คำเตือนสำคัญคือ อย่าใช้บัญชีธนาคารส่วนตัวรับหรือจ่ายเงินของกิจการ เพราะบัญชีจะจับคู่รายการไม่ได้ ต้องไล่ถามทีละรายการ ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ค่าบริการถูกขยับขึ้นกลางปี

กลุ่มที่ 4 เงินเดือนและลูกจ้าง

  • ตารางเงินเดือนของเดือนนั้น พร้อมยอดหักต่าง ๆ
  • ข้อมูลพนักงานเข้าใหม่ เช่น สำเนาบัตรประชาชน วันที่เริ่มงาน อัตราค่าจ้าง
  • ข้อมูลพนักงานลาออก พร้อมวันที่สิ้นสุด
  • ค่าล่วงเวลา เบี้ยขยัน โบนัส และค่าคอมมิชชัน
  • เอกสารประกันสังคมที่ได้รับระหว่างเดือน
  • เอกสารค่าลดหย่อนของพนักงาน ถ้าเป็นช่วงที่ต้องใช้

การแจ้งพนักงานเข้าออกช้าทำให้การนำส่งประกันสังคมผิดพลาด ซึ่งแก้ย้อนหลังได้แต่ยุ่งกว่าการแจ้งให้ทันในเดือนนั้น

กลุ่มที่ 5 เอกสารพิเศษของเดือนนั้น

  • สัญญาใหม่ทุกฉบับ เช่น สัญญาเช่า สัญญาจ้าง สัญญากู้ยืม
  • เอกสารการลงทุนหรือการซื้อขายสินทรัพย์
  • หนังสือจากหน่วยงานราชการทุกฉบับ ส่งทันทีที่ได้รับ ไม่ต้องรอสิ้นเดือน
  • เอกสารเงินยืมกรรมการ หรือรายการกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกัน
  • รายงานสินค้าคงเหลือ ถ้ากิจการมีสต็อก

หนังสือจากหน่วยงานราชการคือข้อที่ห้ามดอง เพราะหลายฉบับมีกำหนดให้ตอบกลับภายในเวลาที่จำกัด การส่งช้าอาจทำให้เสียสิทธิ์ชี้แจง

วิธีจัดไฟล์ให้บัญชีทำงานเร็วขึ้น

  1. ตั้งชื่อโฟลเดอร์เป็นปีและเดือน เช่น 2569-09
  2. แยกโฟลเดอร์ย่อยเป็น ขาย ซื้อ ธนาคาร เงินเดือน อื่น ๆ
  3. ถ่ายรูปหรือสแกนให้อ่านออกทั้งใบ เห็นเลขที่และวันที่ชัด
  4. ตั้งชื่อไฟล์ด้วยวันที่และชื่อคู่ค้า เช่น 0912-ชื่อร้าน-ค่าวัตถุดิบ
  5. สรุปรายการที่ไม่แน่ใจไว้ในไฟล์เดียว แล้วถามรวดเดียว
  6. เก็บต้นฉบับกระดาษไว้ด้วย เพราะ พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 กำหนดให้เก็บรักษาบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันปิดบัญชี

การถ่ายรูปใบเสร็จแบบเอียง มืด หรือขาดมุม ทำให้บัญชีต้องทักกลับและงานช้าไปทั้งรอบ ใช้เวลาถ่ายให้ดีอีก 5 วินาทีคุ้มกว่ามาก

สิ่งที่คนลืมบ่อยที่สุด 7 อย่าง

  1. หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายที่ลูกค้าออกให้
  2. ใบกำกับภาษีซื้อที่ตกอยู่ในกระเป๋าหรือในรถ
  3. ค่าใช้จ่ายที่เจ้าของจ่ายจากบัญชีหรือบัตรส่วนตัว
  4. รายงานยอดขายและค่าธรรมเนียมจากแพลตฟอร์มออนไลน์
  5. ใบกำกับภาษีที่ยกเลิก ซึ่งต้องส่งด้วย ไม่ใช่ทิ้ง
  6. รายการเดินบัญชีของบัญชีธนาคารที่เพิ่งเปิดใหม่
  7. หนังสือจากหน่วยงานราชการที่ถูกเก็บไว้เพราะคิดว่าไม่สำคัญ

ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางบัญชีหรือภาษีเฉพาะราย เว็บไซต์เป็นเพียงสมุดรายชื่อ ไม่ใช่คู่สัญญาหรือผู้ให้บริการ

อ่านต่อ