รับจ้างทั่วไทย

สำนักงานบัญชีย่านเกษตร-นวมินทร์ รับทำบัญชี ยื่นภาษี จดทะเบียนบริษัท

ย่านเกษตร-นวมินทร์ ในลาดพร้าว มีสำนักงานบัญชีและผู้รับทำบัญชีที่เรารวบรวมไว้ 4 แห่ง ในรัศมีประมาณ 2.5 กิโลเมตรจากจุดกลางย่าน

ย่านนี้เป็นทำเลที่เจ้าของกิจการหลายรายเลือกหาสำนักงานบัญชีไว้ใกล้ที่ทำการ เพราะสะดวกตอนส่งเอกสารกระดาษและตอนนัดคุยเรื่องปิดงบ

ด้านล่างมีคู่มือครบ ทั้งค่าทำบัญชีรายเดือนโดยประมาณ เอกสารที่ต้องส่งทุกเดือน และคำถามที่ควรถามก่อนตกลงจ้าง ข้อมูลอัปเดตเดือนกันยายน 2569

จำนวนร้าน
4 แห่ง
แขวงที่หนาแน่นสุด
แขวงนวลจันทร์
มีเบอร์โทร
3 แห่ง
ยืนยันข้อมูลแล้ว
0 แห่ง

ย่านเกษตร-นวมินทร์ ลาดพร้าวมีสำนักงานบัญชี 4 แห่ง (ข้อมูล กันยายน 2569)

แผนที่ย่านเกษตร-นวมินทร์ (รัศมี 2.5 กม.) ในลาดพร้าว
แผนที่ย่านเกษตร-นวมินทร์ (รัศมี 2.5 กม.) ในลาดพร้าว · จุดสีส้ม 4 จุด กดเพื่อดูร้าน

รายชื่อสำนักงานบัญชีย่านเกษตร-นวมินทร์ 4 แห่ง

  1. 1.

    สำนักงานบัญชี พิพัฒน์พล

    แขวงนวลจันทร์ · 51 847 ถ.นวลจันทร์

    ดูรายละเอียด
  2. 2.

    iBetter

    แขวงลาดพร้าว · 315/5 หมู่บ้านพรีเมี่ยมเพลส 13 Soi Sukhontha Sawat 11

    ดูรายละเอียด
  3. 3.

    ภักดีการบัญชีและภาษีอากร

    แขวงนวลจันทร์ · 11/56 Nawamin Rd

    ดูรายละเอียด

คู่มือเลือกสำนักงานบัญชีย่านเกษตร-นวมินทร์

ค่าทำบัญชีรายเดือน ราคากลางปี 2569

ค่าทำบัญชีรายเดือนเริ่มประมาณ 1,500 บาทสำหรับบริษัทเล็กที่ยังไม่จด VAT และขยับขึ้นตามจำนวนเอกสาร ไม่ใช่ตามยอดขาย

ถ้าคุณเพิ่งจดบริษัทและยังแทบไม่มีรายการ หลายสำนักงานคิด 1,000 ถึง 2,000 บาทต่อเดือน พอเริ่มมีลูกค้าและจด VAT ราคาจะขยับไปที่ 3,000 ถึง 6,000 บาท และถ้าเป็นร้านค้าออนไลน์หรือร้านอาหารที่มีบิลวันละหลายสิบใบ มักอยู่ที่ 6,000 ถึง 12,000 บาทต่อเดือน

สิ่งที่มือใหม่มักลืมคือค่าใช้จ่ายรายปีที่แยกต่างหาก ทั้งค่าปิดงบการเงินและค่าสอบบัญชี ซึ่งรวมกันมักอีก 12,000 ถึง 35,000 บาทต่อปีสำหรับบริษัทขนาดเล็ก ก่อนตกลงจึงควรถามคำถามเดียวให้จบ คือ "ปีแรกทั้งหมดจ่ายเท่าไร"

อยากรู้ว่ากิจการแบบคุณควรอยู่ช่วงราคาไหน อ่านรายละเอียดแยกตามขนาดธุรกิจได้ที่ ค่าทำบัญชีรายเดือน 2569 ราคาเท่าไร แยกตามขนาดธุรกิจ

อ่านฉบับเต็ม

วิธีเลือกสำนักงานบัญชี

วิธีเทียบสำนักงานบัญชีที่ใช้ได้จริง คือทำตารางเทียบ 3 เจ้าด้วยข้อมูลชุดเดียวกัน

หัวข้อเทียบสิ่งที่ต้องได้คำตอบ
ผู้ทำบัญชีชื่อและเลขทะเบียนของคนที่ดูแลกิจการคุณ
ขอบเขตงานรวมยื่นภาษีรายเดือน ประกันสังคม ปิดงบ สอบบัญชี หรือไม่
ราคารวมทั้งปีค่ารายเดือน บวกค่าปิดงบ บวกค่าสอบบัญชี
การตอบกลับช่องทางหลักและเวลาตอบกลับที่รับปาก

ส่งข้อมูลกิจการชุดเดียวกันให้ทุกเจ้า เช่น จำนวนเอกสารต่อเดือน จำนวนลูกจ้าง และสถานะ VAT แล้วเทียบที่ช่องราคารวมทั้งปี ไม่ใช่ค่ารายเดือน เพราะสองเจ้าที่เสนอเท่ากันต่อเดือน อาจมีค่าใช้จ่ายรวมต่างกันเกือบ 20,000 บาท

ดาวน์โหลดแนวคำถามฉบับเต็ม 12 ข้อได้ที่ วิธีเลือกสำนักงานบัญชี 7 ข้อที่ต้องเช็กก่อนเซ็น

อ่านฉบับเต็ม

คำถามที่ต้องถามก่อนตกลงจ้าง

มีคำตอบบางแบบที่ควรถือเป็นสัญญาณให้ถอย แม้ราคาจะน่าสนใจแค่ไหน

  • "ไม่ต้องห่วง เราจัดการให้ได้ทุกกรณี" โดยไม่อธิบายว่าจัดการอย่างไร
  • "มีคนรู้จักในหน่วยงาน" หรือรับปากว่าจะไม่โดนตรวจ
  • "หาบิลค่าใช้จ่ายมาลงเพิ่มได้ ภาษีจะได้น้อยลง"
  • เลี่ยงไม่ตอบเรื่องชื่อผู้ทำบัญชีหรือชื่อผู้สอบบัญชี
  • ไม่ยอมทำใบเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษร

ข้อที่ 3 อันตรายที่สุด เพราะความรับผิดตามกฎหมายตกอยู่ที่กิจการและกรรมการเป็นหลัก ไม่ใช่ที่คนเสนอ การรับข้อเสนอแบบนี้จึงเท่ากับรับความเสี่ยงไว้เองทั้งหมด โดยที่ประหยัดได้เพียงระยะสั้น

คำถามที่ควรถามแทนคือ "มีค่าใช้จ่ายอะไรของกิจการที่เรายังไม่ได้เก็บเอกสารบ้าง" ซึ่งเป็นการจัดการที่ถูกต้องและได้ผลจริง

อ่านวิธีคัดกรองสำนักงานบัญชีแบบละเอียดที่ วิธีเลือกสำนักงานบัญชี 7 ข้อที่ต้องเช็กก่อนเซ็น

อ่านฉบับเต็ม

ปัญหาและกลโกงที่พบบ่อย

ข้อเสนอที่ควรปฏิเสธทันทีคือการชวนให้ใช้เอกสารค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงเพื่อลดภาษี ไม่ว่าจะเรียกว่าอะไรก็ตาม

เหตุผลไม่ใช่แค่เรื่องจรรยาบรรณ แต่เพราะความรับผิดตกอยู่ที่กิจการและกรรมการเป็นหลัก ไม่ใช่ที่คนเสนอ ถ้าถูกตรวจย้อนหลัง คนที่ต้องชี้แจงและรับภาระคือคุณ ส่วนคนที่แนะนำมักไม่อยู่ในภาพแล้ว

คำพูดอีกกลุ่มที่ควรระวังคือการรับปากว่าจะไม่โดนตรวจ หรือบอกว่ารู้จักเจ้าหน้าที่ เพราะการลดหรืองดเบี้ยปรับเป็นเรื่องที่มีหลักเกณฑ์ตามกฎหมาย ไม่ใช่สิ่งที่รับประกันล่วงหน้าได้

คำถามที่ควรถามแทนคือ "มีค่าใช้จ่ายของกิจการที่เรายังไม่ได้เก็บเอกสารบ้างไหม" ซึ่งมักได้ผลจริงและไม่สร้างความเสี่ยงย้อนหลัง

อ่านรายการสัญญาณอันตรายและวิธีรับมือเมื่อเกิดปัญหาแล้วที่ บัญชีทิ้งงาน ยื่นภาษีช้า ค่าปรับ รับมืออย่างไร

อ่านฉบับเต็ม

ขั้นตอนทำงานกับสำนักงานบัญชี

ลำดับงานในหนึ่งเดือนของกิจการที่มีระบบ เป็นแบบนี้

ช่วงสิ่งที่เกิดขึ้น
วันที่ 1 ถึง 5คุณส่งเอกสารของเดือนที่แล้วให้ครบ
วันที่ 2 ถึง 7สำนักงานตรวจความครบถ้วนและทักกลับถ้าขาด
ภายในวันที่ 7ยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ภายในวันที่ 15ยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มและเงินสมทบประกันสังคม
ปลายเดือนบันทึกบัญชี ออกงบทดลอง ส่งหลักฐานการยื่นให้คุณ

กำหนดเวลาข้างต้นเป็นแนวปฏิบัติทั่วไปและเปลี่ยนได้ตามประกาศของหน่วยงาน โดยเฉพาะการขยายเวลาสำหรับการยื่นผ่านระบบออนไลน์ ควรยืนยันกับผู้ทำบัญชีทุกปี

สิ่งที่ควรได้รับกลับทุกเดือนคือหลักฐานการยื่นแบบ ไม่ใช่เพียงข้อความยืนยันทางแชต

ดูรอบครึ่งปีและรอบปิดงบประจำปีแบบละเอียดที่ ทำงานกับสำนักงานบัญชี รอบเดือนและรอบปีมีอะไรบ้าง

อ่านฉบับเต็ม

checklist ก่อนเริ่มงานกับสำนักงานบัญชี

ก่อนเริ่มเดือนแรก ควรเคลียร์ 6 ข้อนี้ให้จบ แล้วงานทั้งปีจะราบรื่นขึ้นมาก

  • [ ] รู้ชื่อและเลขทะเบียนผู้ทำบัญชีที่รับผิดชอบกิจการ
  • [ ] มีใบเสนอราคาระบุงานที่รวมและไม่รวมเป็นลายลักษณ์อักษร
  • [ ] รู้ค่าปิดงบและค่าสอบบัญชีรายปีล่วงหน้า
  • [ ] ตกลงแล้วว่าส่งเอกสารทางไหน ภายในวันที่เท่าไรของทุกเดือน
  • [ ] ตกลงแล้วว่าจะได้รับหลักฐานการยื่นแบบทุกเดือน
  • [ ] เปิดบัญชีธนาคารในชื่อกิจการ แยกจากบัญชีส่วนตัวแล้ว

ข้อสุดท้ายคือข้อที่ช่วยประหยัดเงินได้มากที่สุดโดยไม่ต้องต่อรองราคาเลย เพราะเมื่อเงินกิจการกับเงินส่วนตัวปนกัน บัญชีต้องไล่ถามทีละรายการ ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ค่าบริการถูกขยับขึ้นกลางปี

ดูรายการเอกสารรายเดือนแบบเช็กได้ทีละข้อที่ เอกสารที่ต้องส่งให้สำนักงานบัญชีทุกเดือน ครบทุกรายการ

อ่านฉบับเต็ม

ผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีที่ต้องขึ้นทะเบียน

กิจการนิติบุคคลต้องมีผู้ทำบัญชีที่แจ้งขึ้นทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และต้องมีผู้สอบบัญชีลงนามรับรองงบการเงินประจำปี ซึ่งเป็นคนละคนกัน

ผู้ทำบัญชีคือคนบันทึกบัญชีและจัดทำงบ ส่วนผู้สอบบัญชีคือคนตรวจและแสดงความเห็นต่องบ กฎหมายไม่ให้คนเดียวกันทำทั้งสองบทบาทให้กิจการเดียวกัน เพราะผู้ตรวจต้องเป็นอิสระจากผู้จัดทำ

สิ่งที่ควรขอตั้งแต่วันแรกคือชื่อและเลขทะเบียนของทั้งสองบทบาท ไม่ใช่แค่ชื่อสำนักงาน เพราะชื่อผู้ทำบัญชีจะผูกกับกิจการของคุณอยู่แล้วตามกฎหมาย สำนักงานที่ทำงานตรงไปตรงมาจะตอบได้ทันทีโดยไม่ลังเล

ดูวิธีตรวจสอบทีละขั้นและช่องทางของแต่ละหน่วยงานที่ ตรวจสอบผู้ทำบัญชีขึ้นทะเบียน ผู้สอบบัญชี CPA และ TA

อ่านฉบับเต็ม

ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางบัญชีหรือภาษีเฉพาะราย เว็บไซต์เป็นเพียงสมุดรายชื่อ ไม่ใช่คู่สัญญาหรือผู้ให้บริการ

คำถามที่พบบ่อย

ค่าทำบัญชีรายเดือนประมาณเท่าไร

ประมาณ 1,500 ถึง 30,000 บาทต่อเดือนในกรุงเทพฯ ปี 2569 โดยบริษัทเล็กที่ยังไม่จด VAT และมีเอกสารไม่เกิน 30 ชิ้นต่อเดือน มักอยู่ที่ 1,500 ถึง 3,000 บาท ราคาขึ้นกับจำนวนเอกสารเป็นหลัก ไม่ใช่ยอดขาย และควรถามเพิ่มว่ารวมค่าปิดงบกับค่าสอบบัญชีรายปีหรือยัง

ถ้ายื่นภาษีช้าจะโดนอะไรบ้าง

มี 3 กลุ่มหลักคือค่าปรับอาญาจากการยื่นเกินกำหนด เงินเพิ่มที่คิดเป็นอัตราต่อเดือนของภาษีที่ต้องชำระ และเบี้ยปรับกรณียื่นไม่ถูกต้องหรือแสดงภาษีขาด ส่วนการนำส่งงบการเงินล่าช้ามีค่าปรับแยกต่างหาก อัตราทั้งหมดเป็นไปตามที่กรมสรรพากรและกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดและเปลี่ยนได้ตามประกาศ สิ่งที่ควรทำคือรีบยื่นเพื่อหยุดยอดเงินเพิ่มที่เดินตามเวลา

เปลี่ยนสำนักงานบัญชีกลางปีได้ไหม

ได้ แต่ควรเริ่มที่ต้นรอบบัญชีหรือต้นเดือนถัดไป และหลีกเลี่ยงช่วงใกล้ปิดงบ ก่อนเปลี่ยนต้องขอข้อมูลคืนจากที่เดิมเป็นลายลักษณ์อักษร ทั้งงบทดลอง สมุดบัญชี ทะเบียนสินทรัพย์ และหลักฐานการยื่นย้อนหลัง จากนั้นแจ้งเปลี่ยนผู้ทำบัญชีในระบบของหน่วยงานให้เรียบร้อย

อยู่ลาดพร้าว ต้องใช้สำนักงานบัญชีในลาดพร้าวเท่านั้นไหม

ไม่จำเป็น เพราะงานบัญชีส่วนใหญ่ส่งเอกสารเป็นไฟล์และยื่นแบบผ่านระบบออนไลน์ได้ หลายกิจการในลาดพร้าวใช้สำนักงานในเขตข้างเคียงอย่างห้วยขวาง จตุจักร และบางเขน โดยไม่มีปัญหา แต่ถ้ากิจการของคุณยังใช้เอกสารกระดาษจำนวนมาก หรืออยากเข้าไปคุยหน้าตรงกันได้ การเลือกที่อยู่ใกล้ก็ช่วยประหยัดเวลาจริง

ค่าทำบัญชีในลาดพร้าวแพงกว่าเขตอื่นไหม

ราคาค่าทำบัญชีต่างกันตามขนาดงานมากกว่าตามทำเลที่ตั้ง โดยทั่วไปอยู่ในช่วง 1,500 ถึง 30,000 บาทต่อเดือนเหมือนกันทั้งกรุงเทพฯ สิ่งที่ทำให้ราคาต่างกันจริงคือจำนวนเอกสารต่อเดือน การจด VAT จำนวนลูกจ้าง และขอบเขตงานที่รวมอยู่ในแพ็กเกจ จึงควรเทียบจากใบเสนอราคาที่แยกรายการให้ชัด

ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางบัญชีหรือภาษีเฉพาะราย เว็บไซต์เป็นเพียงสมุดรายชื่อ ไม่ใช่คู่สัญญาหรือผู้ให้บริการ

เขตข้างเคียง

หมวดใกล้เคียง

ดูเพิ่มเติม