การตกแต่งคอนโด รีโนเวทบ้าน หรือสร้างบ้านใหม่ เป็นการใช้เงินก้อนใหญ่ที่อยู่กับคุณไปอีกหลายปี คนส่วนใหญ่จึงเริ่มจากคำถามเดียวกันว่า ค่าออกแบบเท่าไร และจะรู้ได้อย่างไรว่านักออกแบบคนนี้เข้าใจงบและการใช้ชีวิตของเรา
คำตอบสั้น ๆ คือ ค่าออกแบบตกแต่งภายในปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 500 ถึง 3,000 บาทต่อตารางเมตร หรือประมาณ 5 ถึง 15 เปอร์เซ็นต์ของงบตกแต่ง ส่วนค่าออกแบบบ้านโดยสถาปนิกมักคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของค่าก่อสร้าง สิ่งที่ทำให้งานจบดีไม่ได้อยู่ที่ราคาค่าแบบอย่างเดียว แต่อยู่ที่ brief ที่ชัด งบที่บอกตรงตั้งแต่ต้น และสัญญาที่เขียนขอบเขตงานครบ
คู่มือนี้สรุปทุกเรื่องที่ควรรู้ก่อนนัดคุยกับนักออกแบบคนแรก ตั้งแต่ราคา วิธีเลือก ขั้นตอน ใบอนุญาต รูปแบบการจ้าง กลโกงที่พบบ่อย ไปจนถึงเช็กลิสต์ก่อนเซ็น
ค่าออกแบบตกแต่งภายในและค่าแบบบ้านปี 2569 ประมาณเท่าไร
ค่าออกแบบตกแต่งภายในปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 500 ถึง 3,000 บาทต่อตารางเมตร หรือคิดเป็นประมาณ 5 ถึง 15 เปอร์เซ็นต์ของงบตกแต่ง ส่วนค่าออกแบบบ้านสร้างใหม่มักคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของค่าก่อสร้าง ตัวเลขขึ้นกับขอบเขตงาน ควรขอใบเสนอราคา
ตัวเลขนี้คือค่า "ความคิดและเอกสาร" ยังไม่รวมค่าวัสดุ ค่าแรงช่าง และเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งเป็นก้อนใหญ่กว่ามาก
| รายการ | ราคาโดยประมาณ ปี 2569 | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ค่าออกแบบตกแต่งภายใน | 500 ถึง 3,000 บาท/ตร.ม. | งานคอนโดเล็กบางรายตั้งขั้นต่ำต่อโครงการ |
| ค่าออกแบบภายในแบบเปอร์เซ็นต์ | 5 ถึง 15% ของงบตกแต่ง | งบยิ่งต่ำ เปอร์เซ็นต์มักยิ่งสูง |
| ค่าออกแบบบ้านสร้างใหม่ | ขึ้นกับพื้นที่ ขอบเขตงาน ขอใบเสนอราคา | ต้องถามว่ารวมแบบวิศวกรรมหรือไม่ |
| ภาพ 3D สั่งแยก | ขึ้นกับจำนวนมุมและความละเอียด ขอใบเสนอราคา | บางรายรวมไว้ในค่าออกแบบ |
| บิ้วอินเฟอร์นิเจอร์ | 12,000 ถึง 40,000 บาท/เมตรตัว | ขึ้นกับไม้ ผิวหน้า และอุปกรณ์ |
| ตกแต่งคอนโดแบบเหมาครบ | 10,000 ถึง 35,000 บาท/ตร.ม. | รวมออกแบบและก่อสร้าง |
ถ้าจะตั้งงบคร่าว ๆ ให้คิดเป็น 2 ก้อน คือค่าออกแบบ กับค่าสร้างตามแบบ แล้วกันงบสำรองไว้อีกประมาณ 10 ถึง 15 เปอร์เซ็นต์สำหรับสิ่งที่เปลี่ยนระหว่างทาง
ราคาขึ้นกับพื้นที่ ขอบเขตงาน และระดับวัสดุ ควรขอใบเสนอราคาที่แยกค่าออกแบบกับค่าก่อสร้างก่อนตัดสินใจ
นักออกแบบภายใน สถาปนิก และผู้รับเหมา ต่างกันอย่างไร
นักออกแบบภายในดูแลพื้นที่ข้างในอาคาร สถาปนิกดูแลตัวอาคารทั้งหลังรวมถึงผังและรูปทรง ส่วนผู้รับเหมาเป็นคนสร้างตามแบบ งานของคุณอาจต้องใช้คนเดียวหรือทั้งสามฝ่ายก็ได้
| ผู้ให้บริการ | ทำอะไร | เหมาะกับงานแบบไหน |
|---|---|---|
| นักออกแบบตกแต่งภายใน มัณฑนากร | จัดผังภายใน เลือกวัสดุ แสง สี บิ้วอิน เฟอร์นิเจอร์ | คอนโด ห้องในบ้าน ร้านค้า ออฟฟิศ |
| สถาปนิก | ออกแบบผังและรูปทรงอาคาร ตรวจข้อกฎหมาย ลงนามแบบ | สร้างบ้านใหม่ ต่อเติมที่เปลี่ยนรูปทรง ปรับผังบ้าน |
| วิศวกร | คำนวณและรับรองโครงสร้าง ระบบไฟฟ้า ระบบอื่น | งานที่แตะเสา คาน ผนังรับน้ำหนัก หรือต้องยื่นขออนุญาต |
| ผู้รับเหมา | สร้างตามแบบ จัดหาวัสดุและช่าง | ทุกงานที่ต้องก่อสร้างจริง |
บางบริษัทรวมหลายบทบาทไว้ในที่เดียว เรียกว่าออกแบบพร้อมรับเหมา หรือ turnkey ข้อดีคือคุยกับคนเดียว ข้อควรระวังคือไม่มีคนนอกช่วยตรวจงาน
เลือกนักออกแบบหรือสถาปนิกอย่างไร
เลือกจากผลงานที่สร้างจริงแล้วในงบใกล้เคียงกับคุณ มากกว่าภาพ 3D ที่สวยที่สุด แล้วค่อยดูสไตล์ วิธีคุย และความชัดของสัญญา
สิ่งที่ควรดูตามลำดับ
- ผลงานที่สร้างเสร็จ ขอดูรูปงานจริงหลังส่งมอบ ถ้าเป็นไปได้ขอเทียบภาพ 3D กับรูปจริงของงานเดียวกัน
- งบของงานเก่า งานที่เคยทำอยู่ในระดับงบเดียวกับคุณไหม นักออกแบบที่ทำแต่งานงบสูงอาจออกแบบเกินงบคุณโดยไม่ตั้งใจ
- สไตล์ มีหลายสไตล์หรือเน้นแนวเดียว ถ้าคุณชอบแนวที่เขาไม่เคยทำ ต้องคุยให้ชัด
- ใบอนุญาต ถ้างานต้องยื่นขออนุญาตหรือแตะโครงสร้าง มักต้องมีสถาปนิกหรือวิศวกรที่มีใบอนุญาตลงนาม
- วิธีคุย ถามเรื่องการใช้ชีวิตของคุณก่อนเสนอแบบหรือไม่ ตอบคำถามเรื่องงบตรง ๆ ไหม
- สัญญา ระบุขอบเขตงาน จำนวนรอบแก้ งวดจ่าย และสิทธิ์ใช้แบบไว้ครบไหม
ควรคุยอย่างน้อย 2 ถึง 3 ราย และให้ข้อมูลชุดเดียวกันทุกราย จะเทียบกันได้ตรงกว่า
ขั้นตอนการออกแบบตั้งแต่ brief จนถึงคุมงาน
งานออกแบบโดยทั่วไปมี 5 ขั้น คือ brief แบบร่าง ภาพ 3D แบบก่อสร้าง และคุมงาน คอนโด 1 ห้องมักใช้เวลาออกแบบประมาณ 3 ถึง 8 สัปดาห์ บ้านทั้งหลังใช้เวลานานกว่านั้นหลายเท่า
| ขั้น | เกิดอะไรขึ้น | สิ่งที่คุณต้องทำ |
|---|---|---|
| 1. brief และวัดพื้นที่ | คุยความต้องการ งบ สไตล์ วัดหน้างาน | เตรียม reference งบ และรายการของที่ต้องมี |
| 2. แบบร่าง (แนวคิดและผัง) | เสนอผังการใช้พื้นที่และแนวทางสี วัสดุ | ตัดสินใจเรื่องผังให้จบในขั้นนี้ |
| 3. ภาพ 3D | ภาพจำลองมุมหลักของห้อง | ตรวจสี วัสดุ ความสูง ระยะเดิน |
| 4. แบบก่อสร้างและรายการวัสดุ | แบบละเอียดที่ช่างใช้สร้างจริง พร้อมสเปก | ใช้ขอราคาผู้รับเหมาหรือเซ็นสัญญา turnkey |
| 5. คุมงานหรือตรวจงาน | ผู้ออกแบบเข้าหน้างานตามรอบ ตรวจให้ตรงแบบ | นัดตรวจงานและเก็บบันทึกทุกครั้ง |
ขั้นที่คนมักรีบข้ามคือขั้น 2 เพราะอยากเห็นภาพ 3D เร็ว แต่การเปลี่ยนผังหลังทำ 3D แล้วมักเสียเวลาและอาจมีค่าแก้เพิ่ม
ใบอนุญาตสถาปนิกและเรื่องที่ต้องตรวจสอบ
สถาปนิกที่ทำงานในขอบเขตวิชาชีพควบคุมต้องมีใบอนุญาตจากสภาสถาปนิกตามพระราชบัญญัติสถาปนิก พ.ศ. 2543 ส่วนงานโครงสร้างที่อยู่ในขอบเขตวิชาชีพควบคุมต้องมีวิศวกรที่มีใบอนุญาตจากสภาวิศวกรตามพระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ. 2542
เรื่องที่ควรรู้ก่อนจ้าง
- วิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมแบ่งเป็นหลายสาขา มีสาขาสถาปัตยกรรมภายในและมัณฑนศิลป์รวมอยู่ด้วย งานภายในแบบไหนต้องใช้ผู้มีใบอนุญาตสาขานี้ สอบถามสภาสถาปนิกโดยตรง
- ใบอนุญาตมีหลายระดับ แต่ละระดับลงนามงานได้ขอบเขตไม่เท่ากันตามที่สภาสถาปนิกกำหนด
- งานก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารบางประเภทหรือบางขนาดที่ต้องยื่นขออนุญาตตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ต้องมีสถาปนิกหรือวิศวกรที่มีใบอนุญาตลงนามในแบบ เกณฑ์ที่ใช้จริงสอบถามหน่วยงานท้องถิ่นที่รับเรื่อง
- ขอชื่อเต็มและเลขใบอนุญาต แล้วตรวจกับสภาสถาปนิกหรือสภาวิศวกรได้โดยตรง
นักออกแบบภายในจำนวนมากทำงานตกแต่งที่ไม่แตะโครงสร้างโดยไม่ได้ลงนามแบบ สิ่งสำคัญคือรู้ว่างานของคุณต้องมีผู้ลงนามหรือไม่ ถ้าต้องมี ใครเป็นคนลงนาม
ออกแบบอย่างเดียว หรือออกแบบพร้อมรับเหมา
ถ้าคุณมีเวลาตามงานและอยากเทียบราคาผู้รับเหมาหลายราย การจ้างออกแบบอย่างเดียวให้ความโปร่งใสมากกว่า ถ้าคุณไม่มีเวลาและอยากมีผู้รับผิดชอบคนเดียว การจ้างแบบเหมาครบ (turnkey) สะดวกกว่า
| ประเด็น | ออกแบบอย่างเดียว | ออกแบบพร้อมรับเหมา (turnkey) |
|---|---|---|
| ความโปร่งใสด้านราคา | สูง เพราะเอาแบบไปเทียบราคาได้หลายราย | ต่ำกว่า ต้องขอรายการแยกให้ละเอียด |
| ความสะดวก | ต้องประสานระหว่างผู้ออกแบบกับผู้รับเหมาเอง | คุยกับคนเดียว |
| ความรับผิดชอบเมื่อมีปัญหา | อาจโทษกันไปมาระหว่างแบบกับงานสร้าง | อยู่ที่ผู้ให้บริการรายเดียว |
| คนช่วยตรวจงาน | ผู้ออกแบบช่วยตรวจผู้รับเหมาได้ | ไม่มีคนนอกตรวจ ต้องตรวจเองหรือจ้างเพิ่ม |
ทั้งสองแบบใช้ได้ดี ขึ้นกับเวลา ความรู้ และระดับความไว้ใจของคุณ ถ้าเลือก turnkey ให้ขอใบเสนอราคาที่แยกค่าออกแบบกับค่าก่อสร้างทุกบรรทัด
กลโกงและปัญหาที่พบบ่อย
ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดไม่ใช่การหลอกเอาเงินตรง ๆ แต่เป็นแบบที่ออกมาเกินงบ ค่าวัสดุที่มีส่วนต่างซ่อนอยู่ และผู้ออกแบบที่ไม่มาคุมงานตามที่ตกลง
รูปแบบที่ควรรู้ทัน
- ค่าแบบซ้อนค่าคอมวัสดุ คิดค่าออกแบบเต็ม แล้วยังบวกส่วนต่างจากวัสดุหรือเฟอร์นิเจอร์ที่ระบุในแบบโดยไม่แจ้ง ถามตรง ๆ ว่ามีรายได้จากการสั่งวัสดุหรือไม่
- แบบไม่ตรงงบ แบบสวยแต่ราคาสร้างจริงสูงกว่างบที่แจ้งไว้มาก สุดท้ายต้องจ่ายค่าแก้แบบ
- ทิ้งงานคุม สัญญาบอกว่าคุมงาน แต่เข้าหน้างานน้อยหรือไม่เข้าเลย
- ภาพผลงานไม่ใช่งานจริง ใช้ภาพ 3D หรือภาพของคนอื่นเป็นผลงาน
- ไม่ส่งมอบไฟล์แบบ ไม่ยอมให้แบบก่อสร้างเพื่อบังคับให้ใช้ผู้รับเหมาของตัวเอง
- มัดจำสูงก่อนเห็นงาน เก็บเงินก้อนใหญ่ก่อนเริ่มแบบร่าง
ป้องกันได้ด้วยการเขียนในสัญญาให้ชัดว่า งบเป้าหมายคือเท่าไร แก้แบบได้กี่รอบ คุมงานกี่ครั้ง ส่งมอบไฟล์อะไร และมีรายได้จากวัสดุหรือไม่
เช็กลิสต์ก่อนจ้างนักออกแบบ
ก่อนเซ็นสัญญา ให้ตรวจ 10 ข้อนี้ให้ครบ ถ้าข้อไหนยังไม่ชัด ให้ถามและขอให้เขียนเพิ่มในสัญญา
- เห็นผลงานที่สร้างเสร็จแล้วอย่างน้อย 2 ถึง 3 งาน
- รู้ชื่อผู้ออกแบบที่รับผิดชอบงานของคุณจริง
- ถ้างานต้องยื่นขออนุญาตหรือแตะโครงสร้าง รู้ว่าใครลงนามและตรวจใบอนุญาตแล้ว
- สัญญาระบุขอบเขตงาน พื้นที่ และสิ่งที่ส่งมอบ เช่น แบบ 2D ภาพ 3D กี่มุม แบบก่อสร้าง รายการวัสดุ
- ระบุจำนวนรอบแก้แบบ และค่าแก้เกินรอบ
- งวดจ่ายผูกกับสิ่งที่ส่งมอบ ไม่ใช่ผูกกับวันที่
- ระบุจำนวนครั้งที่เข้าตรวจหรือคุมงาน
- ระบุว่าคุณได้ใช้แบบกับผู้รับเหมารายอื่นได้หรือไม่
- ถามและเขียนไว้ว่ามีรายได้จากการสั่งวัสดุหรือเฟอร์นิเจอร์หรือไม่
- ถ้าเป็นคอนโด ส่งแบบให้นิติบุคคลตรวจก่อนเริ่มงาน
เมื่อไรควรใช้บริการนักออกแบบ และเมื่อไรไม่จำเป็น
ควรจ้างนักออกแบบเมื่องานมีมูลค่าสูง เปลี่ยนผังการใช้พื้นที่ หรือมีบิ้วอินหลายจุด ส่วนงานเล็กอย่างทาสีหรือเปลี่ยนพื้น มักจ้างผู้รับเหมาหรือช่างโดยตรงได้เลย
แนวทางคร่าว ๆ
- คอนโดใหม่ที่อยากบิ้วอินทั้งห้อง นักออกแบบภายในช่วยให้พื้นที่เล็กใช้ได้คุ้ม และลดการแก้หน้างาน
- ร้านค้า ร้านอาหาร คลินิก ผู้ออกแบบช่วยเรื่องทางเดินลูกค้า ภาพลักษณ์ และข้อกำหนดของอาคาร
- สร้างบ้านใหม่หรือต่อเติมที่เปลี่ยนรูปทรง ควรมีสถาปนิกและวิศวกร และงานบางขนาดต้องมีผู้ลงนามตามกฎหมาย
- รีโนเวทบ้านเก่า ถ้าปรับผังหรือแตะโครงสร้าง ควรมีสถาปนิกและวิศวกรประเมินก่อน
- ทาสี เปลี่ยนพื้น เปลี่ยนสุขภัณฑ์ตำแหน่งเดิม ใช้ผู้รับเหมาหรือช่างได้โดยตรง ดูเพิ่มที่ ผู้รับเหมา รีโนเวท
คำถามที่พบบ่อยก่อนจ้างนักออกแบบ
ค่าออกแบบรวมค่าก่อสร้างแล้วหรือยัง ส่วนใหญ่ไม่รวม ค่าออกแบบคือค่าแบบและเอกสาร ค่าวัสดุและค่าแรงก่อสร้างเป็นอีกก้อน ยกเว้นจ้างแบบเหมาครบที่รวมไว้ในใบเสนอราคาเดียว
แก้แบบได้กี่ครั้ง ขึ้นกับสัญญา ที่พบในตลาดมักให้แก้ 2 ถึง 3 รอบต่อขั้น เกินจากนั้นคิดเพิ่ม ควรเขียนจำนวนรอบไว้ให้ชัด
จ้างออกแบบแล้วเอาแบบไปให้ผู้รับเหมาอื่นสร้างได้ไหม ได้ถ้าสัญญาเปิดให้ทำ ควรตกลงเรื่องสิทธิ์ใช้แบบและไฟล์ที่จะได้รับตั้งแต่ก่อนเซ็น
ต้องเตรียมอะไรก่อนนัดคุย เตรียมงบประมาณ รูป reference ที่ชอบ รายการของที่ต้องมี จำนวนคนในบ้าน และแปลนห้องถ้ามี
อ่านต่อ
- ค่าออกแบบตกแต่งภายใน 2569 ต่อ ตร.ม. เปอร์เซ็นต์ และค่าบิ้วอิน ค่าออกแบบตกแต่งภายในต่อ ตร.ม. เปอร์เซ็นต์ของงบ และค่าบิ้วอิน ปี 2569
- เลือกนักออกแบบภายในและสถาปนิกอย่างไร ดูผลงาน สไตล์ ใบอนุญาต วิธีเลือกนักออกแบบภายในและสถาปนิก ดูผลงาน สไตล์ และใบอนุญาต
- ขั้นตอนออกแบบตกแต่งภายใน brief แบบร่าง 3D แบบก่อสร้าง คุมงาน ขั้นตอนออกแบบตั้งแต่ brief แบบร่าง 3D แบบก่อสร้าง ถึงคุมงาน
- ใบอนุญาตสถาปนิก งานแบบไหนต้องมีผู้ลงนาม และวิธีตรวจสอบ ใบอนุญาตสถาปนิก งานแบบไหนต้องมีผู้ลงนาม และวิธีตรวจสอบ
- จ้างออกแบบอย่างเดียว หรือออกแบบพร้อมรับเหมา (turnkey) แบบไหนดี จ้างออกแบบอย่างเดียว หรือออกแบบพร้อมรับเหมา แบบไหนเหมาะกับคุณ
- กลโกงงานออกแบบตกแต่งภายใน ค่าคอมวัสดุ ทิ้งงานคุม แบบเกินงบ กลโกงและปัญหาที่พบบ่อยในงานออกแบบตกแต่ง
- เตรียมตัวก่อนจ้างออกแบบตกแต่ง เก็บ reference เขียน brief ตั้งงบ เตรียมตัวก่อนจ้าง เก็บ reference และตั้งงบให้ใช้ได้จริง
- รีโนเวทบ้านเก่า หรือรื้อสร้างใหม่ ตัดสินใจอย่างไรให้คุ้ม รีโนเวทบ้านเก่า หรือรื้อสร้างใหม่ ตัดสินใจอย่างไร
ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางวิชาชีพสถาปัตยกรรมหรือวิศวกรรมเฉพาะราย งานที่กระทบโครงสร้างต้องมีวิศวกรรับรอง ราคาในคู่มือเป็นการประเมินโดยประมาณปี 2569 ราคาจริงขึ้นกับพื้นที่ ขอบเขตงาน และระดับวัสดุ ควรขอใบเสนอราคาก่อนตัดสินใจ
ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางวิศวกรรม งานโครงสร้างต้องปรึกษาวิศวกร เว็บไซต์เป็นเพียงสมุดรายชื่อ ไม่ใช่คู่สัญญาหรือผู้ให้บริการ