จ้างเหมา จ้างรายวัน หรือซื้อของเอง แบบไหนเหมาะกับงานคุณ
อัปเดต 2569/09 · หมวด ผู้รับเหมา รีโนเวท
ถ้าคุณไม่มีเวลาอยู่หน้างาน การจ้างเหมารวมวัสดุมักเสี่ยงน้อยที่สุด เพราะรู้งบชัดและมีผู้รับผิดชอบคนเดียว ส่วนการจ้างรายวันหรือซื้อวัสดุเองอาจประหยัดได้ แต่เหมาะกับงานเล็ก งานซ่อม และเจ้าของบ้านที่คุมงานเองได้จริง
คำว่า "ประหยัด" ในงานรีโนเวทต้องนับเวลาของคุณและความเสี่ยงงานเสียด้วย ไม่ใช่นับแค่ส่วนต่างราคา
3 รูปแบบการจ้างที่พบบ่อย
แต่ละรูปแบบย้ายความเสี่ยงไปอยู่กับคนละฝ่าย
| รูปแบบ | ใครซื้อวัสดุ | ใครรับความเสี่ยงงบ | ใครคุมหน้างาน |
|---|---|---|---|
| เหมารวมค่าแรงและวัสดุ | ผู้รับเหมา | ผู้รับเหมา (ตามขอบเขตในสัญญา) | ผู้รับเหมา |
| เหมาค่าแรง เจ้าของซื้อวัสดุ | เจ้าของบ้าน | แบ่งกัน ค่าแรงคงที่ ค่าวัสดุเจ้าของรับ | ผู้รับเหมา แต่เจ้าของต้องส่งของให้ทัน |
| จ้างช่างรายวัน | เจ้าของบ้าน | เจ้าของบ้านทั้งหมด | เจ้าของบ้าน |
จ้างเหมารวมวัสดุ
การจ้างเหมารวมเหมาะกับงานขนาดกลางถึงใหญ่ และเจ้าของบ้านที่ทำงานประจำ เพราะคุณตกลงราคาครั้งเดียวแล้วให้ผู้รับเหมาจัดการทั้งหมด
ข้อดี
- รู้งบรวมตั้งแต่ต้น ถ้าขอบเขตงานไม่เปลี่ยน
- ผู้รับเหมารับผิดชอบทั้งวัสดุและฝีมือ เมื่อเกิดปัญหามีคนรับผิดชอบคนเดียว
- ผู้รับเหมามักซื้อวัสดุได้ราคาดีกว่าลูกค้ารายย่อย
ข้อควรระวัง
- ต้องล็อกสเปกวัสดุละเอียด ไม่เช่นนั้นอาจได้ของเกรดต่ำกว่าที่คิด
- ราคาจะมีกำไรและค่าบริหารของผู้รับเหมารวมอยู่ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ
- งานเพิ่มระหว่างทางมักมีราคาสูงกว่าถ้าตกลงตั้งแต่ต้น
เหมาค่าแรง เจ้าของซื้อวัสดุเอง
แบบนี้เหมาะกับคนที่อยากเลือกวัสดุเองทุกชิ้น เช่น กระเบื้อง สุขภัณฑ์ โคมไฟ และมีเวลาไปร้านวัสดุ
ข้อดี
- ควบคุมยี่ห้อ รุ่น และเกรดได้เอง
- เห็นราคาวัสดุจริงทุกชิ้น
ข้อควรระวัง
- ถ้าของมาช้า ผิดสี หรือขาด งานจะหยุดและอาจมีค่าเสียเวลาช่าง
- ต้องสั่งวัสดุเผื่อเสีย เผื่อตัด ตามที่ช่างแนะนำ
- เมื่อเกิดปัญหา เช่น กระเบื้องโก่ง อาจเถียงกันว่าเป็นเพราะวัสดุหรือฝีมือ
- วัสดุบางอย่าง เช่น ปูนกาว กันซึม ท่อ มักให้ช่างซื้อดีกว่า เพราะช่างรู้ว่าใช้กับงานแบบไหน
ทางกลางที่ใช้กันบ่อยคือ ให้ผู้รับเหมาเหมารวม แต่เจ้าของเลือกวัสดุหลักที่มองเห็น แล้วกำหนดเป็น "งบวัสดุ" ในสัญญา ถ้าเลือกของแพงกว่างบค่อยจ่ายส่วนต่าง
จ้างช่างรายวัน
การจ้างรายวันเหมาะกับงานซ่อมเล็ก งานที่ขอบเขตไม่ชัด หรืองานที่ต้องทำทีละส่วน ค่าแรงช่างฝีมือในกรุงเทพฯ ปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 700 ถึง 1,200 บาทต่อคนต่อวัน ผู้ช่วยช่างต่ำกว่านี้
ข้อดี
- เริ่มได้เร็ว ยืดหยุ่น เพิ่มลดงานได้ง่าย
- ไม่ต้องทำแบบหรือ BOQ ละเอียดสำหรับงานเล็ก
ข้อควรระวัง
- งบไม่แน่นอน งานยิ่งช้า ยิ่งแพง
- คุณต้องคุมเอง ทั้งลำดับงาน คุณภาพ และการซื้อของ
- ช่างรายวันมักไม่รับประกันงานเป็นลายลักษณ์อักษร
- งานระบบและงานโครงสร้างไม่ควรจ้างรายวันโดยไม่มีผู้ควบคุมที่รู้งาน
ตัวอย่างเทียบค่าใช้จ่าย
ตัวอย่างสมมติ รีโนเวทห้องน้ำ 1 ห้อง ขนาดประมาณ 4 ตร.ม. ตัวเลขเป็นช่วงประมาณการเพื่อให้เห็นโครงสร้างต้นทุน ไม่ใช่ราคาอ้างอิง
| รายการ | เหมารวม | เหมาค่าแรง ซื้อของเอง | จ้างรายวัน |
|---|---|---|---|
| ค่าแรง | รวมในราคา | ตกลงก้อนเดียว | จำนวนวัน x ค่าแรงต่อวัน |
| วัสดุ | รวมในราคา | จ่ายเองตามจริง | จ่ายเองตามจริง |
| เวลาของเจ้าของบ้าน | น้อย | ปานกลาง | มาก |
| ความแน่นอนของงบ | สูง | ปานกลาง | ต่ำ |
| การรับประกันงาน | มักมีในสัญญา | มักมีเฉพาะฝีมือ | มักไม่มี |
ในทางปฏิบัติ ส่วนต่างที่ประหยัดได้จากการซื้อของเองหรือจ้างรายวัน มักหายไปถ้างานล่าช้า ต้องรื้อทำใหม่ หรือซื้อวัสดุผิด
เลือกแบบไหนดี ใช้ 4 คำถามนี้
ตอบ 4 คำถามนี้แล้วจะเห็นว่าแบบไหนเหมาะ
- คุณอยู่หน้างานได้บ่อยแค่ไหน ถ้าแทบไม่ได้อยู่ เลือกเหมารวม
- งานแตะระบบหรือโครงสร้างไหม ถ้าแตะ ควรเหมารวมกับผู้รับเหมาที่มีผู้ควบคุมงาน และมีวิศวกรในงานโครงสร้าง
- ขอบเขตงานชัดไหม ถ้าชัดมีแบบ เหมาได้ ถ้ายังไม่ชัดและเป็นงานเล็ก รายวันอาจเหมาะกว่า
- คุณอยากเลือกวัสดุเองแค่ไหน ถ้าอยากเลือกเอง ใช้เหมารวมแบบกำหนดงบวัสดุ หรือเหมาค่าแรง
ข้อตกลงที่ต้องมีทุกแบบ
ไม่ว่าจะจ้างแบบไหน ควรมีข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างน้อย
- ขอบเขตงานและรายการวัสดุ
- ราคาหรืออัตราค่าแรง และวิธีนับวันทำงาน
- วิธีจ่ายเงิน ไม่จ่ายนำหน้างาน
- ใครรับผิดชอบเมื่องานเสียหรือต้องแก้
ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางวิศวกรรม งานโครงสร้างต้องปรึกษาวิศวกร เว็บไซต์เป็นเพียงสมุดรายชื่อ ไม่ใช่คู่สัญญาหรือผู้ให้บริการ