รับจ้างทั่วไทย

สำนักงานบัญชีในสัมพันธวงศ์ รับทำบัญชี ยื่นภาษี จดทะเบียนบริษัท

ในสัมพันธวงศ์มีสำนักงานบัญชีและผู้รับทำบัญชีที่เรารวบรวมไว้ 2 แห่ง ส่วนใหญ่อยู่แถวแขวงจักรวรรดิ และหลายแห่งรับงานข้ามเขตไปถึงบางรัก ปทุมวัน และคลองสานด้วย

ค่าทำบัญชีรายเดือนในกรุงเทพฯ ปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 1,500 ถึง 30,000 บาท ขึ้นกับจำนวนเอกสารต่อเดือนเป็นหลัก ไม่ใช่ยอดขาย บริษัทเล็กที่ยังไม่จด VAT มักอยู่ช่วง 1,500 ถึง 3,000 บาท

ก่อนตัดสินใจ แนะนำให้คัดไว้ 3 แห่ง แล้วส่งข้อมูลชุดเดียวกันให้เสนอราคา จากนั้นเทียบที่ยอดรวมทั้งปี คู่มือด้านล่างสรุปคำถามที่ควรถามและจุดที่มักมีค่าใช้จ่ายซ่อนอยู่ไว้แล้ว

จำนวนร้าน
2 แห่ง
แขวงที่หนาแน่นสุด
แขวงจักรวรรดิ
มีเบอร์โทร
1 แห่ง
ยืนยันข้อมูลแล้ว
0 แห่ง

ในสัมพันธวงศ์มีสำนักงานบัญชี 2 แห่ง (ข้อมูล กันยายน 2569)

แผนที่สัมพันธวงศ์
แผนที่สัมพันธวงศ์ · จุดสีส้ม 2 จุด กดเพื่อดูร้าน

รายชื่อสำนักงานบัญชีในสัมพันธวงศ์ 2 แห่ง

  1. 1.

    สำนักงาน ณรงค์การบัญชี

    แขวงตลาดน้อย · 44/6-7, ซอยเจริญกรุง 31 ถนนเจริญกรุง

    ดูรายละเอียด

คู่มือเลือกสำนักงานบัญชีในสัมพันธวงศ์

ค่าทำบัญชีรายเดือน ราคากลางปี 2569

ค่าทำบัญชีรายเดือนเริ่มประมาณ 1,500 บาทสำหรับบริษัทเล็กที่ยังไม่จด VAT และขยับขึ้นตามจำนวนเอกสาร ไม่ใช่ตามยอดขาย

ถ้าคุณเพิ่งจดบริษัทและยังแทบไม่มีรายการ หลายสำนักงานคิด 1,000 ถึง 2,000 บาทต่อเดือน พอเริ่มมีลูกค้าและจด VAT ราคาจะขยับไปที่ 3,000 ถึง 6,000 บาท และถ้าเป็นร้านค้าออนไลน์หรือร้านอาหารที่มีบิลวันละหลายสิบใบ มักอยู่ที่ 6,000 ถึง 12,000 บาทต่อเดือน

สิ่งที่มือใหม่มักลืมคือค่าใช้จ่ายรายปีที่แยกต่างหาก ทั้งค่าปิดงบการเงินและค่าสอบบัญชี ซึ่งรวมกันมักอีก 12,000 ถึง 35,000 บาทต่อปีสำหรับบริษัทขนาดเล็ก ก่อนตกลงจึงควรถามคำถามเดียวให้จบ คือ "ปีแรกทั้งหมดจ่ายเท่าไร"

อยากรู้ว่ากิจการแบบคุณควรอยู่ช่วงราคาไหน อ่านรายละเอียดแยกตามขนาดธุรกิจได้ที่ ค่าทำบัญชีรายเดือน 2569 ราคาเท่าไร แยกตามขนาดธุรกิจ

อ่านฉบับเต็ม

checklist ก่อนเริ่มงานกับสำนักงานบัญชี

ก่อนเริ่มเดือนแรก ควรเคลียร์ 6 ข้อนี้ให้จบ แล้วงานทั้งปีจะราบรื่นขึ้นมาก

  • [ ] รู้ชื่อและเลขทะเบียนผู้ทำบัญชีที่รับผิดชอบกิจการ
  • [ ] มีใบเสนอราคาระบุงานที่รวมและไม่รวมเป็นลายลักษณ์อักษร
  • [ ] รู้ค่าปิดงบและค่าสอบบัญชีรายปีล่วงหน้า
  • [ ] ตกลงแล้วว่าส่งเอกสารทางไหน ภายในวันที่เท่าไรของทุกเดือน
  • [ ] ตกลงแล้วว่าจะได้รับหลักฐานการยื่นแบบทุกเดือน
  • [ ] เปิดบัญชีธนาคารในชื่อกิจการ แยกจากบัญชีส่วนตัวแล้ว

ข้อสุดท้ายคือข้อที่ช่วยประหยัดเงินได้มากที่สุดโดยไม่ต้องต่อรองราคาเลย เพราะเมื่อเงินกิจการกับเงินส่วนตัวปนกัน บัญชีต้องไล่ถามทีละรายการ ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ค่าบริการถูกขยับขึ้นกลางปี

ดูรายการเอกสารรายเดือนแบบเช็กได้ทีละข้อที่ เอกสารที่ต้องส่งให้สำนักงานบัญชีทุกเดือน ครบทุกรายการ

อ่านฉบับเต็ม

ผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีที่ต้องขึ้นทะเบียน

กิจการนิติบุคคลต้องมีผู้ทำบัญชีที่แจ้งขึ้นทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และต้องมีผู้สอบบัญชีลงนามรับรองงบการเงินประจำปี ซึ่งเป็นคนละคนกัน

ผู้ทำบัญชีคือคนบันทึกบัญชีและจัดทำงบ ส่วนผู้สอบบัญชีคือคนตรวจและแสดงความเห็นต่องบ กฎหมายไม่ให้คนเดียวกันทำทั้งสองบทบาทให้กิจการเดียวกัน เพราะผู้ตรวจต้องเป็นอิสระจากผู้จัดทำ

สิ่งที่ควรขอตั้งแต่วันแรกคือชื่อและเลขทะเบียนของทั้งสองบทบาท ไม่ใช่แค่ชื่อสำนักงาน เพราะชื่อผู้ทำบัญชีจะผูกกับกิจการของคุณอยู่แล้วตามกฎหมาย สำนักงานที่ทำงานตรงไปตรงมาจะตอบได้ทันทีโดยไม่ลังเล

ดูวิธีตรวจสอบทีละขั้นและช่องทางของแต่ละหน่วยงานที่ ตรวจสอบผู้ทำบัญชีขึ้นทะเบียน ผู้สอบบัญชี CPA และ TA

อ่านฉบับเต็ม

คำถามที่ต้องถามก่อนตกลงจ้าง

จัดกลุ่มคำถามเป็น 4 หมวด จะถามได้ครบโดยไม่ลืม

หมวดคำถาม
คนผู้ทำบัญชีชื่ออะไร สำนักงานมีผู้ทำบัญชีกี่คน ดูแลลูกค้ารวมกี่ราย
เงินค่ารายเดือน ค่าปิดงบ ค่าสอบบัญชี แยกเป็นเท่าไร รวมทั้งปีเท่าไร
งานส่งเอกสารทางไหน ภายในวันที่เท่าไร จะได้รายงานอะไรกลับมาบ้าง
ความเสี่ยงถ้ายื่นช้าเพราะความผิดของสำนักงาน ใครรับผิดชอบค่าปรับ

หมวด "คน" มักบอกได้มากที่สุด เพราะกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดเพดานจำนวนธุรกิจที่ผู้ทำบัญชี 1 คนรับได้ต่อปี ถ้าสัดส่วนคนต่อลูกค้าดูแน่นเกินไป ควรถามให้ชัดว่าจัดสรรงานกันอย่างไร

ส่วนหมวด "ความเสี่ยง" ควรขอให้เขียนไว้ในใบเสนอราคาหรือสัญญาด้วย ไม่ใช่ตกลงกันด้วยวาจา

ดูเหตุผลเบื้องหลังแต่ละคำถามที่ วิธีเลือกสำนักงานบัญชี 7 ข้อที่ต้องเช็กก่อนเซ็น

อ่านฉบับเต็ม

วิธีเลือกสำนักงานบัญชี

เรื่องที่คนถามน้อยที่สุดแต่เจ็บที่สุดคือ "ถ้าวันหนึ่งเลิกใช้บริการ จะได้อะไรคืนบ้าง"

ตอนเริ่มงานทุกอย่างดูราบรื่น แต่เวลาย้ายสำนักงานบัญชีแล้วได้ข้อมูลกลับมาไม่ครบ สำนักงานใหม่ต้องรื้อย้อนหลัง ซึ่งคิดเงินเพิ่มเสมอ และช่วงรอยต่อคือช่วงที่เกิดการยื่นแบบตกหล่นมากที่สุด

อีกจุดที่ควรระวังคือการปล่อยให้สำนักงานบัญชีถือรหัสผ่านระบบออนไลน์ของกิจการไว้คนเดียว ถ้าติดต่อกันไม่ได้ขึ้นมา คุณจะเข้าถึงข้อมูลของตัวเองไม่ได้เลย ทางที่ดีคือกิจการถือบัญชีผู้ใช้หลักไว้เอง แล้วให้สิทธิ์เขาเข้าใช้งาน

ก่อนเซ็น ให้ถามให้จบว่าจะได้รับงบทดลอง สมุดบัญชี ทะเบียนสินทรัพย์ และไฟล์ข้อมูลคืนภายในกี่วัน และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มหรือไม่

อ่านรายการสัญญาณอันตรายและวิธีถามให้ได้คำตอบชัดที่ วิธีเลือกสำนักงานบัญชี 7 ข้อที่ต้องเช็กก่อนเซ็น

อ่านฉบับเต็ม

ปัญหาและกลโกงที่พบบ่อย

ปัญหาที่พบบ่อยกับสัญญาณเตือนที่มักมาก่อนเสมอ

ปัญหาสัญญาณที่มาก่อน
ยื่นแบบช้าไม่เคยส่งหลักฐานการยื่นให้ดูเลย
ทิ้งงานกลางคันเลื่อนงานซ้ำ ๆ ด้วยเหตุผลคล้ายเดิม
บันทึกบัญชีผิดงบไม่สมเหตุสมผลกับความจริงของธุรกิจ
ไม่คืนเอกสารเลี่ยงตอบเรื่องการส่งมอบตั้งแต่ตอนถาม

จะเห็นว่าทุกกรณีมีสัญญาณมาก่อนทั้งหมด วิธีจับสัญญาณที่ง่ายที่สุดคือขอดูงบทดลองทุกไตรมาส แล้วถามในจุดที่ตัวเลขไม่ตรงกับที่คุณรู้สึก เช่น ยอดขายต่ำกว่าที่ขายจริง หรือค่าใช้จ่ายบางก้อนหายไป

คำถามพวกนี้ไม่ต้องใช้ความรู้บัญชี ใช้แค่ความรู้เรื่องธุรกิจของคุณเอง ซึ่งคุณรู้ดีกว่าใคร

ดูตารางปัญหาฉบับเต็มพร้อมวิธีรับมือแต่ละแบบที่ บัญชีทิ้งงาน ยื่นภาษีช้า ค่าปรับ รับมืออย่างไร

อ่านฉบับเต็ม

ขั้นตอนทำงานกับสำนักงานบัญชี

ช่วงที่เกิดปัญหามากที่สุดคือช่วงปิดงบประจำปี เพราะสำนักงานบัญชีทุกแห่งงานหนักพร้อมกัน และเอกสารที่ค้างมาทั้งปีจะโผล่มาพร้อมกันตอนนั้น

กิจการที่เตรียมล่วงหน้าจะผ่านช่วงนี้ได้เร็วกว่ามาก สิ่งที่ควรทำก่อนวันสิ้นรอบบัญชีคือ เคลียร์เอกสารค้างให้หมด ตรวจนับสต็อกและทำรายงานเป็นลายลักษณ์อักษร ตรวจยอดลูกหนี้เจ้าหนี้ว่าตรงกับความจริง และรวบรวมรายการเดินบัญชีธนาคารทุกบัญชี

อีกเรื่องที่มักไม่ถูกแจ้งเพราะคิดว่าเป็นเรื่องส่วนตัว คือรายการเงินยืมกรรมการหรือรายการกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกัน รายการเหล่านี้มีผลต่องบการเงินและภาษี จึงต้องบันทึกให้ถูกต้อง ไม่ใช่ปล่อยให้บัญชีเดาเอาเองตอนปลายปี

ดูรายการเตรียมตัวก่อนปิดงบทั้งหมดที่ ทำงานกับสำนักงานบัญชี รอบเดือนและรอบปีมีอะไรบ้าง

อ่านฉบับเต็ม

ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางบัญชีหรือภาษีเฉพาะราย เว็บไซต์เป็นเพียงสมุดรายชื่อ ไม่ใช่คู่สัญญาหรือผู้ให้บริการ

คำถามที่พบบ่อย

ค่าทำบัญชีรายเดือนประมาณเท่าไร

ประมาณ 1,500 ถึง 30,000 บาทต่อเดือนในกรุงเทพฯ ปี 2569 โดยบริษัทเล็กที่ยังไม่จด VAT และมีเอกสารไม่เกิน 30 ชิ้นต่อเดือน มักอยู่ที่ 1,500 ถึง 3,000 บาท ราคาขึ้นกับจำนวนเอกสารเป็นหลัก ไม่ใช่ยอดขาย และควรถามเพิ่มว่ารวมค่าปิดงบกับค่าสอบบัญชีรายปีหรือยัง

จดบริษัทแล้วจำเป็นต้องจ้างสำนักงานบัญชีไหม

นิติบุคคลต้องมีผู้ทำบัญชีที่ขึ้นทะเบียนตามกฎหมาย และต้องมีผู้สอบบัญชีรับรองงบการเงินประจำปี จึงทำเองทั้งหมดไม่ได้ แต่คุณเลือกรูปแบบผสมได้ คือบันทึกรายการเองด้วยโปรแกรมบัญชี แล้วให้สำนักงานบัญชีปิดบัญชีและยื่นแบบ ซึ่งมักทำให้ค่าบริการถูกลง

จะรู้ได้อย่างไรว่าสำนักงานบัญชียื่นภาษีให้จริง

ขอหลักฐานการยื่นแบบทุกเดือนเป็นไฟล์ ไม่ใช่ภาพหน้าจอที่ตัดข้อมูลออก และตรวจรายการเดินบัญชีธนาคารว่ามีการชำระภาษีจริงหรือไม่ นอกจากนี้ควรถือบัญชีผู้ใช้ระบบออนไลน์ของกิจการไว้เอง เพื่อเข้าตรวจสถานะการยื่นได้ด้วยตัวเอง

สำนักงานบัญชีในสัมพันธวงศ์มีกี่แห่ง ควรเลือกอย่างไร

หน้านี้รวบรวมสำนักงานบัญชีและผู้รับทำบัญชีในสัมพันธวงศ์ไว้ 2 แห่ง โดยกระจุกตัวมากที่สุดแถวแขวงจักรวรรดิ วิธีเลือกที่ใช้ได้จริงคือคัดมา 3 แห่ง แล้วส่งข้อมูลชุดเดียวกันให้ทุกเจ้าเสนอราคา ได้แก่จำนวนเอกสารต่อเดือน จำนวนลูกจ้าง และสถานะการจด VAT จากนั้นเทียบที่ยอดรวมทั้งปี ไม่ใช่ค่ารายเดือน

ค่าทำบัญชีในสัมพันธวงศ์แพงกว่าเขตอื่นไหม

ราคาค่าทำบัญชีต่างกันตามขนาดงานมากกว่าตามทำเลที่ตั้ง โดยทั่วไปอยู่ในช่วง 1,500 ถึง 30,000 บาทต่อเดือนเหมือนกันทั้งกรุงเทพฯ สิ่งที่ทำให้ราคาต่างกันจริงคือจำนวนเอกสารต่อเดือน การจด VAT จำนวนลูกจ้าง และขอบเขตงานที่รวมอยู่ในแพ็กเกจ จึงควรเทียบจากใบเสนอราคาที่แยกรายการให้ชัด

ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางบัญชีหรือภาษีเฉพาะราย เว็บไซต์เป็นเพียงสมุดรายชื่อ ไม่ใช่คู่สัญญาหรือผู้ให้บริการ

เขตข้างเคียง

ย่านในสัมพันธวงศ์

หมวดใกล้เคียง

ดูเพิ่มเติม