รับจ้างทั่วไทย

กวดวิชาและติวเตอร์ในกรุงเทพฯ เลือกอย่างไรให้คุ้มค่าเรียนและเวลาของลูก

กวดวิชา ติวเตอร์ในฐานข้อมูล 685 แห่ง ใน 48 เขตที่มีรายชื่อครบ · ข้อมูล กันยายน 2569

เลือกกวดวิชา ติวเตอร์ตามเขต

ตามย่านที่คนค้นบ่อย

ผู้ปกครองส่วนใหญ่เริ่มค้นหากวดวิชาด้วยคำถามเดียวกัน คือ "ควรเรียนแบบไหน แล้วต้องจ่ายเท่าไร" ส่วนนักเรียน ม.ปลาย มักถามต่ออีกข้อว่า "เรียนที่ไหนแล้วเข้าใจจริง ไม่ใช่แค่นั่งฟัง"

คำตอบสั้น ๆ คือ ค่าเรียนพิเศษในกรุงเทพฯ ปี 2569 มีตั้งแต่ประมาณ 2,000 บาทต่อคอร์สสำหรับกวดวิชากลุ่มใหญ่ ไปจนถึงชั่วโมงละ 2,000 บาทสำหรับติวตัวต่อตัวเฉพาะทาง และรูปแบบที่เหมาะที่สุดขึ้นกับปัญหาของผู้เรียนมากกว่าชื่อเสียงของสถาบัน

คู่มือนี้สรุปทุกเรื่องที่ต้องรู้ก่อนจ่ายเงิน ตั้งแต่ราคา วิธีเลือก ขั้นตอนสมัคร การตรวจใบอนุญาต ปัญหาที่พบบ่อย ไปจนถึงเช็กลิสต์ที่ใช้ได้ทันที

ค่าเรียนกวดวิชาและติวเตอร์ปี 2569 ประมาณเท่าไร

ค่าเรียนพิเศษในกรุงเทพฯ ปี 2569 แบ่งได้เป็น 4 กลุ่มหลัก คือกลุ่มใหญ่ กลุ่มเล็ก ตัวต่อตัว และออนไลน์ โดยกลุ่มใหญ่ถูกที่สุดเมื่อคิดต่อชั่วโมง และตัวต่อตัวแพงที่สุดแต่ได้ความใกล้ชิดมากที่สุด

ตัวเลขด้านล่างเป็นช่วงโดยประมาณจากตลาด ไม่มีราคากลางทางการ ใช้เพื่อตั้งงบและเทียบราคาเท่านั้น

รูปแบบค่าเรียนโดยประมาณเหมาะกับ
กลุ่มใหญ่ 20 คนขึ้นไป หรือเรียนวิดีโอในสาขา2,000 ถึง 6,000 บาท/วิชา/คอร์สปูพื้นเนื้อหาครบหลักสูตร เรียนตามตารางได้
กลุ่มเล็ก 3 ถึง 10 คน250 ถึง 600 บาท/ชั่วโมง/คนอยากได้ครูดูใกล้ขึ้นแต่คุมงบ
ตัวต่อตัว ประถม300 ถึง 700 บาท/ชั่วโมงปูพื้น ทำการบ้าน ฝึกนิสัยการเรียน
ตัวต่อตัว มัธยม400 ถึง 1,000 บาท/ชั่วโมงอุดจุดอ่อนเฉพาะบท เตรียมสอบในโรงเรียน
ตัวต่อตัว ติวสอบเข้าหรือวิชาเฉพาะทาง600 ถึง 2,000 บาท/ชั่วโมงเป้าหมายชัด เวลาจำกัด
ออนไลน์แบบวิดีโอ1,000 ถึง 5,000 บาท/วิชา/คอร์สผู้เรียนที่วินัยดี อยากทบทวนซ้ำ
ออนไลน์สดตัวต่อตัว300 ถึง 1,200 บาท/ชั่วโมงไม่อยากเสียเวลาเดินทาง

นอกจากค่าเรียนแล้ว ให้เผื่อค่าใช้จ่ายแฝงอีก 3 อย่าง คือค่าแรกเข้าหรือค่าเอกสาร ค่าเดินทางถ้าติวเตอร์มาสอนที่บ้าน และค่าเดินทางกับค่าอาหารของผู้เรียนถ้าต้องไปสถาบันทุกสัปดาห์

วิธีเทียบราคาที่ตรงที่สุดคือแปลงทุกคอร์สเป็น "บาทต่อชั่วโมงเรียนจริง" แล้วดูต่อว่าในชั่วโมงนั้นผู้เรียนได้ถามครูกี่ครั้ง ได้ทำแบบฝึกหัดกี่ข้อ เพราะราคาถูกต่อชั่วโมงไม่ได้แปลว่าคุ้มเสมอไป

รายละเอียดราคาแยกตามระดับชั้นและรูปแบบอยู่ใน ค่าเรียนกวดวิชา ติวเตอร์ 2569 ชั่วโมงละเท่าไร แยก 4 แบบ

กวดวิชากลุ่มใหญ่ ตัวต่อตัว หรือออนไลน์ แบบไหนเหมาะกับลูก

ให้เลือกจากปัญหาของผู้เรียน ไม่ใช่จากราคาหรือกระแส ถ้าพื้นฐานดีแต่อยากได้เนื้อหาครบ กลุ่มใหญ่คุ้มที่สุด ถ้ามีจุดอ่อนเฉพาะเรื่องหรือไม่กล้าถาม ตัวต่อตัวเหมาะกว่า ถ้าเวลาเดินทางคือปัญหาหลัก ออนไลน์ช่วยได้มาก

แต่ละรูปแบบมีจุดแข็งต่างกันชัดเจน

  • กลุ่มใหญ่ ได้เนื้อหาเป็นระบบ มีแนวข้อสอบเยอะ มีเพื่อนเรียนด้วย แต่ครูแทบไม่รู้จักผู้เรียนรายคน คนที่ตามไม่ทันจะหลุดได้ง่าย
  • กลุ่มเล็ก อยู่ตรงกลาง ครูเห็นว่าใครยังไม่เข้าใจ และผู้เรียนกล้าถามมากกว่า ต้องดูว่าเพื่อนในกลุ่มพื้นฐานใกล้กันไหม
  • ตัวต่อตัว ปรับความเร็วได้ตามผู้เรียน เจาะจุดอ่อนได้ตรง เหมาะกับช่วงที่เวลาจำกัด แต่แพงที่สุดและคุณภาพขึ้นกับครูคนเดียว
  • ออนไลน์ ประหยัดเวลาเดินทาง ย้อนดูได้ แต่ต้องใช้วินัยสูง ผู้เรียนที่ยังเล็กหรือสมาธิสั้นมักเรียนได้ไม่เต็มที่

หลายครอบครัวใช้แบบผสม เช่น เรียนกลุ่มใหญ่เพื่อให้ได้เนื้อหาครบ แล้วจ้างตัวต่อตัวเฉพาะวิชาที่อ่อน ซึ่งมักคุ้มกว่าการจ้างตัวต่อตัวทุกวิชา

ตารางเทียบข้อดีข้อเสียแบบละเอียดอยู่ใน กวดวิชากลุ่ม vs ติวตัวต่อตัว vs ออนไลน์ แบบไหนเหมาะกับใคร

วิธีเลือกสถาบันกวดวิชาหรือติวเตอร์

เลือกจากความเข้ากันระหว่างครูกับผู้เรียนเป็นอันดับแรก รองลงมาคือความชัดเจนของเงื่อนไขและความปลอดภัย ส่วนชื่อเสียงและจำนวนคนสอบติดที่ประกาศไว้ ใช้เป็นข้อมูลประกอบเท่านั้น

เกณฑ์ที่ใช้ได้จริงมี 6 ข้อ

  1. ตรงเป้าหมาย สถาบันหรือครูสอนระดับชั้นและเป้าหมายนี้เป็นประจำหรือไม่ เช่น เกรดในโรงเรียน สอบเข้า ม.1 ม.4 หรือสอบเข้ามหาวิทยาลัย
  2. วิธีสอนเข้ากับผู้เรียน บางคนต้องการครูที่อธิบายช้าและซ้ำ บางคนต้องการครูที่เน้นโจทย์เร็ว การทดลองเรียนคือวิธีเดียวที่รู้ได้จริง
  3. ขนาดห้องและการดูแลรายคน ห้องละกี่คน ถามครูได้ช่องทางไหน มีการตรวจการบ้านหรือไม่
  4. รายงานความคืบหน้า ผู้ปกครองได้รู้ไหมว่าลูกเรียนถึงไหน ขาดเรียนกี่ครั้ง ทำแบบฝึกหัดได้แค่ไหน
  5. เงื่อนไขการเงินที่เขียนชัด ค่าเรียนรวมอะไร ขาดเรียนชดเชยได้ไหม ยกเลิกแล้วคืนเงินอย่างไร
  6. ความปลอดภัยและการเดินทาง สถานที่เปิดเผย มีคนดูแล เดินทางกลับบ้านได้สะดวก โดยเฉพาะคอร์สที่เลิกค่ำ

สิ่งที่ไม่ควรใช้เป็นเกณฑ์หลักคือป้ายโฆษณาจำนวนคนสอบติด เพราะผู้ปกครองตรวจสอบตัวเลขเหล่านี้เองได้ยาก และนักเรียนที่เก่งอยู่แล้วมักเรียนหลายที่พร้อมกัน

ขั้นตอนคัดเลือกแบบละเอียดอยู่ใน วิธีเลือกกวดวิชาและติวเตอร์ให้เข้ากับลูก 6 เกณฑ์

ขั้นตอนตั้งแต่สอบถามจนเริ่มเรียน

ขั้นตอนที่ดีมี 5 ขั้น คือ ตั้งเป้าหมาย ถามข้อมูล ทดลองเรียนหรือประเมินพื้นฐาน อ่านเงื่อนไขก่อนจ่าย และนัดทบทวนผลหลังเรียน 4 ถึง 6 สัปดาห์ ขั้นที่คนมักข้ามคือการทดลองเรียนและการอ่านเงื่อนไข

ขั้นสิ่งที่ทำสิ่งที่ควรได้
1. ตั้งเป้าหมายคุยกับผู้เรียนว่าอยากได้อะไร ภายในเมื่อไรเป้าหมายที่วัดได้ เช่น ทำโจทย์บทนี้ได้เอง
2. สอบถามถามราคา ตาราง จำนวนผู้เรียน วิธีสอนข้อมูลชุดเดียวกันจากทุกที่ เพื่อเทียบได้
3. ทดลองเรียนเรียน 1 ครั้ง หรือทำแบบประเมินพื้นฐานความเห็นของผู้เรียนเองว่าเข้าใจไหม
4. สมัครและจ่ายอ่านเงื่อนไข ขอใบเสร็จใบเสร็จและเงื่อนไขชดเชย คืนเงินเป็นลายลักษณ์อักษร
5. ทบทวนผลดูการบ้าน แบบทดสอบ ความรู้สึกของผู้เรียนตัดสินใจเรียนต่อ ปรับ หรือเปลี่ยน

ถ้าเป็นติวเตอร์ตัวต่อตัว ให้ตกลงเพิ่มอีก 3 เรื่องตั้งแต่ครั้งแรก คือ จ่ายรายครั้งหรือรายเดือน ยกเลิกล่วงหน้ากี่ชั่วโมงจึงไม่เสียเงิน และถ้าครูติดธุระจะชดเชยอย่างไร

รายละเอียดคำถามที่ควรถามและวิธีทดลองเรียนให้ได้ข้อมูลจริง อยู่ใน สมัครกวดวิชา ติวเตอร์ ถามอะไร ทดลองเรียนยังไง 5 ขั้น

ใบอนุญาตโรงเรียนกวดวิชาและวิธีตรวจสอบ

สถาบันกวดวิชาที่เปิดเป็นโรงเรียนต้องได้รับอนุญาตจัดตั้งเป็นโรงเรียนเอกชนตาม พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 โดยมีสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เป็นหน่วยงานกำกับ ส่วนติวเตอร์อิสระที่สอนตัวต่อตัวโดยทั่วไปไม่ได้เปิดเป็นโรงเรียน จึงไม่มีใบอนุญาตโรงเรียนให้ตรวจ

โรงเรียนกวดวิชาจัดอยู่ในกลุ่มโรงเรียนเอกชนนอกระบบ ส่วนชื่อประเภทย่อยในใบอนุญาตเป็นไปตามที่ สช. กำหนด และการยื่นขออนุญาตหรือตรวจรายชื่อโรงเรียนในกรุงเทพฯ สอบถามได้ที่ สช. โดยตรง

วิธีตรวจเบื้องต้นที่ผู้ปกครองทำได้เอง

  • ขอดูใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียน ชื่อบนใบอนุญาตควรตรงกับชื่อสถาบันและที่อยู่สาขาที่ไปเรียน
  • ถามชื่อผู้รับใบอนุญาตและผู้อำนวยการหรือผู้จัดการโรงเรียน
  • ถามชื่อครูที่สอนจริง และถามว่าโรงเรียนมีข้อมูลครูคนนั้นให้ตรวจสอบได้หรือไม่
  • ถ้ายังไม่แน่ใจ สอบถาม สช. โดยตรงว่าโรงเรียนนี้ได้รับอนุญาตหรือไม่

สำหรับติวเตอร์อิสระ สิ่งที่ตรวจได้คือตัวตนจริง ประวัติการศึกษา ประสบการณ์สอน และผลงานที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่ใบอนุญาตโรงเรียน

อ่านวิธีตรวจแบบเต็ม และสิ่งที่ควรขอดูจากติวเตอร์อิสระ ได้ที่ ใบอนุญาตโรงเรียนกวดวิชา เช็กยังไง และติวเตอร์ต้องมีไหม

ปัญหาที่พบบ่อยและเรื่องการคืนเงิน

ปัญหาที่ผู้ปกครองเจอบ่อยที่สุดไม่ใช่การโกงตรง ๆ แต่เป็นเงื่อนไขที่ไม่ได้ตกลงกันไว้ตั้งแต่ต้น เช่น จ่ายล่วงหน้าทั้งคอร์สแล้วเรียนไม่ได้ ขาดเรียนแล้วชดเชยไม่ได้ หรือครูที่สอนจริงไม่ใช่ครูในโฆษณา

ปัญหาที่ควรรู้ไว้ก่อน

  • จ่ายล่วงหน้าก้อนใหญ่ โดยเฉพาะแพ็กเกจหลายเทอมพร้อมส่วนลดสูง ถ้าเปลี่ยนใจหรือสถาบันปิดสาขา เงินคืนยากมาก
  • ครูสอนจริงไม่ตรงกับที่โฆษณา เช่น โฆษณาชื่อครูคนหนึ่ง แต่เรียนจริงเป็นวิดีโอหรือครูผู้ช่วย
  • ชดเชยไม่ได้หรือหมดอายุ คอร์สวิดีโอหรือคอร์สเหมาชั่วโมงมีวันหมดอายุที่ไม่ได้บอกชัด
  • ติวเตอร์ยกเลิกบ่อยหรือหายไป หลังรับเงินรายเดือนล่วงหน้า
  • โฆษณาเกินจริง เช่น รับประกันคะแนน หรืออ้างว่ารู้ข้อสอบจริง

เรื่องการคืนเงิน ให้ยึดเงื่อนไขที่เขียนไว้ในใบสมัครหรือใบเสร็จเป็นหลัก ถ้าตกลงกันไม่ได้ ผู้ปกครองร้องเรียนได้ที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และแจ้งหน่วยงานที่กำกับโรงเรียนเอกชนได้

วิธีป้องกันที่ได้ผลที่สุดคือจ่ายเป็นรอบสั้น เก็บหลักฐานทุกอย่าง และขอเงื่อนไขเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนจ่าย

รายละเอียดปัญหาแต่ละแบบและขั้นตอนเมื่อเกิดเรื่อง อยู่ใน ปัญหากวดวิชา ติวเตอร์ที่พบบ่อย ขอคืนเงินได้ไหม ร้องเรียนที่ไหน

ควรเริ่มเรียนพิเศษเมื่อไร

ควรเริ่มเมื่อมีปัญหาที่ชัดเจนหรือมีเป้าหมายที่มีวันสอบแน่นอน ไม่ใช่เริ่มเพราะเพื่อนเริ่ม สำหรับเป้าหมายสอบเข้า ช่วงที่หลายครอบครัวเริ่มคือประมาณ 6 ถึง 12 เดือนก่อนวันสอบ ส่วนการเรียนเพื่ออุดจุดอ่อน ควรเริ่มทันทีที่เห็นว่าผู้เรียนตามบทเรียนไม่ทันติดกันหลายสัปดาห์

สัญญาณว่าถึงเวลาหาที่เรียนพิเศษ

  • เกรดหรือคะแนนสอบย่อยตกลงต่อเนื่อง ไม่ใช่ตกครั้งเดียว
  • ทำการบ้านเองไม่ได้ และพ่อแม่อธิบายต่อไม่ไหว
  • มีเป้าหมายสอบเข้าที่ต้องใช้เนื้อหานอกหลักสูตร
  • ผู้เรียนขอเรียนเองเพราะรู้สึกว่าตามไม่ทัน

สัญญาณว่ายังไม่ควรเพิ่มชั่วโมงเรียน คือผู้เรียนนอนไม่พอ เหนื่อยสะสม หรือเรียนพิเศษอยู่แล้วหลายวิชาแต่ไม่มีเวลาทบทวนเอง ในกรณีนี้การลดหรือจัดตารางใหม่มักได้ผลกว่าการเพิ่มคอร์ส

การสอบเข้ามหาวิทยาลัยใช้ระบบสอบกลางที่ใช้อยู่ในปีนั้น ชื่อระบบและชื่อวิชาสอบเปลี่ยนได้ทุกปี ก่อนวางแผนจึงควรเช็กปฏิทินจากประกาศของหน่วยจัดสอบโดยตรง

แผนเริ่มเรียนแยกตามระดับชั้นอยู่ใน ควรเริ่มเรียนพิเศษเมื่อไร แยกตามระดับชั้นและเป้าหมายสอบ

สัญญาณว่าที่เรียนปัจจุบันไม่เหมาะ

ถ้าเรียนมา 6 ถึง 8 สัปดาห์แล้วผู้เรียนยังทำโจทย์ระดับเดิมไม่ได้ ไม่กล้าถามครู หรือไม่อยากไปเรียน ควรคุยกับครูก่อน แล้วค่อยพิจารณาเปลี่ยน อย่าตัดสินจากคะแนนสอบครั้งเดียว

สัญญาณที่ควรใส่ใจ

  • ผู้เรียนเล่าไม่ได้ว่าวันนี้เรียนอะไร
  • การบ้านจากที่เรียนพิเศษไม่เคยถูกตรวจ
  • ครูเปลี่ยนบ่อย หรือยกเลิกคาบบ่อย
  • ผู้เรียนเครียด นอนดึก หรือต่อต้านการไปเรียนอย่างเห็นได้ชัด
  • สถาบันเร่งให้ต่อคอร์สหรือซื้อแพ็กเกจเพิ่มทุกครั้งที่คุยกัน

ก่อนเปลี่ยน ให้ลองปรับก่อน 1 รอบ เช่น ขอเปลี่ยนเวลา ขอย้ายห้อง ขอเปลี่ยนครู หรือลดจำนวนวิชา ถ้ายังไม่ดีขึ้น การเปลี่ยนรูปแบบ เช่น จากกลุ่มใหญ่เป็นตัวต่อตัว มักช่วยได้มากกว่าการเปลี่ยนสถาบันแบบเดิม

วิธีตัดสินใจเปลี่ยนแบบไม่เสียเงินซ้ำซ้อน อยู่ใน 8 สัญญาณว่าที่เรียนพิเศษไม่เหมาะ ควรเปลี่ยนติวเตอร์เมื่อไร

เช็กลิสต์ก่อนจ่ายค่าเรียน

ก่อนจ่ายเงินทุกครั้ง ให้ตอบคำถาม 10 ข้อนี้ได้ครบ ถ้ายังตอบไม่ได้ข้อไหน ให้ถามสถาบันหรือติวเตอร์ก่อน

  • [ ] รู้เป้าหมายของการเรียนครั้งนี้ และวัดผลได้
  • [ ] ผู้เรียนได้ทดลองเรียนหรือได้คุยกับครูแล้ว และอยากเรียน
  • [ ] รู้ชื่อครูที่สอนจริง และรูปแบบการสอน สด วิดีโอ หรือผสม
  • [ ] รู้จำนวนผู้เรียนต่อห้อง
  • [ ] รู้ราคารวมทั้งหมด รวมค่าเอกสารและค่าแรกเข้า
  • [ ] มีเงื่อนไขการขาดเรียน ชดเชย และยกเลิกเป็นลายลักษณ์อักษร
  • [ ] มีเงื่อนไขการคืนเงินเป็นลายลักษณ์อักษร
  • [ ] ได้ใบเสร็จที่มีชื่อสถาบันหรือชื่อผู้รับเงินชัดเจน
  • [ ] สถาบันแสดงใบอนุญาตหรือให้ดูได้เมื่อขอ ถ้าเป็นโรงเรียน
  • [ ] การเดินทางไปกลับปลอดภัย และมีช่องทางติดต่อครูหรือผู้ดูแล

เก็บเช็กลิสต์นี้ไว้ใช้ทุกเทอม เพราะเงื่อนไขของแต่ละคอร์สอาจไม่เหมือนกัน แม้เป็นสถาบันเดิม

คำถามที่ผู้ปกครองถามบ่อย

คำถามที่พบบ่อยที่สุดคือเรื่องราคา ความจำเป็น และการเลือกรูปแบบ ด้านล่างเป็นคำตอบสั้นของคำถามยอดนิยม

เรียนพิเศษจำเป็นไหม ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน ถ้าผู้เรียนตามบทเรียนได้และมีเวลาทบทวนเอง การเรียนในโรงเรียนร่วมกับการฝึกโจทย์เองก็เพียงพอได้ การเรียนพิเศษมีประโยชน์เมื่อมีจุดอ่อนชัดเจนหรือมีเป้าหมายสอบที่ต้องใช้เนื้อหาเพิ่ม

ติวเตอร์ตัวต่อตัวควรเรียนกี่ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ส่วนใหญ่เริ่มที่ 1 ถึง 2 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละ 1.5 ถึง 2 ชั่วโมง แล้วปรับตามผล การเรียนถี่เกินไปโดยไม่มีเวลาทำโจทย์เองมักไม่ช่วยให้คะแนนดีขึ้น

เรียนออนไลน์ได้ผลเท่าเรียนที่สถาบันไหม ได้ผลใกล้เคียงกันสำหรับผู้เรียนที่มีวินัยและมีคนช่วยติดตาม แต่ผู้เรียนที่ยังเล็กหรือเสียสมาธิง่ายมักได้ประโยชน์จากการเรียนต่อหน้ามากกว่า

สถาบันรับประกันผลสอบได้ไหม ไม่ควรมีใครรับประกันผลสอบได้ เพราะผลขึ้นกับตัวผู้เรียน ความตั้งใจ และข้อสอบในแต่ละปี คำโฆษณาแบบนี้ควรทำให้ระวังมากขึ้น

คำถามเพิ่มเติมอยู่ในส่วนคำถามพบบ่อยของหน้าเขตที่คุณกำลังดูอยู่

อ่านต่อ

ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไปสำหรับผู้ปกครองและผู้เรียน ราคาเป็นช่วงโดยประมาณ ส่วนกฎเกณฑ์ ชื่อข้อสอบ และปฏิทินสอบเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบกับสถาบันและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่รับรองผลการเรียนหรือผลสอบ เว็บไซต์เป็นเพียงสมุดรายชื่อ ไม่ใช่คู่สัญญาหรือผู้ให้บริการ

บทความแนะนำ

ตารางราคากลาง (พ.ศ. 2569 โดยประมาณ)

บริการราคาต่ำราคาสูงหน่วยหมายเหตุ
กวดวิชากลุ่มใหญ่ (ห้องเรียน 20 คนขึ้นไป หรือเรียนผ่านวิดีโอในสาขา)2,0006,000บาท/วิชา/คอร์สคอร์สละประมาณ 15 ถึง 30 ชั่วโมง เฉลี่ยตกชั่วโมงละไม่มาก
กวดวิชากลุ่มเล็ก (3 ถึง 10 คน)250600บาท/ชั่วโมง/คนครูดูแลการบ้านและแบบฝึกหัดได้ใกล้ชิดกว่า
ติวตัวต่อตัว ระดับประถม300700บาท/ชั่วโมงขึ้นกับประสบการณ์ครูและสถานที่เรียน
ติวตัวต่อตัว ระดับมัธยม4001,000บาท/ชั่วโมงวิชาคำนวณและภาษาอังกฤษมักอยู่ช่วงบน
ติวตัวต่อตัว ติวสอบเข้ามหาวิทยาลัยหรือวิชาเฉพาะทาง6002,000บาท/ชั่วโมงครูที่มีประสบการณ์สอนสอบเฉพาะทางคิดสูงกว่านี้ได้
ติวเตอร์มาสอนที่บ้าน (ค่าเดินทางเพิ่ม)ขึ้นกับระยะทางและรูปแบบเรียน ขอใบเสนอราคาขึ้นกับระยะทางและรูปแบบเรียน ขอใบเสนอราคาบาท/ครั้งบางคนรวมในค่าชั่วโมง บางคนแยกเก็บ และมักกำหนดเรียนขั้นต่ำต่อครั้ง ต้องถามให้ชัด
คอร์สออนไลน์แบบวิดีโอ (ดูย้อนหลังได้)1,0005,000บาท/วิชา/คอร์สต้องเช็กอายุการเข้าดูและการถามครู
ติวออนไลน์สดตัวต่อตัว3001,200บาท/ชั่วโมงประหยัดเวลาเดินทาง ต้องมีอุปกรณ์และอินเทอร์เน็ตที่ดี
คอร์สเข้มช่วงปิดเทอม (หลายวิชารวม)ขึ้นกับวิชา ระดับชั้น และรูปแบบเรียน ขอใบเสนอราคาขึ้นกับวิชา ระดับชั้น และรูปแบบเรียน ขอใบเสนอราคาบาท/คอร์สราคาขึ้นกับจำนวนวิชาและชั่วโมงรวม
แพ็กเกจติวสอบเข้า ม.1 หรือ ม.4ขึ้นกับวิชา ระดับชั้น และรูปแบบเรียน ขอใบเสนอราคาขึ้นกับวิชา ระดับชั้น และรูปแบบเรียน ขอใบเสนอราคาบาท/แพ็กเกจมักรวมแนวข้อสอบและสอบจำลอง
แพ็กเกจติวสอบเข้าคณะที่แข่งขันสูงขึ้นกับขอบเขตคอร์ส ขอใบเสนอราคาขึ้นกับขอบเขตคอร์ส ขอใบเสนอราคาบาท/แพ็กเกจราคาต่างกันมากตามจำนวนวิชา ชั่วโมง และรูปแบบ
ค่าแรกเข้า ค่าเอกสาร ค่าสมาชิก01,000บาท/ครั้งหลายแห่งไม่เก็บ ควรถามก่อนจ่าย
ค่าแนะนำติวเตอร์ผ่านเอเจนซี่ขึ้นกับเงื่อนไขเอเจนซี่ ขอใบเสนอราคาขึ้นกับเงื่อนไขเอเจนซี่ ขอใบเสนอราคาบาท/ครั้งบางแห่งรวมในค่าเรียนช่วงแรก บางแห่งแยกเก็บ ต้องถามให้ชัด

ราคาเป็นช่วงโดยประมาณจากการสำรวจตลาด ไม่ใช่อัตราทางการ โปรดขอใบเสนอราคาจากผู้ให้บริการโดยตรง

คำถามที่พบบ่อย

ค่าเรียนพิเศษชั่วโมงละเท่าไร

ในกรุงเทพฯ ปี 2569 ติวตัวต่อตัวอยู่ที่ประมาณ 300 ถึง 2,000 บาทต่อชั่วโมง ขึ้นกับระดับชั้นและความเฉพาะทาง ส่วนกลุ่มเล็กประมาณ 250 ถึง 600 บาทต่อชั่วโมงต่อคน และกวดวิชากลุ่มใหญ่ประมาณ 2,000 ถึง 6,000 บาทต่อวิชาต่อคอร์ส ตัวเลขเป็นช่วงโดยประมาณจากตลาด ควรถามราคารวมจากที่เรียนโดยตรง

กวดวิชากลุ่มใหญ่กับติวตัวต่อตัว แบบไหนดีกว่า

ขึ้นกับปัญหาของผู้เรียน ถ้าพื้นฐานดีและต้องการเนื้อหาครบ กลุ่มใหญ่คุ้มกว่าเมื่อคิดต่อชั่วโมง ถ้ามีจุดอ่อนเฉพาะเรื่อง ไม่กล้าถามในห้อง หรือเวลาน้อยก่อนสอบ ตัวต่อตัวเหมาะกว่า หลายครอบครัวใช้แบบผสม คือเรียนกลุ่มใหญ่แล้วเสริมตัวต่อตัวเฉพาะวิชาที่อ่อน

เรียนพิเศษจำเป็นไหม

ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน ถ้าผู้เรียนตามบทเรียนได้และมีเวลาทบทวนเอง การเรียนในโรงเรียนร่วมกับฝึกโจทย์เองก็เพียงพอได้ การเรียนพิเศษมีประโยชน์เมื่อมีจุดอ่อนชัดเจน ตามบทเรียนไม่ทันติดกันหลายสัปดาห์ หรือมีเป้าหมายสอบที่ต้องใช้เนื้อหาเพิ่ม

ควรเริ่มติวสอบเข้าก่อนสอบกี่เดือน

หลายครอบครัวเริ่มประมาณ 6 ถึง 12 เดือนก่อนวันสอบ ถ้าพื้นฐานดีอยู่แล้ว เริ่มฝึกแนวข้อสอบ 3 ถึง 6 เดือนก่อนสอบก็มักพอ ถ้าพื้นฐานยังมีช่องโหว่ควรเริ่มเร็วกว่านั้น และควรเช็กชื่อวิชาสอบกับปฏิทินสอบของปีนั้นจากหน่วยงานผู้จัดสอบหรือโรงเรียนเป้าหมายโดยตรง

ทดลองเรียนก่อนได้ไหม

ได้ในหลายที่ บางที่ให้ทดลองฟรี 1 ครั้ง บางที่คิดราคาครั้งเดียว ส่วนคอร์สวิดีโอมักมีคลิปตัวอย่างให้ดู การทดลองจะได้ข้อมูลจริงเมื่อผู้เรียนได้เรียนเรื่องที่ตัวเองติดอยู่ ให้บอกครูล่วงหน้า แล้วหลังเรียนถามผู้เรียนว่าเข้าใจไหมและอยากเรียนต่อไหม

จะรู้ได้อย่างไรว่าสถาบันกวดวิชามีใบอนุญาต

ขอดูใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนจากสถาบันโดยตรง แล้วเทียบชื่อกับที่อยู่ว่าตรงกับสาขาที่ไปเรียนหรือไม่ สถาบันกวดวิชาที่เปิดเป็นโรงเรียนอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 โดยมีสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) กำกับ ถ้าไม่แน่ใจ สอบถามหน่วยงานได้โดยตรง

จ่ายค่าเรียนไปแล้ว ขอคืนเงินได้ไหม

ขึ้นกับเงื่อนไขที่ตกลงไว้ในใบสมัคร ใบเสร็จ หรือข้อความแชตเป็นหลัก กรณีที่มักเจรจาได้ง่ายกว่าคือสถาบันเป็นฝ่ายยกเลิกหรือเปลี่ยนครู หรือยังเรียนไปน้อยมาก ถ้าตกลงกันไม่ได้ ร้องเรียนได้ที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และควรเก็บหลักฐานทุกอย่างไว้

ติวเตอร์ตัวต่อตัวควรเรียนสัปดาห์ละกี่ครั้ง

ส่วนใหญ่เริ่มที่ 1 ถึง 2 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละ 1.5 ถึง 2 ชั่วโมง แล้วปรับตามผลหลังเรียน 4 ถึง 6 สัปดาห์ การเรียนถี่เกินไปจนไม่มีเวลาทำโจทย์เองมักไม่ช่วยให้ผลดีขึ้น ช่วงใกล้สอบอาจเพิ่มได้ชั่วคราว แต่ควรเหลือเวลาพักผ่อนให้ผู้เรียนด้วย

เรียนออนไลน์ได้ผลเท่าเรียนที่สถาบันไหม

ได้ผลใกล้เคียงกันสำหรับผู้เรียนที่มีวินัยและมีคนช่วยติดตาม โดยเฉพาะแบบสดตัวต่อตัว ส่วนแบบวิดีโอเหมาะกับการทบทวนซ้ำแต่ถามครูได้น้อย ผู้เรียนที่ยังเล็กหรือเสียสมาธิง่ายมักได้ประโยชน์จากการเรียนต่อหน้ามากกว่า ควรเช็กอายุการเข้าดูคอร์สก่อนซื้อ

สถาบันที่รับประกันผลสอบเชื่อถือได้ไหม

ควรระวังมากขึ้น เพราะผลสอบขึ้นกับตัวผู้เรียน ความตั้งใจ และข้อสอบในแต่ละปี ไม่มีใครรับประกันได้จริง ให้ดูสิ่งที่ตรวจสอบได้แทน เช่น การทดลองเรียน ขนาดห้อง การรายงานผล และเงื่อนไขการเงินที่เขียนชัด ส่วนคำอ้างว่ารู้ข้อสอบจริงถือเป็นสัญญาณเตือน

กวดวิชา ติวเตอร์ในเขตอื่นของกรุงเทพฯ

เขตที่มีรายชื่อไม่ถึง 3 แห่ง รวมไว้ที่นี่