ใบอนุญาตขนส่ง ประกันสินค้า และน้ำหนักบรรทุก เรื่องที่ผู้จ้างรถควรรู้
อัปเดต 2569/09 · หมวด รถรับจ้างขนส่งสินค้า
รถบรรทุกที่รับจ้างขนสินค้าอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ซึ่งมีกรมการขนส่งทางบกเป็นหน่วยงานกำกับ ส่วนความรับผิดเมื่อสินค้าสูญหายหรือเสียหายอยู่ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะรับขน
ผู้จ้างไม่จำเป็นต้องรู้กฎหมายทุกข้อ แต่ควรรู้ 5 เรื่องที่กระทบตัวเองโดยตรง คือ ใบอนุญาต ป้ายทะเบียน ประกัน น้ำหนักบรรทุก และความรับผิดของผู้ขนส่ง บทนี้สรุปเฉพาะสิ่งที่ใช้ตัดสินใจได้ รายละเอียดทางกฎหมายควรสอบถามหน่วยงานหรือทนายความโดยตรง
ใบอนุญาตประกอบการขนส่ง
ผู้ที่รับจ้างขนสินค้าด้วยรถบรรทุกต้องมีใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่ประจำทาง ออกโดยกรมการขนส่งทางบก ส่วนรถประเภทและขนาดใดที่ต้องขอใบอนุญาตนี้ เป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด
ทำไมผู้จ้างควรสนใจ
- ผู้ประกอบการที่มีใบอนุญาตมีตัวตนที่ยืนยันได้ และมีหน่วยงานกำกับ
- ถ้าเกิดปัญหา คุณรู้ว่าจะติดตามกับใคร
- บางธุรกิจ เช่น โรงงานหรือผู้ส่งสินค้าให้ห้างใหญ่ อาจมีนโยบายจ้างเฉพาะผู้ขนส่งที่มีใบอนุญาต
วิธีตรวจเบื้องต้นคือถามตรง ๆ และขอดูสำเนาใบอนุญาต ถ้าต้องการยืนยัน สอบถามกรมการขนส่งทางบกได้ที่สายด่วน 1584
รถกระบะรับจ้าง ต่างจากรถบรรทุกอย่างไร
รถกระบะส่วนใหญ่จดทะเบียนเป็นรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ไม่ใช่ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก การนำมารับจ้างขนสินค้ามีเงื่อนไขตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด ผู้จ้างควรถามเอกสารก่อนใช้บริการ
สิ่งที่ผู้จ้างทำได้คือถามว่ารถคันนี้จดทะเบียนประเภทใด และประกันภัยของรถครอบคลุมการใช้รับจ้างหรือไม่ เพราะกรมธรรม์ระบุลักษณะการใช้รถไว้ การใช้รถผิดจากที่ระบุอาจกระทบความคุ้มครอง ถามบริษัทประกันของรถคันนั้นได้
ป้ายทะเบียนบอกอะไรได้บ้าง
รถบรรทุกที่จดทะเบียนตามกฎหมายขนส่งทางบกเพื่อรับจ้าง (ไม่ประจำทาง) ใช้ป้ายทะเบียนพื้นสีเหลือง ตัวอักษรสีดำ ส่วนรถบรรทุกส่วนบุคคลใช้ป้ายพื้นสีขาว ตัวอักษรสีดำ และรถกระบะที่จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติรถยนต์ใช้ป้ายพื้นขาว ตัวอักษรสีเขียว ช่วยดูเบื้องต้นได้ว่ารถจดทะเบียนประเภทใด
ป้ายทะเบียนเป็นแค่การดูเบื้องต้น ไม่ได้บอกว่ามีประกันสินค้าหรือไม่ ต้องถามแยก
ใบอนุญาตขับรถของคนขับ
คนขับรถบรรทุกต้องมีใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถตามกฎหมายขนส่งทางบก ซึ่งออกโดยกรมการขนส่งทางบก มี 4 ชนิด แบ่งตามขนาดและลักษณะรถ (ที่เรียกกันว่า ท.1 ถึง ท.4) รถขนาดใดต้องใช้ชนิดใดสอบถามกรมการขนส่งทางบก ส่วนงานขนวัตถุอันตรายต้องใช้ใบอนุญาตชนิดที่ 4 และไม่อยู่ในขอบเขตของรถรับจ้างทั่วไป
ถ้าคุณจ้างงานประจำ ขอสำเนาใบขับขี่ของคนขับหลักไว้ได้
ประกันภัยรถ กับ ประกันสินค้า ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
นี่คือเรื่องที่ผู้จ้างเข้าใจผิดบ่อยที่สุด รถมีประกันไม่ได้แปลว่าสินค้าบนรถได้รับความคุ้มครอง
| ประเภท | คุ้มครองอะไร | คุ้มครองสินค้าไหม |
|---|---|---|
| ประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) | ชีวิตและร่างกายของผู้ประสบภัยจากรถ | ไม่คุ้มครอง |
| ประกันภัยรถภาคสมัครใจ | ตัวรถ และความเสียหายต่อบุคคลภายนอกตามแบบกรมธรรม์ | โดยทั่วไปไม่คุ้มครองสินค้าที่บรรทุก |
| ประกันภัยสินค้าระหว่างขนส่ง | สินค้าที่สูญหายหรือเสียหายระหว่างขนส่งตามเงื่อนไข | คุ้มครองตามวงเงินและเงื่อนไข |
| ประกันความรับผิดของผู้ขนส่ง | ความรับผิดของผู้ขนส่งต่อเจ้าของสินค้า | คุ้มครองตามวงเงินและเงื่อนไข |
ประกันภัยภาคบังคับเป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ส่วนประกันสินค้ามีชื่อผลิตภัณฑ์และเงื่อนไขต่างกันตามบริษัทประกัน ภายใต้การกำกับของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ผู้ได้รับใบอนุญาตขนส่งต้องทำประกันเพิ่มเติมแบบใดบ้าง เป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด จึงไม่ควรถือว่ารถที่มีใบอนุญาตจะมีประกันสินค้าเสมอ
คำถามที่ควรถามผู้ให้บริการ
- มีประกันสินค้าหรือไม่ เป็นแบบไหน
- วงเงินต่อเที่ยวเท่าไร พอกับมูลค่าสินค้าไหม
- ข้อยกเว้นมีอะไร เช่น ของแตกง่าย ของเน่าเสีย หรือความเสียหายจากการแพ็ก
- ต้องแจ้งเคลมภายในกี่วัน ใช้หลักฐานอะไร
ถ้าสินค้ามีมูลค่าสูงกว่าวงเงินที่ผู้ขนส่งมี ผู้ส่งสามารถสอบถามบริษัทประกันหรือนายหน้าประกันเรื่องการทำประกันสินค้าเองได้
น้ำหนักบรรทุกตามกฎหมาย
รถแต่ละประเภทมีเกณฑ์น้ำหนักรวมสูงสุดที่กฎหมายกำหนด การบรรทุกเกินเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 โดยเกณฑ์น้ำหนักกำหนดไว้ในประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ และมีด่านชั่งน้ำหนักของกรมทางหลวงตรวจตามเส้นทาง ตัวเลขของรถแต่ละประเภทให้ผู้ให้บริการยืนยันเป็นรายคัน หรือสอบถามกรมทางหลวง
ผลเสียของการบรรทุกเกินไม่ได้มีแค่เรื่องกฎหมาย
- รถเบรกระยะไกลขึ้น เสี่ยงอุบัติเหตุ
- ยางและช่วงล่างรับภาระเกิน เสี่ยงยางระเบิดกลางทาง
- ถ้าเกิดความเสียหาย อาจมีข้อโต้แย้งเรื่องความรับผิดและประกัน
- ถ้าถูกตรวจพบ รถอาจถูกกักหรือให้ขนถ่ายส่วนเกิน ทำให้ของถึงช้า
ผู้ส่งบางรายอยากให้ขนเที่ยวเดียวเพื่อประหยัด แต่ถ้าน้ำหนักเกิน ควรแบ่งเป็น 2 เที่ยวหรือเปลี่ยนเป็นรถใหญ่ขึ้น ส่วนคำถามว่าผู้ส่งต้องรับผิดร่วมด้วยหรือไม่ ขึ้นกับข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี ทางที่ปลอดภัยคืออย่าขอให้บรรทุกเกินตั้งแต่แรก
ความรับผิดของผู้ขนส่งเมื่อสินค้าเสียหาย
โดยหลัก ผู้ขนส่งต้องรับผิดเมื่อสินค้าสูญหาย เสียหาย หรือส่งช้า เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าเกิดจากเหตุสุดวิสัย สภาพของสินค้านั้นเอง หรือความผิดของผู้ส่งหรือผู้รับ (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 616)
กฎหมายยังกำหนดกรอบเวลาที่ผู้จ้างควรจำไว้ 2 ข้อ
- ถ้าผู้รับรับของไว้โดยไม่ทักท้วงและจ่ายค่าขนส่งแล้ว ความรับผิดของผู้ขนส่งอาจสิ้นสุดลง เว้นแต่ความเสียหายที่มองไม่เห็นจากภายนอก ซึ่งต้องบอกกล่าวผู้ขนส่งภายใน 8 วันนับแต่วันส่งมอบ (มาตรา 623)
- การฟ้องผู้ขนส่งเรื่องของสูญหาย เสียหาย หรือส่งช้า มีอายุความ 1 ปีนับแต่วันส่งมอบ (มาตรา 624)
ในทางปฏิบัติ สิ่งที่ทำให้เคลมได้จริงคือหลักฐาน
- รูปสินค้าก่อนขึ้นรถ
- ใบส่งของหรือใบตราส่งที่คนขับเซ็นรับ
- ใบรับสินค้าที่ปลายทางหมายเหตุความเสียหาย
- ข้อความตกลงเรื่องประกันและวงเงิน
สำหรับของมีค่าสูง เช่น เงินตรา ตั๋วเงิน อัญมณี หรือของมีค่าอย่างอื่น ต้องบอกราคาและสภาพให้ผู้ขนส่งทราบตอนส่งมอบ ถ้าไม่ได้บอก ผู้ขนส่งไม่ต้องรับผิดในของเหล่านั้น (มาตรา 620) ควรบอกเป็นลายลักษณ์อักษรไว้เป็นหลักฐาน เอกสารสำคัญและอุปกรณ์มูลค่าสูงก็ควรแจ้งราคาไว้เช่นกัน
งานเฉพาะทางที่มีกฎเพิ่ม
- รถเฮี๊ยบและเครน งานยกอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 และกฎกระทรวงเรื่องปั้นจั่นที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ กำกับโดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ผู้บังคับปั้นจั่นต้องผ่านการอบรมตามที่กฎกระทรวงกำหนด
- อาหารและสินค้าควบคุมอุณหภูมิ สินค้าอาหารบางประเภทมีข้อกำหนดเรื่องอุณหภูมิและการเก็บรักษาระหว่างขนส่งตามกฎหมายอาหาร ซึ่งกำกับโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และผู้ซื้อรายใหญ่มักมีมาตรฐานของตัวเอง สอบถามผู้ซื้อหรือ อย.
- สัตว์มีชีวิต การเคลื่อนย้ายสัตว์และซากสัตว์ต้องขอใบอนุญาตเคลื่อนย้ายจากกรมปศุสัตว์ตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 เงื่อนไขสอบถามสำนักงานปศุสัตว์ในพื้นที่
- วัตถุอันตราย ต้องใช้รถที่จดทะเบียนสำหรับงานนี้และคนขับที่มีใบอนุญาตชนิดที่ 4 ตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด ไม่อยู่ในขอบเขตรถรับจ้างทั่วไป
ภาษีที่เกี่ยวกับค่าขนส่ง
ถ้าผู้จ้างเป็นนิติบุคคล มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายค่าขนส่งตามอัตราและเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด ส่วนการให้บริการขนส่งในประเทศได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฎากร ผู้ให้บริการขนส่งจึงมักออกใบเสร็จรับเงินแทนใบกำกับภาษี รายละเอียดควรปรึกษาสำนักงานบัญชี
ข้อมูลทั่วไป ราคาและเงื่อนไขขึ้นกับแต่ละร้าน โปรดขอใบเสนอราคา เว็บไซต์เป็นเพียงสมุดรายชื่อ ไม่ใช่คู่สัญญาหรือผู้ให้บริการ