รับจ้างทั่วไทย

จ้างรถรับจ้างขนส่งสินค้าอย่างไรให้ของถึงครบ ตรงเวลา และไม่โดนค่าแฝง

รถรับจ้างขนส่งสินค้าในฐานข้อมูล 1,202 แห่ง ใน 49 เขตที่มีรายชื่อครบ · ข้อมูล กันยายน 2569

เลือกรถรับจ้างขนส่งสินค้าตามเขต

ตามย่านที่คนค้นบ่อย

รถรับจ้างขนส่งสินค้าคือบริการเหมารถพร้อมคนขับ เพื่อขนสินค้า วัตถุดิบ หรือผลผลิตจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง ตั้งแต่กระบะคันเดียวในพื้นที่ใกล้ ไปจนถึงรถ 10 ล้อวิ่งข้ามจังหวัด ผู้ที่ใช้บริการส่วนใหญ่คือเจ้าของกิจการ ฝ่ายจัดส่งของโรงงาน ร้านค้าส่ง ผู้รับเหมา และเกษตรกรที่ต้องส่งผลผลิต

คำตอบสั้น ๆ คือ ค่ารถรับจ้างปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 400 ถึง 1,500 บาทต่อเที่ยวสำหรับกระบะในพื้นที่ใกล้ และประมาณ 20 ถึง 50 บาทต่อกิโลเมตรสำหรับรถ 6 ล้อถึง 10 ล้อที่วิ่งต่างจังหวัด ส่วนสิ่งที่ทำให้ของถึงครบและไม่โดนค่าแฝง คือการเลือกขนาดรถให้ถูก ตกลงค่ารอและค่าคนยกก่อนจอง และถามเรื่องประกันสินค้าให้ชัด

คู่มือนี้ใช้ได้ทั่วประเทศ ไม่ว่าคุณจะหารถในเขตหรืออำเภอไหน สรุปทุกเรื่องที่ควรรู้ก่อนโทรหารถคันแรก

หมายเหตุ: หมวดนี้เน้นการขนส่งสินค้าเชิงธุรกิจ ไม่ครอบคลุมบริการขนย้ายบ้านหรือขนย้ายสำนักงาน

ค่ารถรับจ้างขนส่งสินค้าปี 2569 ประมาณเท่าไร

ค่ารถรับจ้างปี 2569 คิดได้ 2 แบบ คือเหมาต่อเที่ยวสำหรับงานในพื้นที่ใกล้ และคิดต่อกิโลเมตรสำหรับงานต่างจังหวัด ตัวเลขต่างกันหลายเท่าตามขนาดรถ

ขนาดรถงานในพื้นที่ใกล้ (บาท/เที่ยว)งานต่างจังหวัด (บาท/กม.)
กระบะตู้ทึบหรือกระบะคอก400 ถึง 1,50010 ถึง 18
รถ 4 ล้อใหญ่1,200 ถึง 3,00014 ถึง 25
รถ 6 ล้อ2,500 ถึง 5,50020 ถึง 35
รถ 10 ล้อ4,500 ถึง 9,00028 ถึง 50

รถห้องเย็นแพงกว่ารถแห้งขนาดเดียวกัน เพราะมีค่าน้ำมันสำหรับเครื่องทำความเย็นและค่าดูแลตู้ ส่วนต่างขึ้นกับระยะทาง น้ำหนัก ขนาดรถ และราคาน้ำมัน ควรขอใบเสนอราคา ส่วนรถเฮี๊ยบ 6 ล้อสำหรับงานยกในพื้นที่อยู่ที่ประมาณ 2,500 ถึง 8,000 บาทต่องาน

ตัวอย่างการคำนวณคร่าว ๆ ถ้าส่งสินค้าด้วยรถ 6 ล้อ ระยะทาง 300 กิโลเมตร ที่เรตประมาณ 20 ถึง 35 บาทต่อกิโลเมตร ค่าขนส่งจะอยู่ราว 6,000 ถึง 10,500 บาท ยังไม่รวมค่าคนยก ค่ารอ และค่าผ่านทาง

ราคาขยับตามเส้นทาง ราคาดีเซล และช่วงเวลา ช่วงเทศกาล ปลายเดือน และหน้าผลผลิตการเกษตรออก รถหายากและแพงขึ้น อีกเรื่องที่ต้องถามทุกครั้ง คือราคาต่อกิโลเมตรคิดจากระยะขาไปอย่างเดียว หรือคิดไปกลับ เพราะยอดต่างกันเกือบเท่าตัว

ราคาทั้งหมดเป็นการประเมินตลาด ไม่ใช่ราคาทางการ ราคาขึ้นกับระยะทาง น้ำหนัก ขนาดรถ ราคาน้ำมัน และช่วงเวลา ควรขอใบเสนอราคาอย่างน้อย 3 ราย

เลือกขนาดรถอย่างไรให้พอดีกับสินค้า

ขนาดรถที่เหมาะคือคันที่เล็กที่สุดที่รับน้ำหนักและปริมาตรของคุณได้ โดยยังเหลือพื้นที่ให้จัดเรียงและยึดสินค้าได้ปลอดภัย รถใหญ่เกินจำเป็นทำให้เสียเงินฟรี รถเล็กเกินทำให้ต้องวิ่ง 2 เที่ยว หรือบรรทุกเกินจนเสี่ยงทั้งของและกฎหมาย

ขนาดรถน้ำหนักที่มักรับได้โดยประมาณเหมาะกับ
กระบะประมาณ 1 ตันสินค้าไม่กี่สิบกล่อง วัสดุชิ้นเล็ก ส่งด่วนในพื้นที่
4 ล้อใหญ่ประมาณ 2 ถึง 3.5 ตันสินค้าพาเลทไม่กี่พาเลท ร้านค้าส่งเติมสต็อก
6 ล้อประมาณ 5 ถึง 8 ตันสินค้าเกษตรเป็นกระสอบ วัสดุก่อสร้าง ส่งโรงงาน
10 ล้อประมาณ 12 ถึง 15 ตันสินค้าหนักปริมาณมาก ส่งข้ามจังหวัดระยะไกล

ตัวเลขน้ำหนักข้างต้นเป็นค่าโดยประมาณที่ใช้กันในตลาด ขึ้นกับรุ่นรถ ตัวถัง และน้ำหนักรถเปล่า ส่วนน้ำหนักรวมสูงสุดที่กฎหมายกำหนดมีเกณฑ์แยกตามประเภทรถตามกฎหมายทางหลวง ให้ผู้ให้บริการยืนยันว่าสินค้าของคุณไม่เกินเกณฑ์ของรถคันนั้น

นอกจากน้ำหนัก ให้ดูปริมาตรด้วย สินค้าเบาแต่เทอะทะ เช่น โฟม ฟูก หรือบรรจุภัณฑ์เปล่า อาจเต็มตู้ก่อนถึงน้ำหนักที่รถรับได้

ประเภทตัวถังก็สำคัญพอกับขนาด ตู้ทึบกันแดดกันฝน กระบะคอกขนของสูงได้แต่ต้องคลุมผ้าใบ พื้นเรียบเหมาะกับเหล็กและท่อ ห้องเย็นสำหรับอาหารสดและสินค้าแช่แข็ง และรถเฮี๊ยบที่ติดเครนบนตัวรถสำหรับของหนักที่หน้างานไม่มีรถยก

เหมาคัน ฝากส่งร่วม หรือส่งพัสดุ แบบไหนเหมาะกับคุณ

ถ้าสินค้าเกินครึ่งคันหรือต้องถึงตามเวลาที่กำหนด การเหมาคันมักคุ้มกว่า ถ้าสินค้าน้อยและรอได้ 1 ถึง 3 วัน การฝากส่งร่วมเที่ยวมักถูกกว่า ส่วนสินค้าชิ้นเล็กจำนวนน้อยส่งผ่านบริษัทขนส่งพัสดุสะดวกที่สุด

แบบจุดเด่นข้อจำกัด
เหมาคันรถวิ่งตรงจากต้นทางถึงปลายทาง กำหนดเวลาได้ ของถูกยกน้อยครั้งจ่ายเต็มคันแม้ของไม่เต็ม
ฝากส่งร่วมเที่ยวจ่ายตามน้ำหนักหรือปริมาตรจริง ถูกกว่าเมื่อของน้อยต้องรอรถรวมของ เวลาถึงไม่แน่นอน ของผ่านมือหลายครั้ง
บริษัทขนส่งพัสดุส่งทีละชิ้นได้ มีระบบติดตามจำกัดขนาดและน้ำหนักต่อชิ้น ไม่เหมาะกับสินค้าพาเลทหรือของหนัก

วิธีตัดสินใจเร็ว ๆ ให้ดู 3 คำถาม

  1. สินค้าเต็มรถขนาดเล็กที่สุดที่ใช้ได้เกินครึ่งหรือไม่
  2. ต้องถึงภายในวันและเวลาที่กำหนดหรือไม่
  3. สินค้าแตกง่าย เน่าเสียง่าย หรือมีมูลค่าสูงหรือไม่

ถ้าตอบว่าใช่ข้อใดข้อหนึ่ง การเหมาคันมักคุ้มกว่าเมื่อนับความเสี่ยงรวม

เลือกผู้ให้บริการรถขนส่งสินค้าอย่างไรให้เสี่ยงน้อย

ผู้ให้บริการที่ดีคือรายที่ตอบได้ชัดว่าใช้รถคันไหน ใครขับ ถ้าของเสียหายใครรับผิดชอบ และมีค่าใช้จ่ายอื่นนอกจากค่าเที่ยวหรือไม่ ราคาถูกสุดไม่ใช่ตัวตัดสิน

ตรวจ 6 เรื่องก่อนจอง

  1. ตัวตนและทะเบียนธุรกิจ ชื่อที่ออกใบเสร็จตรงกับคนที่คุยด้วยหรือไม่ มีทะเบียนพาณิชย์หรือหนังสือรับรองบริษัทหรือไม่
  2. รถที่จะมาจริง ขอรูปรถ ขนาดตัวถัง และเลขทะเบียนก่อนวันงาน
  3. ใบอนุญาตประกอบการขนส่ง สำหรับรถบรรทุกรับจ้าง ถามว่ามีใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่ประจำทางจากกรมการขนส่งทางบกหรือไม่ และดูป้ายทะเบียนพื้นสีเหลืองประกอบ
  4. ประกันสินค้า มีประกันคุ้มครองสินค้าระหว่างขนส่งหรือไม่ วงเงินเท่าไร และมีเงื่อนไขอะไร
  5. ประวัติและรีวิว ถามลูกค้าที่ส่งสินค้าลักษณะเดียวกับคุณ และดูว่าทำงานในพื้นที่นี้มานานแค่ไหน
  6. ความชัดเจนของราคา ใบเสนอราคาแยกค่าเที่ยว ค่าคนยก ค่ารอ ค่าจุดเพิ่ม และค่าผ่านทางหรือไม่

รายเล็กที่ขับเองมักยืดหยุ่นกว่า รายที่มีรถหลายคันมักมีรถสำรองและเอกสารครบกว่า เลือกให้เหมาะกับความเสี่ยงของสินค้า

ขั้นตอนจองรถ ใบตราส่ง และการรับสินค้า

การจองรถที่ไม่มีปัญหาเริ่มจากส่งข้อมูลสินค้าให้ครบตั้งแต่ขอราคา แล้วจบด้วยการเซ็นรับสินค้าพร้อมจดสภาพของทุกครั้ง

  1. ขอราคา ส่งชนิดสินค้า น้ำหนัก จำนวนพาเลท ต้นทาง ปลายทาง วันเวลา และบอกว่ามีคนยกหรือไม่
  2. ยืนยันการจอง เป็นข้อความหรือเอกสาร ระบุรถ ราคา และสิ่งที่รวมแล้ว
  3. เตรียมของ แพ็กให้พร้อมก่อนรถมาถึง และทำใบส่งของ
  4. ขึ้นของ นับต่อหน้าคนขับ ถ่ายรูปการจัดเรียง ให้คนขับเซ็นใบส่งของหรือใบตราส่ง
  5. ติดตาม ขอเบอร์คนขับหรือพิกัดเป็นระยะ
  6. รับของ ปลายทางตรวจก่อนเซ็น ถ้ามีเสียหายให้จดในใบรับสินค้าทันที
  7. ปิดงาน เก็บใบเสร็จ ใบรับสินค้า และรูปถ่ายไว้จนพ้นช่วงที่อาจมีเรื่องเคลม

ใบตราส่งคือเอกสารที่ผู้ขนส่งออกให้ผู้ส่งเมื่อผู้ส่งเรียกเอา ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ระบุว่ารับของอะไร จำนวนเท่าไร จากใครถึงใคร ส่วนใบส่งของหรือใบกำกับของเป็นเอกสารที่ผู้ส่งทำขึ้น ทั้งสองอย่างเป็นหลักฐานสำคัญถ้าเกิดข้อพิพาท รถรับจ้างรายเล็กหลายรายไม่มีแบบฟอร์มของตัวเอง คุณจึงควรเตรียมใบส่งของ 2 ชุดไว้ให้คนขับเซ็นรับ 1 ชุด

ใบอนุญาต ประกันภัย และกฎหมายที่ควรรู้

รถบรรทุกที่รับจ้างขนสินค้าอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ซึ่งกำกับโดยกรมการขนส่งทางบก ส่วนความรับผิดเมื่อสินค้าเสียหายอยู่ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะรับขน

เรื่องที่ผู้จ้างควรรู้มี 4 ข้อ

  1. ใบอนุญาตประกอบการ ผู้รับจ้างขนสินค้าด้วยรถบรรทุกต้องมีใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่ประจำทางจากกรมการขนส่งทางบก รถบรรทุกรับจ้างที่จดทะเบียนตามกฎหมายขนส่งใช้ป้ายทะเบียนพื้นสีเหลือง ส่วนรถกระบะที่จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มีเงื่อนไขการรับจ้างตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด ผู้จ้างควรถามเอกสารก่อนใช้บริการ
  2. ประกันภัยรถไม่เท่ากับประกันสินค้า ประกันภัยภาคบังคับตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 คุ้มครองคน ไม่คุ้มครองสินค้า ประกันภาคสมัครใจทั่วไปก็มักไม่คุ้มครองของที่บรรทุก ต้องถามหาประกันสินค้าระหว่างขนส่งแยก
  3. น้ำหนักบรรทุก การบรรทุกเกินน้ำหนักที่กฎหมายทางหลวงกำหนดเป็นความผิด มีด่านชั่งน้ำหนักของกรมทางหลวงตรวจ และเสี่ยงเบรกไม่อยู่หรือยางระเบิด เกณฑ์ของรถแต่ละประเภทให้ผู้ให้บริการยืนยัน
  4. ความรับผิดของผู้ขนส่ง โดยหลักผู้ขนส่งต้องรับผิดเมื่อสินค้าสูญหาย เสียหาย หรือส่งช้า เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าเกิดจากเหตุสุดวิสัย สภาพของสินค้าเอง หรือความผิดของผู้ส่งหรือผู้รับ ของมีค่า เช่น เงินตรา ตั๋วเงิน หรืออัญมณี ต้องบอกราคาและสภาพให้ผู้ขนส่งทราบตอนส่งมอบ ไม่เช่นนั้นผู้ขนส่งไม่ต้องรับผิด

ถ้าเป็นนิติบุคคลที่จ้างขนส่ง มีเรื่องภาษีที่ต้องทำด้วย เช่น การหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าขนส่งตามอัตราที่กรมสรรพากรกำหนด ควรปรึกษาสำนักงานบัญชีของคุณ

กลโกงและปัญหาที่พบบ่อย

ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดไม่ใช่การโกงตรง ๆ แต่เป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้ตกลงกันไว้ และการปัดความรับผิดชอบเมื่อของเสียหาย ซึ่งป้องกันได้เกือบทั้งหมดด้วยการตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนจอง

รูปแบบที่ควรระวัง

  • คิดค่ารอหรือค่าเสียเวลาโดยไม่แจ้งก่อน ปลายทางขึ้นของช้า แล้วถูกเรียกเก็บเพิ่มหลายร้อยถึงหลายพันบาท
  • เปลี่ยนรถเล็กกว่าที่ตกลง จองรถ 6 ล้อ แต่มาเป็น 4 ล้อใหญ่ แล้วขนไม่หมด ต้องจ่ายเที่ยวที่สอง
  • ของเสียหายแล้วไม่รับผิดชอบ อ้างว่าแพ็กไม่ดี หรือบอกว่าไม่มีประกันหลังเกิดเหตุ
  • ราคาต่ำผิดปกติแล้วบวกทีหลัง ค่าคนยก ค่าขึ้นชั้น ค่าผ่านทาง ค่าน้ำมันเพิ่ม ถูกบวกหลังรถออก
  • ขอเงินล่วงหน้าเต็มจำนวน แล้วรถไม่มาตามนัด หรือติดต่อไม่ได้
  • ส่งงานต่อให้รถคันอื่น โดยไม่แจ้ง ทำให้ไม่รู้ว่าใครขับและใครรับผิดชอบ

วิธีป้องกันง่ายที่สุด คือขอใบเสนอราคาที่แยกทุกรายการ ถามเวลารอฟรีต่อจุด ยืนยันขนาดรถและเลขทะเบียน และถ่ายรูปสินค้าก่อนขึ้นรถทุกครั้ง

เช็กลิสต์ก่อนรถออก

ก่อนรถออก ให้เช็ก 3 กลุ่ม คือ ข้อตกลง สินค้า และเอกสาร ถ้าครบทั้ง 3 กลุ่ม โอกาสเกิดข้อพิพาทจะลดลงมาก

กลุ่มสิ่งที่ต้องเช็ก
ข้อตกลงราคารวมและสิ่งที่รวมแล้ว เวลารอฟรีและค่ารอ ขนาดรถและทะเบียน ประกันสินค้าและวงเงิน
สินค้าแพ็กแน่น ติดฉลาก นับต่อหน้าคนขับ ถ่ายรูปก่อนและหลังจัดเรียง ตั้งอุณหภูมิตู้เย็นล่วงหน้า
เอกสารใบส่งของ 2 ชุดเซ็นทั้งสองฝ่าย ชื่อและเบอร์คนขับ ใบเสร็จตามที่ธุรกิจต้องใช้

เมื่อไรควรใช้รถรับจ้าง และเมื่อไรควรส่งแบบอื่น

รถรับจ้างเหมาะที่สุดเมื่อสินค้ามีปริมาณเกินกว่าส่งเป็นพัสดุ ต้องถึงตามเวลาที่กำหนด หรือต้องขนจากหน้างานที่รถขนส่งทั่วไปไม่รับ เช่น ไร่ สวน โรงงาน หรือไซต์ก่อสร้าง

กรณีที่รถรับจ้างมักคุ้ม ได้แก่ ส่งผลผลิตจากสวนเข้าตลาดหรือโรงงานช่วงเก็บเกี่ยว ส่งวัตถุดิบครั้งละหลายพาเลท ขนเหล็กหรือเครื่องจักรที่ต้องใช้รถเฮี๊ยบ ส่งอาหารสดที่ต้องคุมอุณหภูมิ และงานด่วนที่ต้องการรถภายในวันเดียวกัน

ส่วนสินค้าชิ้นเล็กจำนวนน้อย ส่งผ่านบริษัทขนส่งพัสดุมักถูกกว่า และวัตถุอันตราย สารเคมี หรือเชื้อเพลิง ต้องใช้ผู้ขนส่งที่มีใบอนุญาตเฉพาะ ไม่ใช่รถรับจ้างทั่วไป

คำถามที่พบบ่อยก่อนจ้างรถขนส่งสินค้า

ค่ารอหรือค่าเสียเวลาคิดอย่างไร ส่วนใหญ่ให้รอฟรีประมาณ 1 ถึง 2 ชั่วโมงต่อจุด เกินจากนั้นคิดประมาณ 150 ถึง 600 บาทต่อชั่วโมงโดยประมาณ ต้องตกลงก่อนจองทุกครั้ง

ต้องจ่ายเงินล่วงหน้าไหม ขึ้นกับข้อตกลง ลูกค้าใหม่มักถูกขอมัดจำบางส่วน ไม่ควรโอนเต็มจำนวนก่อนเห็นรถ

จองล่วงหน้ากี่วันดี งานในพื้นที่ใกล้มักจองล่วงหน้า 1 วันก็พอ งานต่างจังหวัด รถห้องเย็น และรถเฮี๊ยบควรจองล่วงหน้าอย่างน้อย 2 ถึง 3 วัน และมากกว่านั้นในช่วงเทศกาล

ขอใบกำกับภาษีได้ไหม โดยทั่วไปค่าขนส่งอย่างเดียวไม่มีใบกำกับภาษี เพราะการให้บริการขนส่งในประเทศได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฎากร ผู้ให้บริการขนส่งจึงออกใบเสร็จรับเงินหรือบิลเงินสดแทน ถ้ากิจการของคุณต้องใช้เอกสารทางบัญชี ถามก่อนจองว่าจะได้เอกสารแบบไหน และปรึกษาสำนักงานบัญชี

อ่านต่อ

ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะราย ราคาในคู่มือเป็นการประเมินโดยประมาณปี 2569 ราคาขึ้นกับระยะทาง น้ำหนัก ขนาดรถ ราคาน้ำมัน และช่วงเวลา ควรขอใบเสนอราคาจากผู้ให้บริการอย่างน้อย 3 รายก่อนตัดสินใจ

ข้อมูลทั่วไป ราคาและเงื่อนไขขึ้นกับแต่ละร้าน โปรดขอใบเสนอราคา เว็บไซต์เป็นเพียงสมุดรายชื่อ ไม่ใช่คู่สัญญาหรือผู้ให้บริการ

บทความแนะนำ

ตารางราคากลาง (พ.ศ. 2569 โดยประมาณ)

บริการราคาต่ำราคาสูงหน่วยหมายเหตุ
กระบะรับจ้าง (กระบะตู้ทึบหรือกระบะคอก) เที่ยวใกล้ในพื้นที่ ไม่เกินประมาณ 20 กม.4001,500บาท/เที่ยวรวมคนขับ ไม่รวมคนยก ค่าผ่านทาง และค่ารอเกินเวลา
กระบะรับจ้าง วิ่งต่างจังหวัด1018บาท/กม.ต้องถามว่าคิดระยะขาไปอย่างเดียวหรือไปกลับ
รถ 4 ล้อใหญ่ (4 ล้อจัมโบ้ ตู้ทึบหรือคอก) เที่ยวใกล้ในพื้นที่1,2003,000บาท/เที่ยวเหมาะกับสินค้าเกินกระบะแต่ไม่ถึงรถ 6 ล้อ
รถ 4 ล้อใหญ่ วิ่งต่างจังหวัด1425บาท/กม.ระยะยิ่งไกล ราคาต่อ กม. มักยิ่งต่ำลง
รถ 6 ล้อ เที่ยวใกล้ในพื้นที่2,5005,500บาท/เที่ยวตู้ทึบ คอก หรือพื้นเรียบ ราคาใกล้เคียงกัน
รถ 6 ล้อ วิ่งต่างจังหวัด2035บาท/กม.ช่วงเทศกาลหรือหน้าผลผลิตออกราคาขยับขึ้น
รถ 10 ล้อ เที่ยวใกล้ในพื้นที่4,5009,000บาท/เที่ยวบางพื้นที่มีช่วงเวลาห้ามรถบรรทุกใหญ่วิ่ง ต้องวางเวลาส่ง
รถ 10 ล้อ วิ่งต่างจังหวัด2850บาท/กม.ขึ้นกับน้ำหนักสินค้าและเส้นทาง
รถห้องเย็น (ควบคุมอุณหภูมิ)ขึ้นกับระยะทาง น้ำหนัก ขนาดรถ ราคาน้ำมัน ขอใบเสนอราคาขึ้นกับระยะทาง น้ำหนัก ขนาดรถ ราคาน้ำมัน ขอใบเสนอราคาบาท/เที่ยวสูงกว่ารถแห้งขนาดเดียวกัน สินค้าแช่แข็งมักแพงกว่าสินค้าแช่เย็น
รถเฮี๊ยบ (รถบรรทุกติดเครนยก) 6 ล้อ งานในพื้นที่2,5008,000บาท/งานขึ้นกับน้ำหนักยก ระยะยื่นแขนเครน และเวลาที่ใช้หน้างาน
รถเฮี๊ยบ 10 ล้อ หรือเครนยกของหนักขึ้นกับขอบเขตงาน ขอใบเสนอราคาขึ้นกับขอบเขตงาน ขอใบเสนอราคาบาท/งานผู้ให้บริการมักขอดูหน้างานหรือรูปถ่ายก่อนเสนอราคา
ฝากส่งร่วมเที่ยว (สินค้าไม่เต็มคัน)ขึ้นกับเส้นทาง ขอใบเสนอราคาขึ้นกับเส้นทาง ขอใบเสนอราคาบาท/ชิ้น กก. หรือ ลบ.ม.คิดตามน้ำหนักหรือปริมาตร แล้วแต่ค่าไหนสูงกว่า
ค่าคนยกขึ้นลง300700บาท/คน/เที่ยวยกขึ้นชั้นสูงหรือของหนักพิเศษคิดเพิ่ม
ค่ารอเกินเวลาที่ตกลง150600บาท/ชม.มักให้รอฟรี 1 ถึง 2 ชม. ต่อจุด ต้องตกลงก่อนจอง
ค่าจุดส่งเพิ่ม (หลายจุดในเที่ยวเดียว)100500บาท/จุดขึ้นกับระยะห่างระหว่างจุด
ค่าค้างคืน (งานข้ามวัน)5001,500บาท/คืนบางรายรวมค่าที่พักและเบี้ยเลี้ยงคนขับ
ค่าผ่านทางและค่าทางด่วนตามจริงตามจริงต่อเที่ยวตกลงว่าใครจ่าย และขอใบเสร็จแนบ

ราคาเป็นช่วงโดยประมาณจากการสำรวจตลาด ไม่ใช่อัตราทางการ โปรดขอใบเสนอราคาจากผู้ให้บริการโดยตรง

คำถามที่พบบ่อย

ค่ารถรับจ้างขนส่งสินค้าต่อเที่ยวประมาณเท่าไร

ปี 2569 กระบะในพื้นที่ใกล้อยู่ที่ประมาณ 400 ถึง 1,500 บาทต่อเที่ยว รถ 4 ล้อใหญ่ประมาณ 1,200 ถึง 3,000 บาท รถ 6 ล้อประมาณ 2,500 ถึง 5,500 บาท และรถ 10 ล้อประมาณ 4,500 ถึง 9,000 บาท ส่วนใหญ่ยังไม่รวมคนยกและค่ารอ ราคาขึ้นกับระยะทาง น้ำหนัก ขนาดรถ ราคาน้ำมัน และช่วงเวลา ควรขอใบเสนอราคา

ขนส่งสินค้าต่างจังหวัดคิดราคาอย่างไร

ส่วนใหญ่คิดเป็นบาทต่อกิโลเมตร ปี 2569 โดยประมาณ กระบะ 10 ถึง 18 บาท รถ 6 ล้อ 20 ถึง 35 บาท และรถ 10 ล้อ 28 ถึง 50 บาทต่อกิโลเมตร ต้องถามให้ชัดว่าคิดระยะขาไปอย่างเดียวหรือไปกลับ เพราะยอดต่างกันเกือบเท่าตัว และถามว่ารวมค่าผ่านทางกับค่าค้างคืนหรือยัง

ควรใช้รถขนาดไหนดี

ใช้คันเล็กที่สุดที่รับทั้งน้ำหนักและปริมาตรของสินค้าได้ โดยประมาณ กระบะรับได้ราว 1 ตัน รถ 4 ล้อใหญ่ 2 ถึง 3.5 ตัน รถ 6 ล้อ 5 ถึง 8 ตัน และรถ 10 ล้อ 12 ถึง 15 ตัน ขึ้นกับรุ่นรถ สินค้าเบาแต่เทอะทะอาจเต็มตู้ก่อนถึงน้ำหนัก ส่งน้ำหนักและขนาดจริงให้ผู้ให้บริการยืนยัน

ถ้าสินค้าเสียหายระหว่างขนส่ง ใครรับผิดชอบ

โดยหลักผู้ขนส่งต้องรับผิดเมื่อสินค้าสูญหายหรือเสียหาย เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะรับขน เช่น เหตุสุดวิสัยหรือความผิดของผู้ส่ง ในทางปฏิบัติ การเคลมง่ายขึ้นมากถ้ามีรูปก่อนขึ้นรถ ใบส่งของที่คนขับเซ็น ใบรับสินค้าที่หมายเหตุความเสียหาย และประกันสินค้า

รถมีประกันแล้ว สินค้าได้รับความคุ้มครองด้วยไหม

โดยทั่วไปไม่ได้ ประกันภัยภาคบังคับคุ้มครองชีวิตและร่างกาย ส่วนประกันภาคสมัครใจทั่วไปคุ้มครองตัวรถและบุคคลภายนอก ไม่ได้คุ้มครองสินค้าที่บรรทุก สินค้าต้องใช้ประกันภัยสินค้าระหว่างขนส่งหรือประกันความรับผิดของผู้ขนส่งแยกต่างหาก ถามวงเงินและข้อยกเว้นก่อนจองทุกครั้ง

ค่ารอหรือค่าเสียเวลาคิดอย่างไร

ตลาดโดยประมาณให้รอฟรี 1 ถึง 2 ชั่วโมงต่อจุด เกินจากนั้นคิดประมาณ 150 ถึง 600 บาทต่อชั่วโมง ขึ้นกับขนาดรถ บางรายคิดค่าค้างคืนเมื่องานข้ามวัน ต้องตกลงเวลารอฟรีและอัตราค่ารอเป็นข้อความก่อนจอง และเตรียมของให้พร้อมก่อนรถมาถึงเพื่อลดค่าใช้จ่ายนี้

เหมาคันกับฝากส่งร่วมต่างกันอย่างไร

เหมาคันคือจ้างรถทั้งคันวิ่งตรงถึงปลายทาง กำหนดเวลาได้ ของถูกยกน้อยครั้ง แต่จ่ายเต็มคันแม้ของไม่เต็ม ฝากส่งร่วมคือรวมของกับผู้ส่งรายอื่น จ่ายตามน้ำหนักหรือปริมาตรจริง ถูกกว่าเมื่อของน้อย แต่เวลาถึงไม่แน่นอนและของผ่านมือหลายครั้ง ของเกินครึ่งคันหรือต้องถึงตรงเวลา เหมาคันมักคุ้มกว่า

ต้องจองล่วงหน้ากี่วัน

งานในพื้นที่ใกล้มักจองล่วงหน้า 1 วันก็พอ บางรายรับงานด่วนภายในวันเดียวกัน งานต่างจังหวัด รถห้องเย็น และรถเฮี๊ยบ ควรจองล่วงหน้าอย่างน้อย 2 ถึง 3 วัน ช่วงเทศกาล ปลายเดือน และหน้าผลผลิตการเกษตรออก รถหายากกว่าปกติ ควรจองเร็วขึ้นอีก

รถรับจ้างขนส่งสินค้าต้องมีใบอนุญาตไหม

รถบรรทุกที่รับจ้างขนสินค้าต้องมีใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่ประจำทางจากกรมการขนส่งทางบก ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 และใช้ป้ายทะเบียนพื้นสีเหลือง ถามผู้ให้บริการและขอดูสำเนาได้ ส่วนรถกระบะที่จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติรถยนต์มีเงื่อนไขการรับจ้างตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด ควรถามเอกสารก่อนใช้บริการ สอบถามเพิ่มได้ที่สายด่วนกรมการขนส่งทางบก 1584

บริการนี้รับขนย้ายบ้านหรือสำนักงานไหม

หมวดนี้รวบรวมรถรับจ้างขนส่งสินค้าเชิงธุรกิจ เช่น สินค้า วัตถุดิบ ผลผลิตการเกษตร และวัสดุก่อสร้าง ไม่ครอบคลุมบริการขนย้ายบ้านหรือขนย้ายสำนักงาน ผู้ให้บริการบางรายอาจรับงานอื่นด้วย ให้สอบถามกับผู้ให้บริการโดยตรงก่อนจอง