ขั้นตอนจองรถขนส่งสินค้า ตั้งแต่ขอราคาจนเซ็นรับของ
อัปเดต 2569/09 · หมวด รถรับจ้างขนส่งสินค้า
การจองรถขนส่งสินค้ามี 8 ขั้นตอนหลัก ตั้งแต่ส่งข้อมูลขอราคา ยืนยันการจอง เตรียมของ ขึ้นของ ออกเอกสาร ติดตาม ตรวจรับ และปิดงาน จุดที่คนมักพลาดคือไม่มีเอกสารที่ทั้งสองฝ่ายเซ็น ทำให้พอมีปัญหาแล้วไม่มีหลักฐาน
บทนี้เล่าทีละขั้น พร้อมสิ่งที่ควรทำในแต่ละจุดเพื่อให้ของถึงครบ และถ้าเกิดปัญหาก็เคลมได้
ขั้นที่ 1 ส่งข้อมูลขอราคา
ข้อมูลที่ครบตั้งแต่แรกทำให้ได้ราคาที่แม่นและได้รถขนาดที่ถูก ส่งข้อมูลเหล่านี้
- ชนิดสินค้า น้ำหนักรวม ขนาดหรือจำนวนพาเลท
- ต้นทางและปลายทาง พร้อมหมุดแผนที่
- วันและเวลาที่ต้องขึ้นของ และเวลาที่ต้องถึง
- ต้นทางและปลายทางมีคนยก รถยก หรือลานขึ้นลงของหรือไม่
- ถนนเข้าหน้างานแคบ มีสะพานจำกัดน้ำหนัก หรือมีเวลาห้ามรถใหญ่หรือไม่
- สินค้าต้องคุมอุณหภูมิ ห้ามวางซ้อน หรือแตกง่ายหรือไม่
ถ้าไม่แน่ใจว่าควรใช้รถขนาดไหน ให้ส่งรูปสินค้าและน้ำหนักไปถาม ผู้ให้บริการที่มีประสบการณ์จะแนะนำได้
ขั้นที่ 2 รับใบเสนอราคาและยืนยันการจอง
เมื่อได้ราคาแล้ว ตรวจว่ารวมอะไรบ้างก่อนยืนยัน แล้วยืนยันเป็นข้อความหรือเอกสารที่ระบุ
- วันเวลานัดรับของ
- ขนาดรถ ประเภทตัวถัง และเลขทะเบียนถ้ารู้แล้ว
- ราคารวม และรายการที่รวมแล้ว
- เวลารอฟรีต่อจุด และค่ารอเมื่อเกิน
- ประกันสินค้า วงเงิน
- เงื่อนไขมัดจำและการชำระเงิน
- เงื่อนไขยกเลิกหรือเลื่อนวัน
ข้อความในแชตที่ทั้งสองฝ่ายตอบรับชัดเจน ก็ใช้เป็นหลักฐานได้ในระดับหนึ่ง แต่งานมูลค่าสูงหรืองานประจำควรมีใบเสนอราคาที่ลงชื่อ
ขั้นที่ 3 เตรียมสินค้าและเอกสาร
เตรียมทุกอย่างให้พร้อมก่อนรถมาถึง เพราะเวลาที่รถรอคือเวลาที่อาจถูกคิดเงิน
- แพ็กสินค้าให้แน่นหนา ติดฉลากตามความจำเป็น
- รวมสินค้าไว้จุดเดียวใกล้ที่รถจอด
- ทำใบส่งของหรือใบกำกับสินค้า 2 ชุด ระบุรายการ จำนวน ผู้ส่ง ผู้รับ
- ถ้าสินค้าต้องมีเอกสารประกอบการเคลื่อนย้าย ให้เตรียมให้พร้อม เช่น สัตว์มีชีวิตต้องมีใบอนุญาตเคลื่อนย้ายจากกรมปศุสัตว์ตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 สอบถามเงื่อนไขจากสำนักงานปศุสัตว์ในพื้นที่
ขั้นที่ 4 ขึ้นของและตรวจนับ
ตอนขึ้นของคือจุดสำคัญที่สุดสำหรับการเคลมในภายหลัง ทำ 4 อย่าง
- ตรวจว่ารถที่มาตรงกับที่ตกลง ทั้งขนาดและทะเบียน
- นับจำนวนสินค้าต่อหน้าคนขับ
- ถ่ายรูปสภาพสินค้าก่อนขึ้นรถ และถ่ายรูปการจัดเรียงเมื่อขึ้นเสร็จ
- ดูการยึดสินค้า สายรัด ผ้าใบ ไม้กั้น ให้เรียบร้อยก่อนรถออก
ถ้ารถที่มาเล็กกว่าที่ตกลง ให้คุยตั้งแต่ตอนนั้น อย่าให้ขนไปก่อนแล้วค่อยคุย
ขั้นที่ 5 ออกใบตราส่งหรือใบรับฝากสินค้า
ใบตราส่งคือเอกสารที่ผู้ขนส่งทำให้ผู้ส่งเมื่อผู้ส่งเรียกเอา ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะรับขน เป็นหลักฐานว่าผู้ขนส่งรับสินค้าอะไรไปเท่าไร ในสภาพไหน และจะส่งไปที่ใด กฎหมายกำหนดรายการที่ใบตราส่งต้องมี เช่น ชื่อและที่อยู่ของผู้ส่งและผู้รับ สภาพ น้ำหนักหรือจำนวนของ สถานที่ส่งมอบ ค่าระวาง และลายมือชื่อผู้ขนส่ง ส่วนใบกำกับของหรือใบส่งของเป็นเอกสารที่ผู้ส่งทำขึ้น
ในทางปฏิบัติ ใบตราส่งหรือใบรับฝากสินค้าควรมีอย่างน้อย
| หัวข้อ | ตัวอย่างสิ่งที่ต้องเขียน |
|---|---|
| ผู้ส่งและผู้รับ | ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร |
| รายการสินค้า | ชนิด จำนวน หน่วย น้ำหนักโดยประมาณ |
| สภาพสินค้าตอนรับ | ปกติ หรือมีตำหนิตรงไหน |
| รถและคนขับ | ทะเบียนรถ ชื่อคนขับ |
| เงื่อนไขพิเศษ | ห้ามวางซ้อน คุมอุณหภูมิ ระวังแตก |
| ลายเซ็น | ผู้ส่งและคนขับ พร้อมวันเวลา |
รถรับจ้างรายเล็กหลายรายไม่มีแบบฟอร์มของตัวเอง คุณจึงควรใช้ใบส่งของของกิจการคุณเอง 2 ชุด ให้คนขับเซ็นรับ 1 ชุด เก็บไว้ 1 ชุด
ขั้นที่ 6 ติดตามระหว่างทาง
ขอเบอร์คนขับ และตกลงว่าจะแจ้งสถานะเมื่อไร เช่น ออกจากต้นทาง ถึงครึ่งทาง ใกล้ถึงปลายทาง ถ้ารถมีระบบติดตามพิกัด ขอลิงก์ดูได้ สำหรับรถห้องเย็น ขอให้ถ่ายหน้าจออุณหภูมิเป็นระยะ
แจ้งปลายทางล่วงหน้าว่ารถจะถึงประมาณกี่โมง เพื่อให้เตรียมคนหรือรถยกไว้ ลดค่ารอที่ปลายทาง
ขั้นที่ 7 ปลายทางตรวจรับและเซ็นใบรับสินค้า
ผู้รับควรตรวจก่อนเซ็นทุกครั้ง ไม่ใช่เซ็นก่อนแล้วค่อยตรวจ
- นับจำนวนให้ตรงกับใบส่งของ
- ดูสภาพกล่องหรือบรรจุภัณฑ์ ถ้าบุบ เปียก หรือฉีก ให้ถ่ายรูปก่อนเปิด
- ถ้ามีของขาดหรือเสียหาย เขียนลงในใบรับสินค้าให้ชัดว่าเสียหายอะไร กี่ชิ้น แล้วให้คนขับเซ็นรับทราบ
- ถ้าเปิดตรวจภายในไม่ได้ทันที เขียนว่า "รับตามจำนวน ยังไม่ได้ตรวจสภาพภายใน"
การเซ็นรับโดยไม่หมายเหตุอะไรเลย ทำให้การเคลมภายหลังยากขึ้นมาก
ขั้นที่ 8 ชำระเงินและปิดงาน
ชำระตามที่ตกลง ขอใบเสร็จหรือเอกสารที่ธุรกิจต้องใช้ และเก็บเอกสารเหล่านี้ไว้ด้วยกัน
- ใบเสนอราคาหรือข้อความยืนยันการจอง
- ใบส่งของหรือใบตราส่งที่คนขับเซ็น
- ใบรับสินค้าที่ปลายทางเซ็น
- รูปถ่ายก่อนขึ้นรถและตอนรับของ
- ใบเสร็จ
ถ้าเป็นนิติบุคคล มีเรื่องหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าขนส่งตามอัตราและเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด ปรึกษาสำนักงานบัญชีของคุณ
ถ้าของเสียหายหรือขาด ทำอย่างไร
แจ้งผู้ให้บริการเป็นลายลักษณ์อักษรโดยเร็วที่สุด พร้อมรูปถ่ายและสำเนาใบรับสินค้าที่มีหมายเหตุ ถามว่าประกันต้องใช้เอกสารอะไรเพิ่ม และมีกำหนดเวลาแจ้งกี่วัน ส่วนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ถ้าผู้รับรับของไว้โดยไม่ทักท้วงและจ่ายค่าขนส่งแล้ว ความรับผิดของผู้ขนส่งอาจสิ้นสุดลง เว้นแต่ความเสียหายที่มองไม่เห็นจากภายนอก ซึ่งต้องบอกกล่าวผู้ขนส่งภายใน 8 วันนับแต่วันส่งมอบ และการฟ้องผู้ขนส่งเรื่องของสูญหาย เสียหาย หรือส่งช้า มีอายุความ 1 ปีนับแต่วันส่งมอบ
ถ้าตกลงค่าเสียหายกันไม่ได้และมูลค่าสูง ควรปรึกษาทนายความ
ข้อมูลทั่วไป ราคาและเงื่อนไขขึ้นกับแต่ละร้าน โปรดขอใบเสนอราคา เว็บไซต์เป็นเพียงสมุดรายชื่อ ไม่ใช่คู่สัญญาหรือผู้ให้บริการ