การสั่งงานพิมพ์ให้คุ้ม มีหลักง่าย ๆ 3 ข้อ คือเลือกระบบพิมพ์ให้ตรงกับจำนวน ส่งไฟล์ที่พร้อมพิมพ์ และตรวจปรู๊ฟก่อนผลิตทุกครั้ง ถ้าทำ 3 ข้อนี้ได้ ปัญหาส่วนใหญ่ที่คนสั่งพิมพ์ครั้งแรกเจอจะหายไปเกือบหมด
คู่มือนี้เขียนให้เจ้าของกิจการและคนทำการตลาดที่ไม่ได้อยู่ในวงการพิมพ์ ใช้ภาษาง่าย อธิบายศัพท์เท่าที่จำเป็น และรวมทุกเรื่องที่ต้องรู้ไว้ในหน้าเดียว ตั้งแต่ราคา วิธีเลือกร้าน ขั้นตอน ไปจนถึงวิธีรับมือเมื่องานออกมาไม่ตรงที่ตกลง
ราคางานพิมพ์ปี 2569 โดยประมาณ
ราคางานพิมพ์คิดเป็น "ต่อชิ้น" และยิ่งพิมพ์จำนวนมาก ราคาต่อชิ้นยิ่งถูกลง เช่น ใบปลิว A5 พิมพ์ดิจิทัลจำนวนน้อยตกประมาณ 3 ถึง 15 บาทต่อใบ แต่ถ้าพิมพ์ออฟเซ็ท 5,000 ใบขึ้นไป อาจเหลือประมาณ 0.3 ถึง 1 บาทต่อใบ
เหตุผลคือระบบออฟเซ็ทมีค่าตั้งเครื่องและค่าเพลทก้อนแรกที่ต้องจ่ายเท่าเดิมไม่ว่าจะพิมพ์กี่ใบ พอพิมพ์เยอะ ต้นทุนก้อนนี้ถูกหารออกไปจนเหลือน้อย ส่วนดิจิทัลแทบไม่มีค่าตั้งเครื่อง จึงคุ้มกว่าเมื่อพิมพ์น้อย
| งาน | ราคาโดยประมาณ ปี 2569 | หน่วย |
|---|---|---|
| นามบัตร ดิจิทัล 4 สี | 150 ถึง 500 | บาท/กล่อง 100 ใบ |
| ใบปลิว A5 ดิจิทัล 50 ถึง 300 ใบ | 3 ถึง 15 | บาท/ใบ |
| ใบปลิว A5 ออฟเซ็ท 1,000 ใบ | 1 ถึง 3 | บาท/ใบ |
| ใบปลิว A5 ออฟเซ็ท 5,000 ใบขึ้นไป | 0.3 ถึง 1 | บาท/ใบ |
| โบรชัวร์ A4 พับ 3 ตอน 1,000 ใบ | 2 ถึง 6 | บาท/ใบ |
| สติกเกอร์ฉลากไดคัท จำนวนน้อย | 1 ถึง 10 | บาท/ดวง |
| สติกเกอร์ฉลาก 5,000 ดวงขึ้นไป | 0.2 ถึง 2 | บาท/ดวง |
| กล่องกระดาษพิมพ์ 4 สี 1,000 ใบ | 5 ถึง 25 | บาท/ใบ (ไม่รวมค่าบล็อกไดคัท) |
| ค่าบล็อกไดคัท | 1,500 ถึง 6,000 | บาท/แบบ (จ่ายครั้งแรก) |
ค่าใช้จ่ายที่มักไม่อยู่ในราคาต่อชิ้น ได้แก่ ค่าออกแบบ ค่าบล็อกไดคัทหรือบล็อกปั๊มฟอยล์ ค่าปรู๊ฟแท่น และค่าจัดส่ง ราคาจริงขึ้นกับจำนวน วัสดุ และงานหลังพิมพ์ จึงควรขอใบเสนอราคาที่แยกรายการให้ชัดก่อนสั่งทุกครั้ง
รายละเอียดราคาแยกตามประเภทงานและวิธีคำนวณราคาต่อชิ้นอยู่ใน ราคางานพิมพ์ต่อชิ้น 2569 ใบปลิว นามบัตร สติกเกอร์ กล่อง
ออฟเซ็ทหรือดิจิทัล เลือกแบบไหนดี
ถ้าพิมพ์น้อยกว่าประมาณ 500 ชิ้นหรือต้องการด่วน ดิจิทัลมักคุ้มกว่า ถ้าพิมพ์ตั้งแต่ประมาณ 1,000 ชิ้นขึ้นไปและมีเวลารอ ออฟเซ็ทมักได้ราคาต่อชิ้นที่ถูกกว่ามาก
ช่วงระหว่าง 500 ถึง 1,000 ชิ้นเป็นโซนที่ต้องเทียบราคาจริงทั้ง 2 แบบ เพราะขึ้นกับขนาดงาน จำนวนสี และกระดาษ วิธีที่ง่ายที่สุดคือขอราคาทั้ง 2 ระบบจากร้านเดียวกัน
| เรื่อง | ดิจิทัล | ออฟเซ็ท |
|---|---|---|
| จำนวนที่เหมาะ | น้อย ตั้งแต่ 1 ชิ้น | ตั้งแต่ประมาณ 1,000 ชิ้นขึ้นไป |
| ค่าตั้งเครื่อง/เพลท | แทบไม่มี | มี จ่ายก้อนแรก |
| ระยะเวลาโดยประมาณ | 1 ถึง 3 วันทำการ | 5 ถึง 10 วันทำการ |
| ความสม่ำเสมอของสีในล็อตใหญ่ | ดี | ดีมากเมื่อคุมเครื่องดี |
| เปลี่ยนข้อความทีละชิ้น (เช่น ชื่อ เลขรัน) | ทำได้ง่าย | ทำได้ยากหรือแพง |
นอกจากระบบพิมพ์ ร้านแต่ละแห่งก็ถนัดงานต่างกัน บางแห่งเน้นงานสำนักงานด่วน บางแห่งเน้นกล่องและบรรจุภัณฑ์ บางแห่งเน้นฉลากม้วน การเลือกร้านที่ถนัดตรงประเภทงานสำคัญพอ ๆ กับราคา
อ่านวิธีเลือกร้านและจุดที่ควรเทียบแบบละเอียดได้ที่ เลือกโรงพิมพ์อย่างไร ออฟเซ็ทหรือดิจิทัล แบบไหนคุ้ม
วิธีเลือกโรงพิมพ์ให้ตรงกับงาน
เลือกจากความถนัดของร้านก่อน แล้วค่อยดูราคา ขอดูตัวอย่างงานจริงที่ใกล้กับงานของคุณ และเทียบใบเสนอราคาอย่างน้อย 3 แห่งจากสเปคชุดเดียวกัน
สิ่งที่ควรดูประกอบการตัดสินใจ
- ตัวอย่างงานจริง จับได้ ดูสี ดูความคมของตัวหนังสือเล็ก ดูขอบไดคัท
- ใบเสนอราคาแยกรายการ ระบุกระดาษ แกรม จำนวนสี งานหลังพิมพ์ ระยะเวลา และสิ่งที่ไม่รวม
- ขั้นต่ำการสั่ง โดยเฉพาะงานกล่องและถุงที่ขั้นต่ำต่างกันมากระหว่างร้าน
- การตอบกลับ ตอบคำถามชัดไหม อธิบายข้อจำกัดของงานให้ฟังไหม
- เอกสาร ออกใบเสร็จหรือใบกำกับภาษีได้ตามที่บริษัทคุณต้องใช้หรือไม่
ข้อควรจำคือ ใบเสนอราคาที่ถูกกว่าอาจมาจากกระดาษแกรมต่ำกว่า หรือไม่รวมงานหลังพิมพ์ ต้องเทียบสเปคให้ตรงกันก่อนเทียบตัวเลข
ขั้นตอนสั่งพิมพ์ตั้งแต่ขอราคาจนได้ของ
งานพิมพ์ส่วนใหญ่มี 7 ขั้น คือ แจ้งสเปค รับใบเสนอราคา ส่งไฟล์ ตรวจปรู๊ฟ จ่ายมัดจำและยืนยันผลิต ผลิตและงานหลังพิมพ์ ตรวจรับของ ขั้นที่สำคัญที่สุดคือการตรวจปรู๊ฟ เพราะหลังอนุมัติแล้วร้านจะผลิตตามปรู๊ฟนั้น
- แจ้งสเปค ขนาด จำนวน กระดาษ จำนวนสี พิมพ์หน้าเดียวหรือ 2 หน้า งานหลังพิมพ์ และวันที่ต้องใช้
- รับใบเสนอราคา ตรวจว่ารวม VAT ค่าส่ง ค่าบล็อก ค่าปรู๊ฟ หรือยัง
- ส่งไฟล์ ตามข้อกำหนดของร้าน
- ตรวจปรู๊ฟ ตรวจคำผิด เบอร์โทร ราคา QR code สี และขนาดจริง
- มัดจำและยืนยันผลิต หลายแห่งเก็บมัดจำประมาณครึ่งหนึ่ง
- ผลิต ดิจิทัลประมาณ 1 ถึง 3 วันทำการ ออฟเซ็ทประมาณ 5 ถึง 10 วันทำการ กล่องและบรรจุภัณฑ์ประมาณ 10 ถึง 20 วันทำการ นับหลังอนุมัติปรู๊ฟ
- ตรวจรับ นับจำนวนสุ่ม เปิดกล่องดูหลายจุด ถ่ายรูปเก็บไว้ก่อนเซ็นรับ
ระยะเวลาข้างต้นเป็นช่วงโดยประมาณ ช่วงใกล้เทศกาลงานมักคิวยาวกว่าปกติ ควรเผื่อเวลาเสมอ ดูรายละเอียดแต่ละขั้นได้ที่ ขั้นตอนสั่งพิมพ์งาน ตั้งแต่ขอราคา ปรู๊ฟ จนรับของ
เตรียมไฟล์ กระดาษ และงานหลังพิมพ์
ไฟล์ที่พร้อมพิมพ์ต้องเป็นโหมดสี CMYK ความละเอียดภาพประมาณ 300 dpi ที่ขนาดจริง มีตัดตก (bleed) ประมาณ 3 มม. รอบด้าน และแปลงตัวอักษรเป็นเส้น (outline) หรือฝังฟอนต์ ส่วนใหญ่ส่งเป็น PDF
ไฟล์ที่ไม่ผ่านเกณฑ์เหล่านี้คือต้นเหตุอันดับต้นของงานเสีย เช่น สีหม่นกว่าจอ ภาพแตก ขอบขาว หรือฟอนต์เพี้ยน ถ้าคุณไม่มีนักออกแบบ ให้ถามร้านว่ามีบริการตรวจหรือแก้ไฟล์หรือไม่
เรื่องกระดาษ ศัพท์ที่ควรรู้คือ "แกรม" (gsm) ซึ่งหมายถึงน้ำหนักกระดาษต่อตารางเมตร ตัวเลขยิ่งมาก กระดาษยิ่งหนา
| งาน | กระดาษที่นิยม | แกรมโดยประมาณ |
|---|---|---|
| ใบปลิว โปสเตอร์ | อาร์ตมันหรืออาร์ตด้าน | 105 ถึง 160 |
| โบรชัวร์พับ | อาร์ตมันหรืออาร์ตด้าน | 128 ถึง 170 |
| นามบัตร การ์ด ปกหนังสือ | อาร์ตการ์ด | 250 ถึง 350 |
| กล่องสินค้าเล็ก | อาร์ตการ์ด ไอวอรี่ กล่องแป้ง คราฟท์ | 300 ถึง 400 |
| หัวจดหมาย แบบฟอร์ม | ปอนด์ | 70 ถึง 100 |
งานหลังพิมพ์ที่เจอบ่อย ได้แก่ เคลือบ OPP เงาหรือด้าน สปอตยูวี ปั๊มฟอยล์ ปั๊มนูน ไดคัท พับ และเข้าเล่ม แต่ละอย่างเพิ่มทั้งราคาและเวลา จึงควรเลือกเท่าที่ช่วยให้งานดีขึ้นจริง
อ่านต่อ เตรียมไฟล์ส่งโรงพิมพ์ CMYK 300 dpi ตัดตก 3 มม. ทำอย่างไร และ เลือกกระดาษพิมพ์งาน แกรมเท่าไร อาร์ตมัน อาร์ตการ์ด เคลือบแบบไหน
มาตรฐานและสิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนใช้บริการ
งานรับพิมพ์ทั่วไปไม่มีใบอนุญาตวิชาชีพเฉพาะที่ลูกค้าตรวจได้ง่าย สิ่งที่ควรตรวจแทนคือ ร้านจดทะเบียนพาณิชย์หรือเป็นนิติบุคคลหรือไม่ ออกใบกำกับภาษีได้ไหม มีตัวอย่างงานจริงไหม และระบุเงื่อนไขเคลมเป็นลายลักษณ์อักษรหรือเปล่า
- ทะเบียนธุรกิจ ถ้าเป็นนิติบุคคล ตรวจชื่อและสถานะได้จากระบบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม ร้านที่จด VAT ออกใบกำกับภาษีเต็มรูปได้ สำคัญมากถ้าบริษัทคุณต้องใช้ลงบัญชี
- ใบรับรองแบบสมัครใจ บางแห่งมี ISO 9001 หรือ FSC สำหรับกระดาษ ถ้าแบรนด์คุณต้องใช้ ขอดูใบรับรองฉบับที่ยังไม่หมดอายุ
- ใบอนุญาตด้านสถานประกอบการ โรงพิมพ์ที่มีเครื่องจักรขนาดใหญ่อาจต้องมีใบอนุญาตตามกฎหมายโรงงานหรือกฎหมายสาธารณสุข เป็นเรื่องที่ร้านต้องจัดการกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมหรือสำนักงานเขตเอง
- กฎหมายการพิมพ์ มี พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ. 2550 ที่เกี่ยวกับสิ่งพิมพ์ ขอบเขตที่ใช้กับงานพิมพ์ของคุณให้ตรวจกับหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง
ถ้างานของคุณเป็นฉลากหรือบรรจุภัณฑ์อาหาร ต้องตรวจเพิ่มเรื่องวัสดุและข้อความบนฉลาก ซึ่งเจ้าของสินค้าเป็นผู้รับผิดชอบ ดู มาตรฐานโรงพิมพ์ สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนสั่งพิมพ์ และ พิมพ์ฉลากและบรรจุภัณฑ์อาหาร ต้องรู้อะไรก่อนสั่ง
ปัญหาที่พบบ่อยและวิธีเคลม
ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดคือสีไม่ตรงที่คาด จำนวนไม่ครบ กระดาษบางกว่าที่ตกลง และส่งช้า ทางป้องกันที่ได้ผลคือมีใบเสนอราคาแยกสเปค มีปรู๊ฟที่อนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษร และตรวจของทันทีที่ได้รับ
เรื่องสีต้องเข้าใจก่อนว่า จอแสดงสีด้วยแสง (RGB) ส่วนงานพิมพ์ใช้หมึก (CMYK) สีสดบางเฉดจึงพิมพ์ออกมาได้ไม่เท่าจอ กรณีนี้ไม่ใช่งานเสีย ทางแก้คือดูปรู๊ฟจริงก่อนผลิต
สัญญาณที่ควรระวังก่อนสั่ง
- ราคาต่ำกว่าร้านอื่นมากโดยไม่ระบุแกรมหรือชนิดกระดาษ
- ไม่มีปรู๊ฟให้ดู หรือเร่งให้ยืนยันผลิตทันที
- ขอโอนเต็มจำนวนก่อนเริ่มงาน กับร้านที่ไม่มีที่ตั้งตรวจสอบได้
- ใบเสนอราคาไม่บอกว่าไฟล์ต้นฉบับและบล็อกไดคัทเป็นของใคร
เมื่องานมีปัญหา ให้แจ้งร้านเป็นข้อความพร้อมรูปถ่ายโดยเร็ว เก็บตัวอย่างงานที่เสีย ปรู๊ฟที่อนุมัติ และใบเสนอราคาไว้เป็นหลักฐาน ร้านส่วนใหญ่มีเงื่อนไขว่าต้องแจ้งภายในกี่วันหลังรับของ จึงไม่ควรปล่อยไว้นาน
ถ้าเป็นงานมูลค่าสูงและตกลงกันไม่ได้ อาจต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ดู lawyer อ่านวิธีเคลมทีละขั้นได้ที่ งานพิมพ์มีปัญหา สีเพี้ยน จำนวนขาด ส่งช้า เคลมอย่างไร
checklist ก่อนกดยืนยันผลิต
ก่อนยืนยันผลิต ให้ตรวจ 3 กลุ่ม คือ เนื้อหา สเปค และเงื่อนไข ใช้เวลาไม่ถึง 15 นาที แต่ช่วยกันงานเสียทั้งล็อตได้
เนื้อหา
- สะกดชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร ราคา วันที่ ถูกต้อง
- สแกน QR code จากปรู๊ฟจริงแล้วเปิดได้
- โลโก้และภาพเป็นของคุณหรือมีสิทธิ์ใช้
สเปค
- ขนาดสำเร็จ จำนวน ชนิดกระดาษ แกรม ตรงกับใบเสนอราคา
- งานหลังพิมพ์ครบ เช่น เคลือบด้านไหน ไดคัทรูปอะไร
- สีที่สำคัญต่อแบรนด์ แจ้งเป็นค่าสีที่ชัดเจน
เงื่อนไข
- วันส่งของ และวิธีส่ง
- ยอดมัดจำ ยอดคงเหลือ และเอกสารที่จะได้รับ
- เงื่อนไขเคลมและระยะเวลาแจ้งปัญหา
- ไฟล์ต้นฉบับและบล็อกไดคัทเป็นของใคร ถ้าจ้างร้านออกแบบให้
เมื่อไรควรใช้โรงพิมพ์ และเมื่อไรพิมพ์เองก็พอ
ถ้าต้องการงานจำนวนมาก ต้องการกระดาษหนาหรือเคลือบ ต้องไดคัทรูปทรง หรือเป็นงานที่ลูกค้าจะเห็นแบรนด์คุณ ควรใช้โรงพิมพ์ ถ้าเป็นเอกสารภายในจำนวนไม่กี่แผ่น พิมพ์เองในสำนักงานก็เพียงพอ
กรณีที่ใช้โรงพิมพ์แล้วคุ้มชัดเจน
- ฉลากและกล่องสินค้าที่ต้องหน้าตาเหมือนกันทุกล็อต
- ใบปลิวหรือโบรชัวร์ที่แจกเกินหลักร้อยใบ
- นามบัตรที่ต้องการกระดาษหนาและตัดขอบเรียบ
- งานที่ต้องสั่งซ้ำเป็นรอบ ซึ่งร้านเก็บไฟล์และบล็อกไว้ให้
สำหรับธุรกิจอาหาร การพิมพ์ฉลากและบรรจุภัณฑ์มีเรื่องที่ต้องระวังเพิ่ม ทั้งข้อความบนฉลากตามที่หน่วยงานกำหนดและวัสดุที่สัมผัสอาหาร อ่านเพิ่มได้ที่ พิมพ์ฉลากและบรรจุภัณฑ์อาหาร ต้องรู้อะไรก่อนสั่ง
อ่านต่อ
- ราคางานพิมพ์ต่อชิ้น 2569 ใบปลิว นามบัตร สติกเกอร์ กล่อง ราคางานพิมพ์ต่อชิ้น 2569 ใบปลิว นามบัตร สติกเกอร์ กล่อง
- เลือกโรงพิมพ์อย่างไร ออฟเซ็ทหรือดิจิทัล แบบไหนคุ้ม วิธีเลือกโรงพิมพ์ ออฟเซ็ทหรือดิจิทัล
- ขั้นตอนสั่งพิมพ์งาน ตั้งแต่ขอราคา ปรู๊ฟ จนรับของ ขั้นตอนสั่งพิมพ์และการตรวจปรู๊ฟ
- มาตรฐานโรงพิมพ์ สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนสั่งพิมพ์ มาตรฐานและสิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนสั่งพิมพ์
- งานพิมพ์มีปัญหา สีเพี้ยน จำนวนขาด ส่งช้า เคลมอย่างไร ปัญหางานพิมพ์ที่พบบ่อยและวิธีเคลม
- เตรียมไฟล์ส่งโรงพิมพ์ CMYK 300 dpi ตัดตก 3 มม. ทำอย่างไร วิธีเตรียมไฟล์ส่งโรงพิมพ์
- เลือกกระดาษพิมพ์งาน แกรมเท่าไร อาร์ตมัน อาร์ตการ์ด เคลือบแบบไหน เลือกกระดาษ แกรม และการเคลือบ
- พิมพ์ฉลากและบรรจุภัณฑ์อาหาร ต้องรู้อะไรก่อนสั่ง พิมพ์ฉลากและบรรจุภัณฑ์อาหาร
ราคาและระยะเวลาในหน้านี้เป็นค่าประมาณจากตลาดกรุงเทพฯ ปี 2569 ราคาจริงขึ้นกับจำนวน วัสดุ และงานหลังพิมพ์ ควรขอใบเสนอราคาจากร้านก่อนตัดสินใจ ส่วนข้อกำหนดทางกฎหมายเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง
ข้อมูลทั่วไป ราคาและเงื่อนไขขึ้นกับแต่ละร้าน โปรดขอใบเสนอราคา เว็บไซต์เป็นเพียงสมุดรายชื่อ ไม่ใช่คู่สัญญาหรือผู้ให้บริการ