รับจ้างทั่วไทย

โรงพิมพ์ในกรุงเทพฯ สั่งพิมพ์อย่างไรให้ได้งานตรงใจ ไม่บานปลาย

โรงพิมพ์ในฐานข้อมูล 1,716 แห่ง ใน 50 เขตที่มีรายชื่อครบ · ข้อมูล กันยายน 2569

เลือกโรงพิมพ์ตามเขต

ตามย่านที่คนค้นบ่อย

การสั่งงานพิมพ์ให้คุ้ม มีหลักง่าย ๆ 3 ข้อ คือเลือกระบบพิมพ์ให้ตรงกับจำนวน ส่งไฟล์ที่พร้อมพิมพ์ และตรวจปรู๊ฟก่อนผลิตทุกครั้ง ถ้าทำ 3 ข้อนี้ได้ ปัญหาส่วนใหญ่ที่คนสั่งพิมพ์ครั้งแรกเจอจะหายไปเกือบหมด

คู่มือนี้เขียนให้เจ้าของกิจการและคนทำการตลาดที่ไม่ได้อยู่ในวงการพิมพ์ ใช้ภาษาง่าย อธิบายศัพท์เท่าที่จำเป็น และรวมทุกเรื่องที่ต้องรู้ไว้ในหน้าเดียว ตั้งแต่ราคา วิธีเลือกร้าน ขั้นตอน ไปจนถึงวิธีรับมือเมื่องานออกมาไม่ตรงที่ตกลง

ราคางานพิมพ์ปี 2569 โดยประมาณ

ราคางานพิมพ์คิดเป็น "ต่อชิ้น" และยิ่งพิมพ์จำนวนมาก ราคาต่อชิ้นยิ่งถูกลง เช่น ใบปลิว A5 พิมพ์ดิจิทัลจำนวนน้อยตกประมาณ 3 ถึง 15 บาทต่อใบ แต่ถ้าพิมพ์ออฟเซ็ท 5,000 ใบขึ้นไป อาจเหลือประมาณ 0.3 ถึง 1 บาทต่อใบ

เหตุผลคือระบบออฟเซ็ทมีค่าตั้งเครื่องและค่าเพลทก้อนแรกที่ต้องจ่ายเท่าเดิมไม่ว่าจะพิมพ์กี่ใบ พอพิมพ์เยอะ ต้นทุนก้อนนี้ถูกหารออกไปจนเหลือน้อย ส่วนดิจิทัลแทบไม่มีค่าตั้งเครื่อง จึงคุ้มกว่าเมื่อพิมพ์น้อย

งานราคาโดยประมาณ ปี 2569หน่วย
นามบัตร ดิจิทัล 4 สี150 ถึง 500บาท/กล่อง 100 ใบ
ใบปลิว A5 ดิจิทัล 50 ถึง 300 ใบ3 ถึง 15บาท/ใบ
ใบปลิว A5 ออฟเซ็ท 1,000 ใบ1 ถึง 3บาท/ใบ
ใบปลิว A5 ออฟเซ็ท 5,000 ใบขึ้นไป0.3 ถึง 1บาท/ใบ
โบรชัวร์ A4 พับ 3 ตอน 1,000 ใบ2 ถึง 6บาท/ใบ
สติกเกอร์ฉลากไดคัท จำนวนน้อย1 ถึง 10บาท/ดวง
สติกเกอร์ฉลาก 5,000 ดวงขึ้นไป0.2 ถึง 2บาท/ดวง
กล่องกระดาษพิมพ์ 4 สี 1,000 ใบ5 ถึง 25บาท/ใบ (ไม่รวมค่าบล็อกไดคัท)
ค่าบล็อกไดคัท1,500 ถึง 6,000บาท/แบบ (จ่ายครั้งแรก)

ค่าใช้จ่ายที่มักไม่อยู่ในราคาต่อชิ้น ได้แก่ ค่าออกแบบ ค่าบล็อกไดคัทหรือบล็อกปั๊มฟอยล์ ค่าปรู๊ฟแท่น และค่าจัดส่ง ราคาจริงขึ้นกับจำนวน วัสดุ และงานหลังพิมพ์ จึงควรขอใบเสนอราคาที่แยกรายการให้ชัดก่อนสั่งทุกครั้ง

รายละเอียดราคาแยกตามประเภทงานและวิธีคำนวณราคาต่อชิ้นอยู่ใน ราคางานพิมพ์ต่อชิ้น 2569 ใบปลิว นามบัตร สติกเกอร์ กล่อง

ออฟเซ็ทหรือดิจิทัล เลือกแบบไหนดี

ถ้าพิมพ์น้อยกว่าประมาณ 500 ชิ้นหรือต้องการด่วน ดิจิทัลมักคุ้มกว่า ถ้าพิมพ์ตั้งแต่ประมาณ 1,000 ชิ้นขึ้นไปและมีเวลารอ ออฟเซ็ทมักได้ราคาต่อชิ้นที่ถูกกว่ามาก

ช่วงระหว่าง 500 ถึง 1,000 ชิ้นเป็นโซนที่ต้องเทียบราคาจริงทั้ง 2 แบบ เพราะขึ้นกับขนาดงาน จำนวนสี และกระดาษ วิธีที่ง่ายที่สุดคือขอราคาทั้ง 2 ระบบจากร้านเดียวกัน

เรื่องดิจิทัลออฟเซ็ท
จำนวนที่เหมาะน้อย ตั้งแต่ 1 ชิ้นตั้งแต่ประมาณ 1,000 ชิ้นขึ้นไป
ค่าตั้งเครื่อง/เพลทแทบไม่มีมี จ่ายก้อนแรก
ระยะเวลาโดยประมาณ1 ถึง 3 วันทำการ5 ถึง 10 วันทำการ
ความสม่ำเสมอของสีในล็อตใหญ่ดีดีมากเมื่อคุมเครื่องดี
เปลี่ยนข้อความทีละชิ้น (เช่น ชื่อ เลขรัน)ทำได้ง่ายทำได้ยากหรือแพง

นอกจากระบบพิมพ์ ร้านแต่ละแห่งก็ถนัดงานต่างกัน บางแห่งเน้นงานสำนักงานด่วน บางแห่งเน้นกล่องและบรรจุภัณฑ์ บางแห่งเน้นฉลากม้วน การเลือกร้านที่ถนัดตรงประเภทงานสำคัญพอ ๆ กับราคา

อ่านวิธีเลือกร้านและจุดที่ควรเทียบแบบละเอียดได้ที่ เลือกโรงพิมพ์อย่างไร ออฟเซ็ทหรือดิจิทัล แบบไหนคุ้ม

วิธีเลือกโรงพิมพ์ให้ตรงกับงาน

เลือกจากความถนัดของร้านก่อน แล้วค่อยดูราคา ขอดูตัวอย่างงานจริงที่ใกล้กับงานของคุณ และเทียบใบเสนอราคาอย่างน้อย 3 แห่งจากสเปคชุดเดียวกัน

สิ่งที่ควรดูประกอบการตัดสินใจ

  • ตัวอย่างงานจริง จับได้ ดูสี ดูความคมของตัวหนังสือเล็ก ดูขอบไดคัท
  • ใบเสนอราคาแยกรายการ ระบุกระดาษ แกรม จำนวนสี งานหลังพิมพ์ ระยะเวลา และสิ่งที่ไม่รวม
  • ขั้นต่ำการสั่ง โดยเฉพาะงานกล่องและถุงที่ขั้นต่ำต่างกันมากระหว่างร้าน
  • การตอบกลับ ตอบคำถามชัดไหม อธิบายข้อจำกัดของงานให้ฟังไหม
  • เอกสาร ออกใบเสร็จหรือใบกำกับภาษีได้ตามที่บริษัทคุณต้องใช้หรือไม่

ข้อควรจำคือ ใบเสนอราคาที่ถูกกว่าอาจมาจากกระดาษแกรมต่ำกว่า หรือไม่รวมงานหลังพิมพ์ ต้องเทียบสเปคให้ตรงกันก่อนเทียบตัวเลข

ขั้นตอนสั่งพิมพ์ตั้งแต่ขอราคาจนได้ของ

งานพิมพ์ส่วนใหญ่มี 7 ขั้น คือ แจ้งสเปค รับใบเสนอราคา ส่งไฟล์ ตรวจปรู๊ฟ จ่ายมัดจำและยืนยันผลิต ผลิตและงานหลังพิมพ์ ตรวจรับของ ขั้นที่สำคัญที่สุดคือการตรวจปรู๊ฟ เพราะหลังอนุมัติแล้วร้านจะผลิตตามปรู๊ฟนั้น

  1. แจ้งสเปค ขนาด จำนวน กระดาษ จำนวนสี พิมพ์หน้าเดียวหรือ 2 หน้า งานหลังพิมพ์ และวันที่ต้องใช้
  2. รับใบเสนอราคา ตรวจว่ารวม VAT ค่าส่ง ค่าบล็อก ค่าปรู๊ฟ หรือยัง
  3. ส่งไฟล์ ตามข้อกำหนดของร้าน
  4. ตรวจปรู๊ฟ ตรวจคำผิด เบอร์โทร ราคา QR code สี และขนาดจริง
  5. มัดจำและยืนยันผลิต หลายแห่งเก็บมัดจำประมาณครึ่งหนึ่ง
  6. ผลิต ดิจิทัลประมาณ 1 ถึง 3 วันทำการ ออฟเซ็ทประมาณ 5 ถึง 10 วันทำการ กล่องและบรรจุภัณฑ์ประมาณ 10 ถึง 20 วันทำการ นับหลังอนุมัติปรู๊ฟ
  7. ตรวจรับ นับจำนวนสุ่ม เปิดกล่องดูหลายจุด ถ่ายรูปเก็บไว้ก่อนเซ็นรับ

ระยะเวลาข้างต้นเป็นช่วงโดยประมาณ ช่วงใกล้เทศกาลงานมักคิวยาวกว่าปกติ ควรเผื่อเวลาเสมอ ดูรายละเอียดแต่ละขั้นได้ที่ ขั้นตอนสั่งพิมพ์งาน ตั้งแต่ขอราคา ปรู๊ฟ จนรับของ

เตรียมไฟล์ กระดาษ และงานหลังพิมพ์

ไฟล์ที่พร้อมพิมพ์ต้องเป็นโหมดสี CMYK ความละเอียดภาพประมาณ 300 dpi ที่ขนาดจริง มีตัดตก (bleed) ประมาณ 3 มม. รอบด้าน และแปลงตัวอักษรเป็นเส้น (outline) หรือฝังฟอนต์ ส่วนใหญ่ส่งเป็น PDF

ไฟล์ที่ไม่ผ่านเกณฑ์เหล่านี้คือต้นเหตุอันดับต้นของงานเสีย เช่น สีหม่นกว่าจอ ภาพแตก ขอบขาว หรือฟอนต์เพี้ยน ถ้าคุณไม่มีนักออกแบบ ให้ถามร้านว่ามีบริการตรวจหรือแก้ไฟล์หรือไม่

เรื่องกระดาษ ศัพท์ที่ควรรู้คือ "แกรม" (gsm) ซึ่งหมายถึงน้ำหนักกระดาษต่อตารางเมตร ตัวเลขยิ่งมาก กระดาษยิ่งหนา

งานกระดาษที่นิยมแกรมโดยประมาณ
ใบปลิว โปสเตอร์อาร์ตมันหรืออาร์ตด้าน105 ถึง 160
โบรชัวร์พับอาร์ตมันหรืออาร์ตด้าน128 ถึง 170
นามบัตร การ์ด ปกหนังสืออาร์ตการ์ด250 ถึง 350
กล่องสินค้าเล็กอาร์ตการ์ด ไอวอรี่ กล่องแป้ง คราฟท์300 ถึง 400
หัวจดหมาย แบบฟอร์มปอนด์70 ถึง 100

งานหลังพิมพ์ที่เจอบ่อย ได้แก่ เคลือบ OPP เงาหรือด้าน สปอตยูวี ปั๊มฟอยล์ ปั๊มนูน ไดคัท พับ และเข้าเล่ม แต่ละอย่างเพิ่มทั้งราคาและเวลา จึงควรเลือกเท่าที่ช่วยให้งานดีขึ้นจริง

อ่านต่อ เตรียมไฟล์ส่งโรงพิมพ์ CMYK 300 dpi ตัดตก 3 มม. ทำอย่างไร และ เลือกกระดาษพิมพ์งาน แกรมเท่าไร อาร์ตมัน อาร์ตการ์ด เคลือบแบบไหน

มาตรฐานและสิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนใช้บริการ

งานรับพิมพ์ทั่วไปไม่มีใบอนุญาตวิชาชีพเฉพาะที่ลูกค้าตรวจได้ง่าย สิ่งที่ควรตรวจแทนคือ ร้านจดทะเบียนพาณิชย์หรือเป็นนิติบุคคลหรือไม่ ออกใบกำกับภาษีได้ไหม มีตัวอย่างงานจริงไหม และระบุเงื่อนไขเคลมเป็นลายลักษณ์อักษรหรือเปล่า

  • ทะเบียนธุรกิจ ถ้าเป็นนิติบุคคล ตรวจชื่อและสถานะได้จากระบบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม ร้านที่จด VAT ออกใบกำกับภาษีเต็มรูปได้ สำคัญมากถ้าบริษัทคุณต้องใช้ลงบัญชี
  • ใบรับรองแบบสมัครใจ บางแห่งมี ISO 9001 หรือ FSC สำหรับกระดาษ ถ้าแบรนด์คุณต้องใช้ ขอดูใบรับรองฉบับที่ยังไม่หมดอายุ
  • ใบอนุญาตด้านสถานประกอบการ โรงพิมพ์ที่มีเครื่องจักรขนาดใหญ่อาจต้องมีใบอนุญาตตามกฎหมายโรงงานหรือกฎหมายสาธารณสุข เป็นเรื่องที่ร้านต้องจัดการกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมหรือสำนักงานเขตเอง
  • กฎหมายการพิมพ์ มี พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ. 2550 ที่เกี่ยวกับสิ่งพิมพ์ ขอบเขตที่ใช้กับงานพิมพ์ของคุณให้ตรวจกับหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง

ถ้างานของคุณเป็นฉลากหรือบรรจุภัณฑ์อาหาร ต้องตรวจเพิ่มเรื่องวัสดุและข้อความบนฉลาก ซึ่งเจ้าของสินค้าเป็นผู้รับผิดชอบ ดู มาตรฐานโรงพิมพ์ สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนสั่งพิมพ์ และ พิมพ์ฉลากและบรรจุภัณฑ์อาหาร ต้องรู้อะไรก่อนสั่ง

ปัญหาที่พบบ่อยและวิธีเคลม

ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดคือสีไม่ตรงที่คาด จำนวนไม่ครบ กระดาษบางกว่าที่ตกลง และส่งช้า ทางป้องกันที่ได้ผลคือมีใบเสนอราคาแยกสเปค มีปรู๊ฟที่อนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษร และตรวจของทันทีที่ได้รับ

เรื่องสีต้องเข้าใจก่อนว่า จอแสดงสีด้วยแสง (RGB) ส่วนงานพิมพ์ใช้หมึก (CMYK) สีสดบางเฉดจึงพิมพ์ออกมาได้ไม่เท่าจอ กรณีนี้ไม่ใช่งานเสีย ทางแก้คือดูปรู๊ฟจริงก่อนผลิต

สัญญาณที่ควรระวังก่อนสั่ง

  • ราคาต่ำกว่าร้านอื่นมากโดยไม่ระบุแกรมหรือชนิดกระดาษ
  • ไม่มีปรู๊ฟให้ดู หรือเร่งให้ยืนยันผลิตทันที
  • ขอโอนเต็มจำนวนก่อนเริ่มงาน กับร้านที่ไม่มีที่ตั้งตรวจสอบได้
  • ใบเสนอราคาไม่บอกว่าไฟล์ต้นฉบับและบล็อกไดคัทเป็นของใคร

เมื่องานมีปัญหา ให้แจ้งร้านเป็นข้อความพร้อมรูปถ่ายโดยเร็ว เก็บตัวอย่างงานที่เสีย ปรู๊ฟที่อนุมัติ และใบเสนอราคาไว้เป็นหลักฐาน ร้านส่วนใหญ่มีเงื่อนไขว่าต้องแจ้งภายในกี่วันหลังรับของ จึงไม่ควรปล่อยไว้นาน

ถ้าเป็นงานมูลค่าสูงและตกลงกันไม่ได้ อาจต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ดู lawyer อ่านวิธีเคลมทีละขั้นได้ที่ งานพิมพ์มีปัญหา สีเพี้ยน จำนวนขาด ส่งช้า เคลมอย่างไร

checklist ก่อนกดยืนยันผลิต

ก่อนยืนยันผลิต ให้ตรวจ 3 กลุ่ม คือ เนื้อหา สเปค และเงื่อนไข ใช้เวลาไม่ถึง 15 นาที แต่ช่วยกันงานเสียทั้งล็อตได้

เนื้อหา

  • สะกดชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร ราคา วันที่ ถูกต้อง
  • สแกน QR code จากปรู๊ฟจริงแล้วเปิดได้
  • โลโก้และภาพเป็นของคุณหรือมีสิทธิ์ใช้

สเปค

  • ขนาดสำเร็จ จำนวน ชนิดกระดาษ แกรม ตรงกับใบเสนอราคา
  • งานหลังพิมพ์ครบ เช่น เคลือบด้านไหน ไดคัทรูปอะไร
  • สีที่สำคัญต่อแบรนด์ แจ้งเป็นค่าสีที่ชัดเจน

เงื่อนไข

  • วันส่งของ และวิธีส่ง
  • ยอดมัดจำ ยอดคงเหลือ และเอกสารที่จะได้รับ
  • เงื่อนไขเคลมและระยะเวลาแจ้งปัญหา
  • ไฟล์ต้นฉบับและบล็อกไดคัทเป็นของใคร ถ้าจ้างร้านออกแบบให้

เมื่อไรควรใช้โรงพิมพ์ และเมื่อไรพิมพ์เองก็พอ

ถ้าต้องการงานจำนวนมาก ต้องการกระดาษหนาหรือเคลือบ ต้องไดคัทรูปทรง หรือเป็นงานที่ลูกค้าจะเห็นแบรนด์คุณ ควรใช้โรงพิมพ์ ถ้าเป็นเอกสารภายในจำนวนไม่กี่แผ่น พิมพ์เองในสำนักงานก็เพียงพอ

กรณีที่ใช้โรงพิมพ์แล้วคุ้มชัดเจน

  • ฉลากและกล่องสินค้าที่ต้องหน้าตาเหมือนกันทุกล็อต
  • ใบปลิวหรือโบรชัวร์ที่แจกเกินหลักร้อยใบ
  • นามบัตรที่ต้องการกระดาษหนาและตัดขอบเรียบ
  • งานที่ต้องสั่งซ้ำเป็นรอบ ซึ่งร้านเก็บไฟล์และบล็อกไว้ให้

สำหรับธุรกิจอาหาร การพิมพ์ฉลากและบรรจุภัณฑ์มีเรื่องที่ต้องระวังเพิ่ม ทั้งข้อความบนฉลากตามที่หน่วยงานกำหนดและวัสดุที่สัมผัสอาหาร อ่านเพิ่มได้ที่ พิมพ์ฉลากและบรรจุภัณฑ์อาหาร ต้องรู้อะไรก่อนสั่ง

อ่านต่อ

ราคาและระยะเวลาในหน้านี้เป็นค่าประมาณจากตลาดกรุงเทพฯ ปี 2569 ราคาจริงขึ้นกับจำนวน วัสดุ และงานหลังพิมพ์ ควรขอใบเสนอราคาจากร้านก่อนตัดสินใจ ส่วนข้อกำหนดทางกฎหมายเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง

ข้อมูลทั่วไป ราคาและเงื่อนไขขึ้นกับแต่ละร้าน โปรดขอใบเสนอราคา เว็บไซต์เป็นเพียงสมุดรายชื่อ ไม่ใช่คู่สัญญาหรือผู้ให้บริการ

บทความแนะนำ

ตารางราคากลาง (พ.ศ. 2569 โดยประมาณ)

บริการราคาต่ำราคาสูงหน่วยหมายเหตุ
นามบัตร ดิจิทัล 4 สี 1 หน้า150500บาท/กล่อง 100 ใบกระดาษหนาขึ้นหรือเคลือบเพิ่ม ราคาขยับขึ้น
นามบัตร ออฟเซ็ท 1,000 ใบขึ้นไป0.52บาท/ใบมักรวมหลายชื่อในเพลทเดียวได้ถ้าแบบเดียวกัน
ใบปลิว A5 4 สี ดิจิทัล 50 ถึง 300 ใบ315บาท/ใบเหมาะงานด่วนจำนวนน้อย
ใบปลิว A5 4 สี ออฟเซ็ท 1,000 ใบ13บาท/ใบรวมทั้งงานประมาณ 1,000 ถึง 3,000 บาท
ใบปลิว A5 4 สี ออฟเซ็ท 5,000 ใบขึ้นไป0.31บาท/ใบยิ่งพิมพ์มาก ต้นทุนต่อใบยิ่งลด
โบรชัวร์ A4 พับ 3 ตอน ออฟเซ็ท 1,000 ใบ26บาท/ใบรวมค่าพับ ขึ้นกับกระดาษและการเคลือบ
สติกเกอร์ฉลากไดคัท ดิจิทัล จำนวนน้อย110บาท/ดวงกระดาษถูกกว่า PVC กันน้ำ
สติกเกอร์ฉลาก ออฟเซ็ทหรือแบบม้วน 5,000 ดวงขึ้นไป0.22บาท/ดวงแบบม้วนเหมาะกับเครื่องติดฉลาก
กล่องกระดาษพิมพ์ 4 สี ขนาดเล็ก 1,000 ใบ525บาท/ใบยังไม่รวมค่าบล็อกไดคัท
ค่าบล็อกไดคัท (แม่พิมพ์ตัดรูปทรง)1,5006,000บาท/แบบจ่ายครั้งแรก สั่งซ้ำใช้บล็อกเดิมได้
ถุงกระดาษพิมพ์โลโก้840บาท/ใบขั้นต่ำมักหลักร้อยถึงหลักพันใบ
แคตตาล็อก/หนังสือเล่มเล็ก ออฟเซ็ท 500 เล่มขึ้นกับจำนวน วัสดุ และงานหลังพิมพ์ ขอใบเสนอราคาขึ้นกับจำนวน วัสดุ และงานหลังพิมพ์ ขอใบเสนอราคาบาท/เล่มขึ้นกับจำนวนหน้าและวิธีเข้าเล่ม
งานหลังพิมพ์ (เคลือบ สปอตยูวี ปั๊มฟอยล์)ขึ้นกับจำนวน วัสดุ และงานหลังพิมพ์ ขอใบเสนอราคาขึ้นกับจำนวน วัสดุ และงานหลังพิมพ์ ขอใบเสนอราคาบาท/ชิ้นปั๊มฟอยล์และปั๊มนูนมีค่าบล็อกแยก
ค่าออกแบบ/จัดหน้า5005,000บาท/ชิ้นงานบางแห่งไม่คิดถ้าแก้ไฟล์เล็กน้อย
ปรู๊ฟดิจิทัลหรือตัวอย่างงาน0500บาท/ครั้งบางแห่งหักคืนเมื่อสั่งผลิตจริง
ปรู๊ฟแท่น (ปรู๊ฟจากเครื่องพิมพ์จริง)ขึ้นกับขอบเขตงาน ขอใบเสนอราคาขึ้นกับขอบเขตงาน ขอใบเสนอราคาบาท/ครั้งนิยมใช้กับงานกล่องและงานที่สีแบรนด์สำคัญ
ค่าจัดส่งในกรุงเทพฯ0500บาท/เที่ยวหลายแห่งส่งฟรีเมื่อยอดถึงเกณฑ์

ราคาเป็นช่วงโดยประมาณจากการสำรวจตลาด ไม่ใช่อัตราทางการ โปรดขอใบเสนอราคาจากผู้ให้บริการโดยตรง

คำถามที่พบบ่อย

พิมพ์ใบปลิว 1,000 ใบ ราคาประมาณเท่าไร

ใบปลิว A5 พิมพ์ 4 สีระบบออฟเซ็ท 1,000 ใบ ราคาประมาณ 1 ถึง 3 บาทต่อใบ หรือรวมประมาณ 1,000 ถึง 3,000 บาท ในกรุงเทพฯ ปี 2569 ถ้าพิมพ์ 5,000 ใบขึ้นไป ต่อใบอาจลดเหลือประมาณ 0.3 ถึง 1 บาท ราคาขึ้นกับจำนวน วัสดุ และงานหลังพิมพ์ ควรขอใบเสนอราคาจากสเปคเดียวกันหลายร้าน

ออฟเซ็ทกับดิจิทัลต่างกันอย่างไร

ดิจิทัลพิมพ์จากไฟล์ตรง ไม่ต้องทำเพลท จึงคุ้มกับงานน้อยกว่าประมาณ 500 ชิ้นและงานด่วน 1 ถึง 3 วัน ส่วนออฟเซ็ทต้องทำเพลทและตั้งเครื่องก่อน จึงคุ้มกับงานตั้งแต่ประมาณ 1,000 ชิ้นขึ้นไป ราคาต่อชิ้นถูกกว่ามากแต่ใช้เวลาประมาณ 5 ถึง 10 วันทำการ ช่วงกลางควรขอราคาเทียบทั้ง 2 แบบ

พิมพ์ขั้นต่ำกี่ชิ้น

ระบบดิจิทัลพิมพ์ได้ตั้งแต่ 1 ชิ้น นามบัตรมักขายเป็นกล่อง 100 ใบ ส่วนออฟเซ็ทไม่ได้มีขั้นต่ำตายตัว แต่เริ่มคุ้มที่ประมาณ 1,000 ชิ้น งานกล่องและถุงกระดาษมีขั้นต่ำต่างกันมากในแต่ละร้าน มักอยู่หลักร้อยถึงหลักพันใบ ควรถามขั้นต่ำก่อนออกแบบ

สั่งพิมพ์ใช้เวลากี่วัน

นับจากวันอนุมัติปรู๊ฟ งานดิจิทัลประมาณ 1 ถึง 3 วันทำการ งานออฟเซ็ทประมาณ 5 ถึง 10 วันทำการ และงานกล่องหรือบรรจุภัณฑ์ประมาณ 10 ถึง 20 วันทำการ ต้องบวกเวลาขอราคาและแก้ปรู๊ฟเพิ่ม ช่วงใกล้เทศกาลคิวมักยาวขึ้น จึงควรเผื่อเวลาเสมอ

ทำไมสีที่พิมพ์ออกมาไม่เหมือนในจอ

เพราะจอแสดงสีด้วยแสงแบบ RGB แต่งานพิมพ์ใช้หมึกแบบ CMYK สีสดบางเฉดจึงพิมพ์ออกมาได้ไม่เท่าจอ วิธีลดความต่างคือตั้งไฟล์เป็น CMYK ตั้งแต่เริ่มออกแบบ แจ้งค่าสีแบรนด์ให้ร้าน และดูปรู๊ฟที่พิมพ์ออกมาจริงก่อนอนุมัติ ไม่ใช่ดูแค่บนจอมือถือ

ปรู๊ฟคืออะไร จำเป็นไหม

ปรู๊ฟคือตัวอย่างงานก่อนผลิตจริง ใช้ตรวจข้อความ ขนาด และสี จำเป็นทุกงาน เพราะหลังอนุมัติ ร้านจะผลิตตามปรู๊ฟนั้นทั้งล็อต มีตั้งแต่ไฟล์ภาพ ปรู๊ฟดิจิทัลที่พิมพ์ออกมา ไปจนถึงปรู๊ฟแท่นจากเครื่องจริง งานกล่องหรืองานที่สีแบรนด์สำคัญควรดูปรู๊ฟที่ใกล้ของจริงที่สุด

ต้องเตรียมไฟล์อย่างไรก่อนส่งโรงพิมพ์

ไฟล์ควรเป็น PDF โหมดสี CMYK ภาพละเอียดประมาณ 300 dpi ที่ขนาดจริง มีตัดตกประมาณ 3 มม. รอบด้าน ข้อความสำคัญห่างขอบอย่างน้อยประมาณ 3 ถึง 5 มม. และแปลงฟอนต์เป็นเส้นหรือฝังฟอนต์แล้ว ถ้าไม่มีนักออกแบบ ให้ถามร้านว่ามีบริการตรวจหรือแก้ไฟล์หรือไม่

แกรมกระดาษคืออะไร ควรเลือกเท่าไร

แกรมคือน้ำหนักกระดาษต่อตารางเมตร ตัวเลขยิ่งมากกระดาษยิ่งหนา ใบปลิวมักใช้ประมาณ 105 ถึง 160 แกรม โบรชัวร์ประมาณ 128 ถึง 170 แกรม นามบัตรประมาณ 250 ถึง 350 แกรม และกล่องเล็กประมาณ 300 ถึง 400 แกรม ถ้าไม่แน่ใจ ขอจับตัวอย่างกระดาษจากร้านก่อนตัดสินใจ

งานพิมพ์ผิดหรือเสีย เคลมได้ไหม

ถ้างานต่างจากปรู๊ฟที่อนุมัติ หรือสเปคไม่ตรงใบเสนอราคา มักเคลมได้ แต่ถ้าผิดตั้งแต่ไฟล์และคุณอนุมัติปรู๊ฟแล้ว มักเคลมไม่ได้ ให้แจ้งร้านเป็นข้อความพร้อมรูปถ่ายโดยเร็ว เก็บตัวอย่างงานเสีย ปรู๊ฟ และใบเสนอราคาไว้ เพราะร้านส่วนใหญ่กำหนดระยะเวลาแจ้งปัญหาหลังรับของ

โรงพิมพ์ตรวจฉลากอาหารให้ถูกต้องตามข้อกำหนดได้ไหม

โดยทั่วไปโรงพิมพ์พิมพ์ตามไฟล์ที่ได้รับ ความถูกต้องของข้อความบนฉลากตามที่ อย. กำหนดเป็นความรับผิดชอบของเจ้าของสินค้า ก่อนสั่งพิมพ์ควรตรวจข้อความกับหน่วยงานหรือผู้เชี่ยวชาญ ส่วนบรรจุภัณฑ์ที่สัมผัสอาหารโดยตรง ควรขอเอกสารยืนยันวัสดุจากโรงพิมพ์หรือผู้ผลิตวัสดุ