รับจ้างทั่วไทย

คลินิกกายภาพบำบัดในบึงกุ่ม

กำลังหาคลินิกกายภาพในบึงกุ่ม หน้านี้รวมไว้ 8 แห่ง ทั้งคลินิกกายภาพบำบัด แผนกกายภาพในโรงพยาบาล และนักกายภาพที่ให้บริการถึงบ้าน พร้อมที่อยู่ เบอร์ติดต่อ และแผนที่

ย่านที่มีคลินิกหนาแน่นที่สุดของบึงกุ่มคือแขวงนวมินทร์ ถ้ายังไม่เจอที่เปิดเวลาสะดวก ดูต่อได้ที่บางเขน ลาดพร้าว และบางกะปิซึ่งอยู่ใกล้กัน

กายภาพบำบัดมักต้องไปสัปดาห์ละ 1 ถึง 2 ครั้งต่อเนื่องหลายสัปดาห์ วิธีเลือกที่ได้ผลคือคัด 2 ถึง 3 แห่งที่ไปได้สม่ำเสมอจริง แล้วโทรถามราคาและเวลาที่อยู่กับนักกายภาพต่อครั้ง

เลื่อนลงไปอ่านคู่มือราคา ขั้นตอน และสัญญาณที่ควรระวังเรื่องการขายคอร์สได้เลย

จำนวนร้าน
8 แห่ง
แขวงที่หนาแน่นสุด
แขวงนวมินทร์
มีเบอร์โทร
7 แห่ง
ยืนยันข้อมูลแล้ว
0 แห่ง

ในบึงกุ่มมีคลินิกกายภาพบำบัด 8 แห่ง (ข้อมูล กันยายน 2569)

แผนที่บึงกุ่ม
แผนที่บึงกุ่ม · จุดสีส้ม 8 จุด กดเพื่อดูร้าน

รายชื่อคลินิกกายภาพบำบัดในบึงกุ่ม 8 แห่ง

  1. 1.

    พานระพี คลินิกกายภาพบำบัด

    แขวงคลองกุ่ม · 4 631 Seri Thai 57 Alley

    ดูรายละเอียด
  2. 2.

    Resoul Pilates

    แขวงนวลจันทร์ · 31 นวมินทร์ 94

    ดูรายละเอียด
  3. 3.

    คลินิกกายภาพบำบัดสุขาภิบาล 1

    แขวงนวมินทร์ · 77 533 Nawamin Rd

    ดูรายละเอียด
  4. 5.

    Wellnex

    แขวงลาดพร้าว · 35, 313 Pradit Manutham Rd

    ดูรายละเอียด
  5. 6.

    Power Up Physiotherapy Clinic

    แขวงนวมินทร์

    ดูรายละเอียด
  6. 7.

    Physiary Clinic : Pain Relief by Physiatrist

    แขวงนวลจันทร์

    ดูรายละเอียด

คู่มือเลือกคลินิกกายภาพบำบัดในบึงกุ่ม

ค่ากายภาพบำบัด ครั้งละเท่าไหร่

ค่ากายภาพบำบัดที่คลินิกเอกชนปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 600 ถึง 1,500 บาทต่อครั้ง ครั้งละประมาณ 45 ถึง 60 นาที

ถ้าเพิ่งไปครั้งแรก ให้จำไว้ว่าราคาต่อครั้งขึ้นกับ 3 เรื่องหลัก คือ อาการของเรา เวลาที่นักกายภาพลงมือเองจริง และเครื่องมือที่ใช้ อาการปวดคอบ่าไหล่ทั่วไปมักอยู่ช่วงกลางถึงล่างของราคา ส่วนเคสหลัง stroke หรือที่ต้องใช้เครื่องมือเฉพาะจะอยู่ปลายบน

ก่อนนัด ให้ถามทางโทรศัพท์ 2 เรื่อง คือ ครั้งแรกคิดค่าประเมินแยกไหม และเครื่องมือตัวไหนคิดเพิ่ม จะได้รู้ยอดจริงตั้งแต่ก่อนเดินเข้าคลินิก

อยากรู้ราคาแยกตามประเภทคลินิกและงบรวมของแต่ละอาการ อ่านต่อที่ ค่ากายภาพบำบัด ครั้งละเท่าไหร่ 2569 คลินิก vs โรงพยาบาล

อ่านฉบับเต็ม

Checklist ก่อนจ่ายเงินคอร์สแรก

ก่อนจ่ายเงินคอร์สกายภาพครั้งแรก ให้แน่ใจว่าเรารู้ 3 เรื่อง คือ ใครเป็นคนรักษา เป้าหมายของการรักษาคืออะไร และถ้าหยุดกลางคันจะได้เงินคืนไหม

ถ้าเพิ่งเริ่ม ใช้ checklist สั้น ๆ นี้ได้เลย

  • เห็นใบอนุญาตสถานพยาบาลของคลินิกแล้ว
  • รู้ชื่อนักกายภาพที่ดูแลเรา
  • เข้าใจสาเหตุของอาการในมุมกายภาพบำบัด
  • รู้จำนวนครั้งโดยประมาณ
  • ได้ท่ากลับไปทำที่บ้าน

ถ้ายังขาดข้อไหน ให้ถามก่อนจ่าย การถามเรื่องเหล่านี้เป็นสิทธิ์ของผู้ป่วย และคลินิกที่ได้มาตรฐานจะอธิบายให้ฟังได้โดยไม่เร่งให้ตัดสินใจ

ถ้ายังไม่แน่ใจ ให้จ่ายรายครั้งไปก่อน แล้วกลับมาไล่ checklist นี้อีกครั้งหลังครั้งที่ 2 หรือ 3

ดูรายการครบพร้อมเหตุผลของแต่ละข้อได้ที่ ปัญหาคลินิกกายภาพที่พบบ่อย การขายคอร์ส และวิธีป้องกัน

อ่านฉบับเต็ม

ใบอนุญาตที่คลินิกกายภาพต้องมี

คลินิกกายภาพบำบัดต้องได้รับอนุญาตเป็นสถานพยาบาลจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และคนที่รักษาต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัดจากสภากายภาพบำบัด

ถ้าเพิ่งไปคลินิกครั้งแรก ให้มองหากรอบใบอนุญาตสถานพยาบาลบนผนัง ซึ่งมักอยู่ใกล้เคาน์เตอร์ แล้วดูว่าชื่อในใบอนุญาตตรงกับป้ายหน้าร้านหรือไม่

จากนั้นถามชื่อและเลขใบอนุญาตของนักกายภาพที่จะดูแลเรา การถามเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ คลินิกที่ได้มาตรฐานจะตอบได้ทันที

ถ่ายรูปชื่อและเลขที่เก็บไว้ ใช้ตรวจย้อนหลังและใช้ประกอบการเบิกประกันได้

ดูวิธีตรวจสอบทั้งสถานที่และตัวนักกายภาพได้ที่ ใบอนุญาตคลินิกกายภาพและนักกายภาพบำบัด ตรวจสอบอย่างไร

อ่านฉบับเต็ม

ขั้นตอนการทำกายภาพ และต้องทำกี่ครั้ง

สิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มคือ ถ้าผ่านไปประมาณ 3 ถึง 4 ครั้งแล้วอาการไม่ขยับเลย ควรคุยกับนักกายภาพเรื่องปรับแผนหรือขอพบแพทย์ ไม่ควรซื้อคอร์สต่อไปเรื่อย ๆ

หลังทำกายภาพอาจเมื่อยหรือระบมได้ 1 ถึง 2 วัน ซึ่งพบได้ทั่วไป แต่ถ้าปวดมากขึ้นชัดเจน ชามากขึ้น หรืออ่อนแรงลง ให้แจ้งนักกายภาพและพบแพทย์

อีกเรื่องที่หลายคนมองข้ามคือ ถ้าทุกครั้งเป็นแค่การนอนต่อเครื่องโดยไม่มีการประเมินซ้ำหรือฝึกออกกำลังกาย ควรถามว่าแผนระยะยาวคืออะไร

การจบรอบที่ดีคือทำกิจวัตรที่เคยทำไม่ได้ได้แล้ว และมีท่าดูแลตัวเองติดตัวกลับไป

ดูวิธีดูความคืบหน้าและเวลาที่ควรปรับแผนได้ที่ ทำกายภาพบำบัด ครั้งแรกเจออะไร ต้องทำกี่ครั้ง 2569

อ่านฉบับเต็ม

ปัญหาและการขายคอร์สที่พบบ่อย

เงื่อนไขคอร์สเป็นจุดที่เกิดข้อพิพาทบ่อยที่สุด ใช้ตารางนี้เทียบก่อนจ่าย

เงื่อนไขที่ควรได้ที่ควรระวัง
อายุคอร์สพอกับความถี่ที่เรามาได้จริงสั้นจนมาไม่ทัน
เลื่อนนัดแจ้งล่วงหน้าแล้วไม่ถูกตัดครั้งถูกตัดทุกกรณี
หยุดกลางคันคืนส่วนที่เหลือตามเงื่อนไขที่เขียนไว้ไม่คืนทุกกรณี
โอนสิทธิ์โอนให้คนในครอบครัวได้ใช้ได้เฉพาะตัว

ตัวอย่างที่เจอบ่อยคือคอร์ส 10 ครั้งที่ต้องใช้ให้หมดใน 1 เดือน สำหรับคนที่มาได้สัปดาห์ละครั้ง เท่ากับเสียหลายครั้งตั้งแต่วันซื้อ

ลองคำนวณง่าย ๆ ว่าอายุคอร์สหารด้วยความถี่ที่มาได้จริงเหลือกี่ครั้ง ถ้าน้อยกว่าจำนวนครั้งในคอร์ส ส่วนลดที่ได้อาจไม่คุ้มเลย

อ่านวิธีอ่านเงื่อนไขคอร์สแบบละเอียดได้ที่ ปัญหาคลินิกกายภาพที่พบบ่อย การขายคอร์ส และวิธีป้องกัน

อ่านฉบับเต็ม

คำถามที่ต้องถามก่อนเริ่มทำกายภาพ

คำถามที่ควรถามแบ่งได้เป็น 3 ช่วง แต่ละช่วงมีเป้าหมายต่างกัน

ช่วงคำถามหลักได้คำตอบแล้วรู้อะไร
โทรก่อนนัดใครรักษา ราคารวมอะไร ต้องซื้อคอร์สไหมคัดคลินิกออกได้ครึ่งหนึ่ง
หลังประเมินครั้งแรกสาเหตุคืออะไร เป้าหมายคืออะไร ประมาณกี่ครั้งรู้งบรวมและเวลาที่ต้องใช้
ก่อนจ่ายคอร์สอายุคอร์ส เงื่อนไขเลื่อนนัด คืนเงินได้ไหมไม่เสียเงินกับครั้งที่ใช้ไม่ทัน

ถ้าต้องการเบิกประกัน ให้เพิ่มคำถามว่าออกใบเสร็จในนามสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตและแยกรายครั้งได้ไหม

อ่านคำถามแต่ละช่วงแบบละเอียดได้ที่ วิธีเลือกคลินิกกายภาพบำบัด 8 เรื่องที่ต้องเทียบ 2569

อ่านฉบับเต็ม

วิธีเลือกคลินิกกายภาพบำบัด

สิ่งที่หลายคนมองข้ามตอนเลือกคลินิกคือ นักกายภาพคนเดิมจะดูแลต่อเนื่องไหม และมีการวัดผลเป็นตัวเลขหรือเปล่า

คลินิกที่เปลี่ยนคนดูแลทุกครั้งทำให้ต้องเล่าอาการใหม่ซ้ำ ๆ และแผนการรักษาขาดตอน ส่วนคลินิกที่ไม่เคยบอกว่าเราดีขึ้นแค่ไหน ทำให้เราไม่รู้ว่าควรทำต่อหรือควรเปลี่ยนแผน

สัญญาณที่ควรระวังตั้งแต่สายแรก คือบอกว่าต้องซื้อคอร์สเท่านั้นทั้งที่ยังไม่เคยประเมิน หรือรับปากว่าจะดีขึ้นภายในจำนวนครั้งที่แน่นอน

สำหรับผู้ป่วยสูงอายุหรือหลังผ่าตัด ให้ถามเรื่องที่จอดรถ ทางลาด และลิฟต์ก่อนเดินทาง

ดูสัญญาณที่ดีและสัญญาณที่ควรระวังในครั้งแรกได้ที่ วิธีเลือกคลินิกกายภาพบำบัด 8 เรื่องที่ต้องเทียบ 2569

อ่านฉบับเต็ม

ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะราย เว็บไซต์เป็นเพียงสมุดรายชื่อ ไม่ใช่คู่สัญญาหรือผู้ให้บริการ

คำถามที่พบบ่อย

ค่ากายภาพบำบัด ครั้งละเท่าไหร่

คลินิกกายภาพเอกชนในกรุงเทพฯ ปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 600 ถึง 1,500 บาทต่อครั้ง แผนกในโรงพยาบาลเอกชนประมาณ 800 ถึง 2,500 บาทต่อครั้งและมักมีค่าพบแพทย์แยก ส่วนนักกายภาพถึงบ้านประมาณ 1,000 ถึง 2,500 บาทต่อครั้ง ราคาจริงขึ้นกับอาการ เวลาต่อครั้ง และเครื่องมือที่ใช้

กายภาพบำบัดกับนวด ต่างกันอย่างไร

กายภาพบำบัดคือการประเมินและฟื้นฟูโดยนักกายภาพบำบัดที่มีใบอนุญาตในสถานพยาบาล มีเป้าหมายที่วัดได้และสอนท่าดูแลตัวเอง ส่วนนวดเพื่อสุขภาพเน้นผ่อนคลาย อยู่ภายใต้กฎหมายสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ และพนักงานนวดไม่ใช่นักกายภาพ ป้าย "นวดกายภาพ" จึงไม่ได้แปลว่าเป็นกายภาพบำบัด

อาการแบบไหนควรพบแพทย์ก่อนไปกายภาพ

ควรพบแพทย์ก่อนถ้ามีชาหรืออ่อนแรงที่เป็นมากขึ้น ปวดหลังร่วมกับไข้หรือน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ปวดมากตอนกลางคืน หรือปวดหลังอุบัติเหตุ ส่วนหน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงซีกเดียว เจ็บหน้าอก หรือกลั้นปัสสาวะไม่ได้ร่วมกับปวดหลัง ให้โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที

ถ้าในบึงกุ่มไม่มีคลินิกที่เปิดเวลาที่สะดวก ควรดูเขตไหนต่อ

ลองขยายไปยังบางเขน ลาดพร้าว และบางกะปิซึ่งอยู่ใกล้กัน โดยเฉพาะเขตที่อยู่บนเส้นทางระหว่างบ้านกับที่ทำงาน เพราะกายภาพบำบัดมักต้องไปสัปดาห์ละ 1 ถึง 2 ครั้งต่อเนื่องหลายสัปดาห์ คลินิกที่แวะได้ง่ายหลังเลิกงานช่วยให้ทำครบรอบมากกว่าคลินิกที่ไกลแต่ราคาถูกกว่าเล็กน้อย

คลินิกในบึงกุ่มมีบริการกายภาพถึงบ้านหรือรับผู้ป่วย stroke ไหม

มีทั้งแบบที่รับและไม่รับ จากทั้งหมด 8 แห่งในบึงกุ่ม ต้องโทรถามเป็นรายแห่งเพราะขึ้นกับว่ามีนักกายภาพด้านระบบประสาทหรือไม่ ก่อนโทรให้เตรียมข้อมูลว่าผู้ป่วยเดินได้แค่ไหน ลุกนั่งเองได้ไหม และมีใบสรุปการรักษาจากโรงพยาบาลหรือเปล่า จะได้คำตอบและช่วงราคาที่ตรงตั้งแต่สายแรก

ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะราย เว็บไซต์เป็นเพียงสมุดรายชื่อ ไม่ใช่คู่สัญญาหรือผู้ให้บริการ

เขตข้างเคียง

ย่านในบึงกุ่ม

หมวดใกล้เคียง

ดูเพิ่มเติม