รับจ้างทั่วไทย

ปัญหาคลินิกกายภาพที่พบบ่อย การขายคอร์ส และวิธีป้องกัน

อัปเดต 2569/09 · หมวด คลินิกกายภาพบำบัด

ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดเมื่อไปคลินิกกายภาพไม่ใช่การรักษาผิด แต่เป็นการขายคอร์สจำนวนมากตั้งแต่ครั้งแรก ก่อนผู้ป่วยจะรู้ว่าวิธีนี้เหมาะกับตัวเองไหม ตามด้วยเงื่อนไขคอร์สที่ไม่คืนเงินและหมดอายุเร็ว

ส่วนใหญ่ป้องกันได้ด้วยการจ่ายรายครั้งก่อน 2 ถึง 3 ครั้ง ถามคำถามให้ครบ และขอเงื่อนไขทุกอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร

1. ขายคอร์สใหญ่ตั้งแต่ครั้งแรก

รูปแบบที่พบคือ หลังประเมินไม่นานก็เสนอคอร์ส 20 หรือ 30 ครั้ง พร้อมส่วนลดที่ "ได้เฉพาะวันนี้"

ทำไมเป็นปัญหา เพราะจำนวนครั้งที่ต้องใช้จริงยังไม่มีใครรู้แน่ในครั้งแรก และผู้ป่วยแต่ละคนตอบสนองต่อการรักษาไม่เหมือนกัน ถ้าซื้อไปแล้วพบว่าไม่เข้ากับวิธีนี้ หรือดีขึ้นเร็วกว่าที่คิด ส่วนที่เหลือมักเสียเปล่า

วิธีป้องกัน

  • จ่ายรายครั้งไปก่อน 2 ถึง 3 ครั้ง
  • ถ้าจะซื้อคอร์ส เริ่มจากคอร์สเล็กที่ตรงกับจำนวนครั้งโดยประมาณที่นักกายภาพประเมิน
  • ถามว่าส่วนลดเดียวกันยังใช้ได้ไหมถ้าตัดสินใจครั้งหน้า

2. เงื่อนไขคอร์สที่เอาเปรียบ

เงื่อนไขที่ควรระวังคือ คอร์สหมดอายุสั้นเกินจำนวนครั้ง เลื่อนนัดกะทันหันถูกตัดครั้ง และไม่คืนเงินทุกกรณีแม้แพทย์สั่งหยุด

ตัวอย่างที่ควรคิดให้ดีคือคอร์ส 10 ครั้งที่ต้องใช้ให้หมดใน 1 เดือน สำหรับคนทำงานที่มาได้สัปดาห์ละครั้ง เท่ากับต้องทิ้งไปหลายครั้งตั้งแต่ซื้อ

เงื่อนไขที่ควรได้ที่ควรระวัง
อายุคอร์สพอสำหรับจำนวนครั้งที่ความถี่จริงของเราสั้นจนมาไม่ทัน
เลื่อนนัดแจ้งล่วงหน้าตามเวลาที่กำหนดแล้วไม่ถูกตัดครั้งถูกตัดครั้งทุกกรณี
หยุดกลางคันคืนส่วนที่เหลือหลังหักราคาปกติของครั้งที่ใช้ไปไม่คืนทุกกรณี
โอนสิทธิ์โอนให้คนในครอบครัวได้ใช้ได้เฉพาะตัว

ขอเงื่อนไขเป็นเอกสาร หรืออย่างน้อยให้ส่งเป็นข้อความที่มีชื่อคลินิก แล้วเก็บไว้คู่ใบเสร็จ

3. รับปากผลการรักษา

ประโยคอย่าง "หายภายใน 5 ครั้ง" หรือ "ไม่หายยินดีคืนเงิน" ฟังดูมั่นใจ แต่ไม่มีผู้ให้บริการคนไหนรับปากผลการรักษาได้จริง

ผลของกายภาพบำบัดขึ้นกับตัวโรค ระยะเวลาที่เป็น อายุ ความสม่ำเสมอในการทำท่าที่บ้าน และบางอาการอาจต้องการการรักษาจากแพทย์ร่วมด้วย สิ่งที่นักกายภาพที่ดีบอกได้คือเป้าหมาย แผน และช่วงเวลาโดยประมาณ ไม่ใช่การรับประกันผล

4. คนที่รักษาไม่ใช่นักกายภาพบำบัด

ในบางสถานที่ คนที่ลงมือกับตัวเราเป็นผู้ช่วยหรือพนักงานที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัด หรือสถานที่เองเป็นร้านนวดที่ใช้คำว่ากายภาพในชื่อ

วิธีป้องกันคือถามชื่อและเลขใบอนุญาตของคนที่ประเมินและวางแผนการรักษา และดูใบอนุญาตสถานพยาบาลของสถานที่ วิธีตรวจอยู่ใน ใบอนุญาตคลินิกกายภาพและนักกายภาพบำบัด ตรวจสอบอย่างไร

5. ทุกครั้งเป็นแค่การนอนต่อเครื่อง

รูปแบบที่พบคือ นักกายภาพคุยสั้น ๆ แล้วให้นอนประคบร้อน ต่อเครื่องกระตุ้นไฟฟ้า และเครื่องอัลตราซาวด์ รวมเกือบชั่วโมง โดยไม่มีการประเมินซ้ำหรือสอนท่าออกกำลังกาย

เครื่องมือช่วยลดปวดระยะสั้นได้ แต่ถ้าเป็นแบบนี้ทุกครั้งโดยไม่มีแผนระยะยาว ให้ถามนักกายภาพตรง ๆ ว่าเป้าหมายคืออะไร และเมื่อไรจะเริ่มฝึกออกกำลังกาย

6. ขายเครื่องมือเฉพาะหรืออุปกรณ์เกินจำเป็น

เครื่องมือเฉพาะอย่างคลื่นกระแทกหรือเลเซอร์กำลังสูงมีประโยชน์กับบางอาการ แต่ไม่จำเป็นกับทุกคน อุปกรณ์เสริมอย่างที่รัด เทปพยุง หรือแผ่นรองรองเท้าก็เช่นกัน

ก่อนจ่ายเพิ่ม ให้ถาม 3 ข้อ คือ ช่วยอาการเราอย่างไร ต้องใช้กี่ครั้งหรือนานเท่าไหร่ และถ้าไม่ใช้จะมีทางเลือกอื่นไหม ถ้าตอบไม่ชัด ยังไม่ต้องตัดสินใจวันนั้น

7. ปล่อยให้อาการที่ควรพบแพทย์ผ่านไป

อาการบางอย่างไม่ควรรักษาด้วยกายภาพบำบัดอย่างเดียว เช่น อ่อนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ชาบริเวณก้นและต้นขาด้านใน กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ หรือปวดหลังร่วมกับมีไข้

นักกายภาพที่ดีจะส่งพบแพทย์เมื่อเจอสัญญาณเหล่านี้ ถ้าเรามีอาการแบบนี้แต่คลินิกยังให้ทำคอร์สต่อไปโดยไม่พูดถึงการพบแพทย์ ควรหยุดและไปพบแพทย์ก่อน รายละเอียดอยู่ใน อาการแบบไหนควรพบแพทย์ก่อนไปกายภาพบำบัด

8. บริการถึงบ้านที่ตรวจสอบไม่ได้

บริการกายภาพถึงบ้านที่หาผ่านโซเชียลมีเดีย บางเจ้าไม่ระบุชื่อสถานพยาบาลต้นสังกัด ไม่ออกใบเสร็จ และขอโอนเงินค่าคอร์สล่วงหน้าทั้งหมด

ก่อนนัด ให้ขอชื่อ เลขใบอนุญาต และสถานพยาบาลที่สังกัด จ่ายรายครั้งในช่วงแรก และขอใบเสร็จทุกครั้ง ซึ่งจำเป็นหากต้องการเบิกประกันด้วย

ถ้าเกิดปัญหาแล้ว ทำอย่างไร

เริ่มจากคุยกับคลินิกโดยตรงพร้อมหลักฐาน ถ้าไม่ได้ข้อยุติ ร้องเรียนต่อหน่วยงานที่ตรงกับเรื่องนั้น

เรื่องติดต่อที่ไหน
สถานที่ไม่มีใบอนุญาต หรือมาตรฐานสถานพยาบาลกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
การประกอบวิชาชีพหรือจริยธรรมของนักกายภาพสภากายภาพบำบัด
สัญญาคอร์ส การคืนเงิน โฆษณาเกินจริงสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)

ช่องทางและหมายเลขติดต่อล่าสุดควรดูจากเว็บไซต์ทางการของแต่ละหน่วยงาน หลักฐานที่ควรเก็บคือใบเสร็จ เอกสารหรือข้อความเงื่อนไขคอร์ส ภาพใบอนุญาต และบันทึกวันเวลาที่รับบริการ

ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะราย เว็บไซต์เป็นเพียงสมุดรายชื่อ ไม่ใช่คู่สัญญาหรือผู้ให้บริการ

อ่านต่อ