ค่ากายภาพบำบัด ครั้งละเท่าไหร่ 2569 คลินิก vs โรงพยาบาล
อัปเดต 2569/09 · หมวด คลินิกกายภาพบำบัด
ค่ากายภาพบำบัดที่คลินิกเอกชนในกรุงเทพฯ ปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 600 ถึง 1,500 บาทต่อครั้ง ถ้าเป็นแผนกในโรงพยาบาลเอกชนอยู่ที่ประมาณ 800 ถึง 2,500 บาทต่อครั้งและมักมีค่าพบแพทย์แยก ส่วนนักกายภาพถึงบ้านอยู่ที่ประมาณ 1,000 ถึง 2,500 บาทต่อครั้ง
ตัวเลขทั้งหมดในบทนี้เป็นช่วงโดยประมาณจากตลาด ไม่ใช่ราคาทางการ ราคาจริงขึ้นกับอาการ เวลาต่อครั้ง และเครื่องมือที่ใช้
ราคาแยกตามประเภทสถานที่
สถานที่ที่ต่างกันทำให้ราคาต่อครั้งต่างกันได้เกือบเท่าตัว แม้จะทำกายภาพอาการเดียวกัน
| ประเภท | ราคาต่อครั้งโดยประมาณ (บาท) | สิ่งที่มักรวม | สิ่งที่มักแยกคิด |
|---|---|---|---|
| คลินิกกายภาพเอกชน | 600 ถึง 1,500 | ประเมิน รักษาด้วยมือ ออกกำลังกายบำบัด เครื่องมือพื้นฐาน | เครื่องมือเฉพาะบางตัว อุปกรณ์เสริม |
| แผนกกายภาพ โรงพยาบาลเอกชน | 800 ถึง 2,500 | การรักษาตามใบสั่ง | ค่าพบแพทย์ ค่าบริการโรงพยาบาล ค่าเอกซเรย์ |
| โรงพยาบาลรัฐ | ขึ้นกับสิทธิ์การรักษา สอบถามโรงพยาบาล | การรักษาตามใบสั่ง | ขึ้นกับสิทธิ์ |
| นักกายภาพถึงบ้าน | 1,000 ถึง 2,500 | การรักษาครั้งละประมาณ 60 นาที | ค่าเดินทางในบางเจ้า |
คลินิกเอกชนเหมาะกับอาการกล้ามเนื้อและข้อที่ไม่ซับซ้อน เพราะนัดง่ายและเปิดเย็น ส่วนโรงพยาบาลเหมาะกับเคสที่ยังต้องพบแพทย์ประจำ เช่น หลังผ่าตัดช่วงแรก หรือกรณีที่ต้องเบิกประกันซึ่งกรมธรรม์กำหนดให้ทำในโรงพยาบาล
ราคาแยกตามประเภทการรักษา
อาการที่ต่างกันใช้เวลาและความเชี่ยวชาญต่างกัน ราคาจึงต่างกันด้วย
| การรักษา | ราคาโดยประมาณ (บาท) | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| กายภาพกล้ามเนื้อและข้อทั่วไป | 600 ถึง 1,500 ต่อครั้ง | กลุ่มออฟฟิศซินโดรม ปวดหลัง ปวดเข่า |
| กายภาพระบบประสาท (หลัง stroke บาดเจ็บไขสันหลัง) | ขึ้นกับอาการและจำนวนครั้ง ขอใบเสนอราคา | ต่อครั้งนานกว่า ต้องทำต่อเนื่องหลายเดือน |
| คลื่นกระแทก (shockwave) | 1,000 ถึง 3,000 ต่อครั้ง | รองช้ำ เอ็นอักเสบเรื้อรัง มักต้องหลายครั้ง |
| เลเซอร์กำลังสูง หรือกระตุ้นด้วยสนามแม่เหล็ก | ขึ้นกับอาการและจำนวนครั้ง ขอใบเสนอราคา | บางแห่งรวมในค่ากายภาพ บางแห่งคิดแยก |
| ประเมินอาการครั้งแรก | 0 ถึง 800 | หลายแห่งรวมในครั้งแรก |
เครื่องมือเฉพาะไม่ได้จำเป็นกับทุกคน ถ้าคลินิกเสนอเครื่องราคาสูง ให้ถามตรง ๆ ว่าเครื่องนี้ช่วยอาการเราอย่างไร ต้องทำกี่ครั้ง และถ้าไม่ทำจะมีทางเลือกอื่นไหม
ราคาคอร์สเทียบกับจ่ายรายครั้ง
คอร์สช่วยประหยัดได้ประมาณ 10 ถึง 20% เมื่อเทียบกับจ่ายรายครั้ง แต่คุ้มก็ต่อเมื่อเรามาครบจริงภายในอายุคอร์ส
| รูปแบบ | ราคาโดยประมาณ (บาท) | เหมาะกับใคร |
|---|---|---|
| จ่ายรายครั้ง | 600 ถึง 1,500 ต่อครั้ง | มาครั้งแรก ยังไม่รู้ว่าเข้ากับวิธีนี้ไหม |
| คอร์ส 5 ครั้ง | 2,800 ถึง 7,000 | อาการไม่ซับซ้อน เช่น ปวดคอบ่าไหล่ช่วงสั้น |
| คอร์ส 10 ครั้ง | 5,500 ถึง 15,000 | อาการเรื้อรัง หรือหลังผ่าตัดที่รู้แน่ว่าต้องมาต่อเนื่อง |
ก่อนซื้อคอร์ส ให้ถาม 4 ข้อ คือ อายุคอร์สกี่เดือน ถ้าเลื่อนนัดกะทันหันถูกตัดครั้งไหม ถ้าแพทย์สั่งหยุดหรือย้ายที่อยู่ขอคืนเงินส่วนที่เหลือได้ไหม และโอนสิทธิ์ให้คนในครอบครัวได้หรือเปล่า คำตอบทั้งหมดควรอยู่ในเอกสาร ไม่ใช่แค่คำพูด
ตัวอย่างงบรวมตามอาการ
งบรวมคำนวณจากราคาต่อครั้งคูณจำนวนครั้ง ตัวอย่างข้างล่างใช้วางแผนคร่าว ๆ เท่านั้น จำนวนครั้งจริงต้องให้นักกายภาพประเมิน
| สถานการณ์ | จำนวนครั้งที่พบบ่อยโดยประมาณ | งบรวมโดยประมาณ (บาท) |
|---|---|---|
| ปวดคอบ่าไหล่จากการทำงาน ที่คลินิก | 4 ถึง 8 ครั้ง | 2,400 ถึง 12,000 |
| ปวดหลังส่วนล่างเฉียบพลัน ที่คลินิก | 3 ถึง 6 ครั้ง | 1,800 ถึง 9,000 |
| หลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า ช่วง 1 ถึง 3 เดือนแรก | ขึ้นกับแผนแพทย์ | หลักหมื่นบาทขึ้นไป |
| หลัง stroke ทำต่อเนื่องที่บ้าน | ต่อเนื่องหลายเดือน | ขึ้นกับความถี่ ขอใบเสนอราคา |
สำหรับเคสระบบประสาทที่ต้องทำยาว ให้ถามคลินิกว่ามีแพ็กเกจรายเดือนไหม และคิดราคาอย่างไรถ้าลดความถี่ลงเมื่ออาการดีขึ้น
ค่าใช้จ่ายแฝงที่ควรถามก่อน
ค่าใช้จ่ายที่ทำให้งบบานปลายส่วนใหญ่ไม่ใช่ค่ากายภาพต่อครั้ง แต่เป็นรายการเสริมที่ไม่ได้บอกตั้งแต่แรก
- ค่าพบแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาล ในโรงพยาบาลเอกชน ค่าพบแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูหรือแพทย์กระดูกอยู่ที่ประมาณ 500 ถึง 1,500 บาทต่อครั้ง
- เครื่องมือที่คิดแยก บางคลินิกคิดรายเครื่องทุกครั้งที่ใช้
- อุปกรณ์เสริม เช่น เทปพยุง ที่รัดเข่า แผ่นรองรองเท้า ประมาณ 150 ถึง 3,000 บาทต่อชิ้น
- ค่าเดินทางของนักกายภาพถึงบ้าน บางเจ้ารวมในราคา บางเจ้าคิดตามระยะทาง
- ค่าเดินทางของเราเอง สำหรับผู้ป่วยที่ต้องนั่งแท็กซี่หรือเรียกรถรับส่งผู้ป่วยทุกครั้ง ค่ารถอาจใกล้เคียงค่ากายภาพ
วิธีป้องกันง่ายที่สุดคือขอใบเสนอราคาหรือรายการราคาเป็นลายลักษณ์อักษรตั้งแต่ครั้งแรก
ถูกกว่าไม่ได้แปลว่าคุ้มกว่า
เวลาเทียบราคา ให้เทียบที่ "สิ่งที่ได้ต่อครั้ง" ไม่ใช่ตัวเลขบนป้าย
คำถามที่ช่วยเทียบได้ดี คือ ต่อครั้งอยู่กับนักกายภาพจริงกี่นาที ใช้เครื่องอัตโนมัติกี่นาที มีการประเมินซ้ำทุกกี่ครั้ง และได้ท่ากลับไปทำเองที่บ้านไหม คลินิกที่แพงกว่า 200 ถึง 300 บาทแต่ให้เวลากับเราเต็มชั่วโมง อาจทำให้จำนวนครั้งรวมน้อยกว่าและจ่ายรวมถูกกว่า
วางงบให้สอดคล้องกับสิทธิ์ที่มี
ก่อนวางงบ ให้เช็กก่อนว่าเรามีสิทธิ์อะไรบ้าง เพราะอาจลดค่าใช้จ่ายได้มาก ทั้งประกันสุขภาพเอกชน ประกันสังคม บัตรทอง และสวัสดิการข้าราชการ แต่ละสิทธิ์มีเงื่อนไขเรื่องสถานพยาบาลและเอกสารต่างกัน
หลักที่ใช้ได้เกือบทุกกรณีคือถามเจ้าของสิทธิ์ก่อนเริ่มทำ ไม่ใช่ถามหลังจ่ายเงินไปแล้ว รายละเอียดอยู่ใน ค่ากายภาพบำบัด เบิกประกันได้ไหม ใช้สิทธิ์รัฐอย่างไร 2569
ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะราย เว็บไซต์เป็นเพียงสมุดรายชื่อ ไม่ใช่คู่สัญญาหรือผู้ให้บริการ