รับจ้างทั่วไทย

ทำกายภาพบำบัด ครั้งแรกเจออะไร ต้องทำกี่ครั้ง 2569

อัปเดต 2569/09 · หมวด คลินิกกายภาพบำบัด

การทำกายภาพบำบัดเริ่มจากการประเมินร่างกายในครั้งแรก แล้วนักกายภาพจะวางแผนพร้อมบอกจำนวนครั้งโดยประมาณ อาการกล้ามเนื้อและข้อทั่วไปมักใช้หลายครั้งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ ส่วนหลังผ่าตัดใหญ่หรือหลัง stroke มักต่อเนื่องหลายเดือน

จำนวนครั้งที่แน่นอนไม่มีใครบอกได้ล่วงหน้า เพราะขึ้นกับตัวโรค ระยะเวลาที่เป็นมา อายุ และความสม่ำเสมอในการทำท่าที่บ้าน

ก่อนไปครั้งแรก เตรียมอะไรบ้าง

เตรียมข้อมูลอาการและเอกสารการรักษาเดิมให้พร้อม จะได้ใช้เวลาครั้งแรกกับการประเมินมากกว่าการนั่งนึก

  • ใบสรุปการรักษา ใบสั่งจากแพทย์ หรือผลเอกซเรย์ MRI ถ้ามี
  • รายการยาที่ใช้อยู่ และโรคประจำตัว เช่น ความดัน เบาหวาน โรคหัวใจ กระดูกพรุน
  • จดสั้น ๆ ว่าปวดตรงไหน เริ่มเมื่อไร ท่าไหนปวดมากขึ้นหรือน้อยลง
  • ชุดที่ขยับตัวสะดวก เช่น กางเกงขาสั้นหรือกางเกงวอร์มถ้าปัญหาอยู่ที่เข่าหรือสะโพก
  • ถ้าจะเบิกประกัน ถามบริษัทประกันก่อนว่าต้องใช้เอกสารอะไร

สำหรับผู้ป่วยหลังผ่าตัด ให้ถามแพทย์ผู้ผ่าตัดไว้ก่อนว่ามีท่าหรือการลงน้ำหนักที่ห้ามทำหรือไม่ แล้วแจ้งนักกายภาพตั้งแต่ครั้งแรก

ครั้งแรกเจออะไรบ้าง

ครั้งแรกมักใช้เวลาประมาณ 45 ถึง 90 นาที และมีขั้นตอนหลักดังนี้

  1. ซักประวัติ อาการ ประวัติการบาดเจ็บ การผ่าตัด ยา และโรคประจำตัว
  2. ตรวจร่างกาย ดูท่าทาง การเคลื่อนไหวของข้อ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การทรงตัว และจุดที่กดเจ็บ
  3. อธิบายผลประเมิน ในมุมกายภาพบำบัด และบอกว่ามีสัญญาณที่ต้องพบแพทย์เพิ่มหรือไม่
  4. ตั้งเป้าหมาย ที่วัดได้ เช่น นั่งทำงานได้ครบวันโดยไม่ปวด เดินขึ้นบันไดได้เอง
  5. รักษาครั้งแรก ด้วยมือ การออกกำลังกายบำบัด หรือเครื่องมือตามความเหมาะสม
  6. สอนท่ากลับไปทำที่บ้าน พร้อมบอกจำนวนครั้งต่อวัน
  7. นัดครั้งถัดไป และบอกจำนวนครั้งโดยประมาณของทั้งรอบ

ถ้าครั้งแรกไม่มีขั้นตอนที่ 1 ถึง 3 เลย หรือเริ่มจากการเสนอขายคอร์สทันที ควรถามเพิ่มก่อนตัดสินใจ

การรักษาที่อาจเจอในแต่ละครั้ง

แต่ละครั้งมักผสมหลายวิธี นักกายภาพจะเลือกตามอาการ ไม่จำเป็นต้องได้ทุกอย่าง

วิธีใช้ทำอะไรโดยทั่วไป
การรักษาด้วยมือคลายกล้ามเนื้อ ขยับข้อต่อ ลดอาการตึง
การออกกำลังกายบำบัดเพิ่มความแข็งแรง ความยืดหยุ่น และการทรงตัว เป็นหัวใจของการฟื้นฟูระยะยาว
เครื่องมือความร้อนและความเย็นลดปวด เตรียมกล้ามเนื้อก่อนออกกำลังกาย
เครื่องกระตุ้นไฟฟ้า อัลตราซาวด์ลดปวด กระตุ้นกล้ามเนื้อ
เครื่องดึงคอหรือดึงหลังใช้ในบางกรณีตามการประเมิน
คลื่นกระแทก เลเซอร์กำลังสูงเครื่องมือเฉพาะ ใช้กับอาการบางกลุ่ม มักคิดราคาแยก
ฝึกเดิน ฝึกการเคลื่อนย้ายตัวสำคัญมากในผู้ป่วยหลังผ่าตัดและหลัง stroke

เครื่องมือช่วยลดปวดในระยะสั้นได้ แต่การฟื้นฟูที่ยั่งยืนมักมาจากการออกกำลังกายบำบัดและการปรับพฤติกรรม ถ้าทุกครั้งเป็นแค่การนอนต่อเครื่อง ควรถามนักกายภาพว่าแผนระยะยาวคืออะไร

ต้องทำกี่ครั้ง

ตารางนี้เป็นตัวอย่างช่วงที่พบบ่อย ใช้วางแผนเวลาและงบเท่านั้น จำนวนครั้งจริงต้องให้นักกายภาพประเมินรายคน

อาการจำนวนครั้งที่พบบ่อยโดยประมาณความถี่ที่พบบ่อย
ปวดคอ บ่า ไหล่ จากการทำงาน4 ถึง 8 ครั้ง1 ถึง 2 ครั้งต่อสัปดาห์
ปวดหลังส่วนล่างเฉียบพลัน3 ถึง 6 ครั้ง1 ถึง 2 ครั้งต่อสัปดาห์
ข้อเท้าพลิก เอ็นอักเสบจากกีฬา4 ถึง 10 ครั้งตามระยะการบาดเจ็บ
หลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าหรือสะโพกต่อเนื่องหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนตามแผนแพทย์และนักกายภาพ
หลังหลอดเลือดสมอง (stroke)ต่อเนื่องหลายเดือนถี่ในช่วงแรก แล้วค่อยห่างขึ้น

อาการที่เป็นมานานหลายปีมักใช้เวลานานกว่าอาการที่เพิ่งเป็น และคนที่ทำท่าที่บ้านสม่ำเสมอมักใช้จำนวนครั้งที่คลินิกน้อยกว่า

ระหว่างรอบการรักษา ควรเห็นอะไร

ระหว่างรอบการรักษา นักกายภาพควรประเมินซ้ำเป็นระยะและบอกความคืบหน้าให้เรารู้

สิ่งที่ควรได้ยินจากนักกายภาพ

  • ตอนนี้ดีขึ้นจากครั้งแรกแค่ไหน วัดจากอะไร
  • ท่าที่บ้านต้องเพิ่มระดับหรือเปลี่ยนเมื่อไร
  • ยังเหลืออีกประมาณกี่ครั้ง หรือจะเริ่มนัดห่างขึ้นเมื่อไร

หลังการรักษาบางครั้งอาจเมื่อยหรือระบมได้ 1 ถึง 2 วัน แต่ถ้าปวดมากขึ้นชัดเจน ชามากขึ้น หรืออ่อนแรงลง ให้แจ้งนักกายภาพทันทีและพบแพทย์

เมื่อไรควรปรับแผน หรือหยุด

ถ้าผ่านไปประมาณ 3 ถึง 4 ครั้งแล้วอาการไม่ขยับเลย ควรคุยเรื่องปรับแผน ไม่ควรซื้อคอร์สต่อไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีคำอธิบาย

ทางเลือกที่ควรคุยกับนักกายภาพ

  • ปรับวิธีรักษาหรือเพิ่มน้ำหนักของการออกกำลังกาย
  • ส่งพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่ม เช่น เอกซเรย์หรือ MRI
  • ส่งต่อไปยังนักกายภาพที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

ส่วนการจบรอบที่ดีคือ เราทำกิจวัตรที่เคยทำไม่ได้ได้แล้ว และมีท่าดูแลตัวเองติดตัวกลับไป ไม่ใช่ต้องพึ่งคลินิกไปตลอด

ขั้นตอนที่ต่างไปสำหรับบริการถึงบ้าน

กายภาพถึงบ้านใช้ขั้นตอนประเมินคล้ายกัน แต่มีเรื่องที่ต้องเตรียมเพิ่ม

  • พื้นที่ว่างพอให้ฝึกเดินหรือฝึกลุกนั่ง
  • ญาติหรือผู้ดูแลที่อยู่ด้วยระหว่างทำ เพื่อเรียนท่าไว้ช่วยผู้ป่วยในวันที่ไม่มีนัด
  • เก้าอี้มีพนักพิงและเตียงที่ความสูงเหมาะสม

นักกายภาพถึงบ้านหลายคนจะแนะนำการปรับบ้าน เช่น ติดราวจับในห้องน้ำ ย้ายห้องนอนลงชั้นล่าง ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงหกล้มได้มาก

ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะราย เว็บไซต์เป็นเพียงสมุดรายชื่อ ไม่ใช่คู่สัญญาหรือผู้ให้บริการ

อ่านต่อ