รับจ้างทั่วไทย

คลินิกกายภาพบำบัดย่านอ่อนนุช

รวมคลินิกกายภาพบำบัด แผนกกายภาพในโรงพยาบาล และนักกายภาพถึงบ้านย่านอ่อนนุช 6 แห่ง นับจากจุดศูนย์กลางย่านในรัศมี 1.5 กิโลเมตร ซึ่งอยู่ในพื้นที่สวนหลวง

ถ้าตัวเลือกในย่านนี้ยังไม่พอ ให้ดูรายชื่อทั้งหมดของสวนหลวงที่หน้าเขต ซึ่งรวมคลินิกที่อยู่ไกลออกไปเล็กน้อยแต่อาจรับเคสหลังผ่าตัดหรือระบบประสาทได้

ก่อนโทรถาม ควรเตรียมผลตรวจหรือใบสั่งจากแพทย์ รายการยา และโรคประจำตัวไว้ข้างตัว คู่มือด้านล่างรวมคำถามที่ควรถามและอาการที่ควรพบแพทย์ก่อนไว้ให้แล้ว

จำนวนร้าน
6 แห่ง
แขวงที่หนาแน่นสุด
แขวงบางจาก
มีเบอร์โทร
5 แห่ง
ยืนยันข้อมูลแล้ว
0 แห่ง

ย่านอ่อนนุช สวนหลวงมีคลินิกกายภาพบำบัด 6 แห่ง (ข้อมูล กันยายน 2569)

แผนที่ย่านอ่อนนุช (รัศมี 1.5 กม.) ในสวนหลวง
แผนที่ย่านอ่อนนุช (รัศมี 1.5 กม.) ในสวนหลวง · จุดสีส้ม 6 จุด กดเพื่อดูร้าน

รายชื่อคลินิกกายภาพบำบัดย่านอ่อนนุช 6 แห่ง

  1. 1.

    Palisio คลินิกกายภาพบำบัด

    แขวงพระโขนงเหนือ · 11/712 ชั้น 1 อาคาร B The BASE Park West Sukhumvit 77

    ดูรายละเอียด
  2. 3.

    Holistic Health Systems

    แขวงพระโขนงเหนือ · 322 Sukhumvit 79 Alley

    ดูรายละเอียด
  3. 4.

    Move Sports Performance Recovery

    แขวงบางจาก · 167 Phueng Mi 11 Alley

    ดูรายละเอียด
  4. 5.

    มิดิ คลินิกกายภาพบำบัด

    แขวงพระโขนงใต้ · 2441/36 ถนน สุขุมวิท

    ดูรายละเอียด

คู่มือเลือกคลินิกกายภาพบำบัดย่านอ่อนนุช

ค่ากายภาพบำบัด ครั้งละเท่าไหร่

ค่ากายภาพบำบัดที่คลินิกเอกชนปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 600 ถึง 1,500 บาทต่อครั้ง ครั้งละประมาณ 45 ถึง 60 นาที

ถ้าเพิ่งไปครั้งแรก ให้จำไว้ว่าราคาต่อครั้งขึ้นกับ 3 เรื่องหลัก คือ อาการของเรา เวลาที่นักกายภาพลงมือเองจริง และเครื่องมือที่ใช้ อาการปวดคอบ่าไหล่ทั่วไปมักอยู่ช่วงกลางถึงล่างของราคา ส่วนเคสหลัง stroke หรือที่ต้องใช้เครื่องมือเฉพาะจะอยู่ปลายบน

ก่อนนัด ให้ถามทางโทรศัพท์ 2 เรื่อง คือ ครั้งแรกคิดค่าประเมินแยกไหม และเครื่องมือตัวไหนคิดเพิ่ม จะได้รู้ยอดจริงตั้งแต่ก่อนเดินเข้าคลินิก

อยากรู้ราคาแยกตามประเภทคลินิกและงบรวมของแต่ละอาการ อ่านต่อที่ ค่ากายภาพบำบัด ครั้งละเท่าไหร่ 2569 คลินิก vs โรงพยาบาล

อ่านฉบับเต็ม

ปัญหาและการขายคอร์สที่พบบ่อย

นอกจากเรื่องคอร์ส มีอีก 3 สัญญาณที่ควรระวังจากประสบการณ์ของผู้ใช้บริการ

แบบแรก คือคนที่ลงมือรักษาไม่ใช่นักกายภาพบำบัด หรือสถานที่เป็นร้านนวดที่ใช้คำว่ากายภาพบนป้าย

แบบที่สอง คือทุกครั้งเป็นแค่การนอนต่อเครื่องเกือบชั่วโมง ไม่มีการประเมินซ้ำ ไม่มีการสอนท่าออกกำลังกาย

แบบที่สาม คือการเสนอเครื่องมือเฉพาะหรืออุปกรณ์ราคาสูง โดยไม่อธิบายว่าช่วยอาการเราอย่างไร

ถ้าเจอปัญหาแล้ว ให้เก็บใบเสร็จ เงื่อนไขคอร์ส และภาพใบอนุญาตไว้ แล้วคุยกับคลินิกก่อน ถ้าไม่ได้ข้อยุติจึงร้องเรียนต่อหน่วยงานที่ตรงกับเรื่อง

ดูช่องทางร้องเรียนแยกตามเรื่องได้ที่ ปัญหาคลินิกกายภาพที่พบบ่อย การขายคอร์ส และวิธีป้องกัน

อ่านฉบับเต็ม

ขั้นตอนการทำกายภาพ และต้องทำกี่ครั้ง

จำนวนครั้งขึ้นกับอาการ ตารางนี้เป็นตัวอย่างช่วงที่พบบ่อยเพื่อใช้วางแผนเท่านั้น

อาการจำนวนครั้งที่พบบ่อยโดยประมาณ
ปวดคอ บ่า ไหล่ จากการทำงาน4 ถึง 8 ครั้ง
ปวดหลังส่วนล่างเฉียบพลัน3 ถึง 6 ครั้ง
หลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าหรือสะโพกหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน
หลัง strokeต่อเนื่องหลายเดือน

ความถี่ที่พบบ่อยของอาการกล้ามเนื้อและข้อคือสัปดาห์ละ 1 ถึง 2 ครั้ง คนที่ทำท่าที่บ้านสม่ำเสมอมักใช้จำนวนครั้งที่คลินิกน้อยกว่า

ส่วนผู้ป่วยหลัง stroke มักทำถี่ในช่วงแรก แล้วค่อยนัดห่างขึ้นเมื่อญาติฝึกต่อที่บ้านได้ ครั้งแรกมักใช้เวลานานกว่าครั้งถัดไป เพราะรวมการประเมินไว้ด้วย

จำนวนครั้งจริงต้องให้นักกายภาพประเมินรายคน อ่านรายละเอียดแต่ละอาการได้ที่ ทำกายภาพบำบัด ครั้งแรกเจออะไร ต้องทำกี่ครั้ง 2569

อ่านฉบับเต็ม

ใบอนุญาตที่คลินิกกายภาพต้องมี

คลินิกกายภาพบำบัดต้องได้รับอนุญาตเป็นสถานพยาบาลจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และคนที่รักษาต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัดจากสภากายภาพบำบัด

ถ้าเพิ่งไปคลินิกครั้งแรก ให้มองหากรอบใบอนุญาตสถานพยาบาลบนผนัง ซึ่งมักอยู่ใกล้เคาน์เตอร์ แล้วดูว่าชื่อในใบอนุญาตตรงกับป้ายหน้าร้านหรือไม่

จากนั้นถามชื่อและเลขใบอนุญาตของนักกายภาพที่จะดูแลเรา การถามเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ คลินิกที่ได้มาตรฐานจะตอบได้ทันที

ถ่ายรูปชื่อและเลขที่เก็บไว้ ใช้ตรวจย้อนหลังและใช้ประกอบการเบิกประกันได้

ดูวิธีตรวจสอบทั้งสถานที่และตัวนักกายภาพได้ที่ ใบอนุญาตคลินิกกายภาพและนักกายภาพบำบัด ตรวจสอบอย่างไร

อ่านฉบับเต็ม

วิธีเลือกคลินิกกายภาพบำบัด

คลินิก โรงพยาบาล และนักกายภาพถึงบ้าน เหมาะกับคนต่างกลุ่ม ตารางนี้ช่วยคัดได้เร็ว

แบบเหมาะกับข้อจำกัด
คลินิกเอกชนออฟฟิศซินโดรม ปวดหลัง บาดเจ็บกีฬาต้องเดินทางเอง
แผนกในโรงพยาบาลหลังผ่าตัดช่วงแรก เคสที่ต้องพบแพทย์บ่อยค่าใช้จ่ายรวมสูงกว่า
นักกายภาพถึงบ้านหลัง stroke ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียงราคาต่อครั้งสูง เครื่องมือจำกัด

พอได้แบบที่เหมาะแล้ว ให้เทียบ 2 ตัวเลขระหว่างที่ที่คัดไว้ คือเวลาที่นักกายภาพลงมือเองต่อครั้ง และจำนวนครั้งที่ประเมินไว้ ตัวเลขทั้งสองบอกความคุ้มได้ดีกว่าราคาต่อครั้ง

อ่านวิธีเทียบครบทุกเรื่องที่ วิธีเลือกคลินิกกายภาพบำบัด 8 เรื่องที่ต้องเทียบ 2569

อ่านฉบับเต็ม

คำถามที่ต้องถามก่อนเริ่มทำกายภาพ

คำถามที่คนส่วนใหญ่ลืมถาม และมักมาเสียใจทีหลัง คือ "ถ้าทำไป 3 ถึง 4 ครั้งแล้วไม่ดีขึ้น จะทำอย่างไรต่อ"

คำตอบที่ดีควรพูดถึงการประเมินซ้ำ การปรับแผน หรือการส่งพบแพทย์ ถ้าคำตอบมีแค่ให้ทำคอร์สต่อ ให้คิดให้ดีก่อน

อีกคำถามที่ควรถามคือ ท่าไหนต้องทำเองที่บ้าน วันละกี่ครั้ง และอาการแบบไหนต้องหยุดแล้วติดต่อกลับ

สำหรับญาติผู้ป่วยหลังผ่าตัดหรือหลัง stroke ให้ถามเพิ่มว่านักกายภาพจะสอนญาติให้ช่วยฝึกในวันที่ไม่มีนัดหรือไม่ เพราะช่วงเวลาระหว่างนัดมีผลต่อการฟื้นตัวมาก

ดูรายการคำถามที่ควรถามทั้งหมดได้ที่ วิธีเลือกคลินิกกายภาพบำบัด 8 เรื่องที่ต้องเทียบ 2569

อ่านฉบับเต็ม

Checklist ก่อนจ่ายเงินคอร์สแรก

ก่อนจ่ายเงินคอร์สกายภาพครั้งแรก ให้แน่ใจว่าเรารู้ 3 เรื่อง คือ ใครเป็นคนรักษา เป้าหมายของการรักษาคืออะไร และถ้าหยุดกลางคันจะได้เงินคืนไหม

ถ้าเพิ่งเริ่ม ใช้ checklist สั้น ๆ นี้ได้เลย

  • เห็นใบอนุญาตสถานพยาบาลของคลินิกแล้ว
  • รู้ชื่อนักกายภาพที่ดูแลเรา
  • เข้าใจสาเหตุของอาการในมุมกายภาพบำบัด
  • รู้จำนวนครั้งโดยประมาณ
  • ได้ท่ากลับไปทำที่บ้าน

ถ้ายังขาดข้อไหน ให้ถามก่อนจ่าย การถามเรื่องเหล่านี้เป็นสิทธิ์ของผู้ป่วย และคลินิกที่ได้มาตรฐานจะอธิบายให้ฟังได้โดยไม่เร่งให้ตัดสินใจ

ถ้ายังไม่แน่ใจ ให้จ่ายรายครั้งไปก่อน แล้วกลับมาไล่ checklist นี้อีกครั้งหลังครั้งที่ 2 หรือ 3

ดูรายการครบพร้อมเหตุผลของแต่ละข้อได้ที่ ปัญหาคลินิกกายภาพที่พบบ่อย การขายคอร์ส และวิธีป้องกัน

อ่านฉบับเต็ม

ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะราย เว็บไซต์เป็นเพียงสมุดรายชื่อ ไม่ใช่คู่สัญญาหรือผู้ให้บริการ

คำถามที่พบบ่อย

ค่ากายภาพบำบัด ครั้งละเท่าไหร่

คลินิกกายภาพเอกชนในกรุงเทพฯ ปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 600 ถึง 1,500 บาทต่อครั้ง แผนกในโรงพยาบาลเอกชนประมาณ 800 ถึง 2,500 บาทต่อครั้งและมักมีค่าพบแพทย์แยก ส่วนนักกายภาพถึงบ้านประมาณ 1,000 ถึง 2,500 บาทต่อครั้ง ราคาจริงขึ้นกับอาการ เวลาต่อครั้ง และเครื่องมือที่ใช้

กายภาพบำบัดกับนวด ต่างกันอย่างไร

กายภาพบำบัดคือการประเมินและฟื้นฟูโดยนักกายภาพบำบัดที่มีใบอนุญาตในสถานพยาบาล มีเป้าหมายที่วัดได้และสอนท่าดูแลตัวเอง ส่วนนวดเพื่อสุขภาพเน้นผ่อนคลาย อยู่ภายใต้กฎหมายสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ และพนักงานนวดไม่ใช่นักกายภาพ ป้าย "นวดกายภาพ" จึงไม่ได้แปลว่าเป็นกายภาพบำบัด

กายภาพถึงบ้านเหมาะกับใคร

เหมาะกับผู้ป่วยที่เดินทางลำบาก เช่น หลัง stroke ผู้สูงอายุติดเตียง หรือช่วงแรกหลังผ่าตัดข้อเข่าและสะโพก ราคาต่อครั้งสูงกว่าที่คลินิก แต่ประหยัดค่ารถและแรงคนพาไป และได้ฝึกในสภาพบ้านจริง ควรถามว่านักกายภาพสังกัดสถานพยาบาลใดและขอใบเสร็จทุกครั้ง

ถ้าในสวนหลวงไม่มีคลินิกที่เปิดเวลาที่สะดวก ควรดูเขตไหนต่อ

ลองขยายไปยังวัฒนา ห้วยขวาง และประเวศซึ่งอยู่ใกล้กัน โดยเฉพาะเขตที่อยู่บนเส้นทางระหว่างบ้านกับที่ทำงาน เพราะกายภาพบำบัดมักต้องไปสัปดาห์ละ 1 ถึง 2 ครั้งต่อเนื่องหลายสัปดาห์ คลินิกที่แวะได้ง่ายหลังเลิกงานช่วยให้ทำครบรอบมากกว่าคลินิกที่ไกลแต่ราคาถูกกว่าเล็กน้อย

คลินิกในสวนหลวงมีบริการกายภาพถึงบ้านหรือรับผู้ป่วย stroke ไหม

มีทั้งแบบที่รับและไม่รับ จากทั้งหมด 6 แห่งในสวนหลวง ต้องโทรถามเป็นรายแห่งเพราะขึ้นกับว่ามีนักกายภาพด้านระบบประสาทหรือไม่ ก่อนโทรให้เตรียมข้อมูลว่าผู้ป่วยเดินได้แค่ไหน ลุกนั่งเองได้ไหม และมีใบสรุปการรักษาจากโรงพยาบาลหรือเปล่า จะได้คำตอบและช่วงราคาที่ตรงตั้งแต่สายแรก

ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะราย เว็บไซต์เป็นเพียงสมุดรายชื่อ ไม่ใช่คู่สัญญาหรือผู้ให้บริการ

เขตข้างเคียง

ย่านในสวนหลวง

หมวดใกล้เคียง

ดูเพิ่มเติม