รับจ้างทั่วไทย

เนอสเซอรี่และสถานรับเลี้ยงเด็กในสวนหลวง

กำลังหาที่ฝากลูกในสวนหลวง หน้านี้รวมไว้ 24 แห่ง ทั้งเนอสเซอรี่รับเด็กอ่อน เดย์แคร์เด็กเล็ก และชั้นเตรียมอนุบาล พร้อมที่อยู่ เบอร์ติดต่อ และแผนที่

ย่านที่มีตัวเลือกหนาแน่นที่สุดของสวนหลวงคือแขวงพัฒนาการ ถ้ายังไม่เจอที่ว่างหรือที่ถูกใจ ดูต่อได้ที่วัฒนา ประเวศ และบางกะปิซึ่งอยู่ใกล้กัน

พ่อแม่ส่วนใหญ่เริ่มหา 1 ถึง 3 เดือนก่อนกลับไปทำงาน วิธีที่เร็วที่สุดคือคัดไว้ 3 แห่งที่อยู่บนเส้นทางบ้านหรือที่ทำงาน โทรถามที่ว่างและจำนวนพี่เลี้ยง แล้วนัดไปดูในช่วงที่เด็กอยู่จริง

เลื่อนลงไปอ่านคู่มือราคา วิธีเลือก และสิ่งที่ต้องดูตอนเยี่ยมชมได้เลย

จำนวนร้าน
24 แห่ง
แขวงที่หนาแน่นสุด
แขวงพัฒนาการ
มีเบอร์โทร
10 แห่ง
ยืนยันข้อมูลแล้ว
0 แห่ง

ในสวนหลวงมีสถานรับเลี้ยงเด็ก เนอสเซอรี่ 24 แห่ง (ข้อมูล กันยายน 2569)

แผนที่สวนหลวง
แผนที่สวนหลวง · จุดสีส้ม 24 จุด กดเพื่อดูร้าน

รายชื่อสถานรับเลี้ยงเด็ก เนอสเซอรี่ในสวนหลวง 24 แห่ง

  1. 1.

    โรงเรียนอนุบาลศรีเสริมวิทย์

    แขวงพัฒนาการ · 93/1, ซอยพัฒนาการ 53 ถนนพัฒนาการ

    ดูรายละเอียด
  2. 2.

    Suwattana Kindergarten & Nursery

    แขวงสวนหลวง · ถนน สุขุมวิท 71

    ดูรายละเอียด
  3. 3.

    โรงเรียน จินดาพงศ์

    แขวงอ่อนนุช · 7/105 ซอยอ่อนนุช 30 ถนนสุขุมวิท 77

    ดูรายละเอียด
  4. 5.

    ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน

    แขวงสวนหลวง · 102, 3 Phatthanakan 26 Alley

    ดูรายละเอียด
  5. 6.

    โรงเรียน บ้านริมคลอง อนุบาล

    แขวงสวนหลวง · 504/2, ซอยบ้านริมคลอง ถนนพัฒนาการ

    ดูรายละเอียด
  6. 7.

    KiDO Rama 9

    แขวงพัฒนาการ · 101 แยก 10250 ถนน พระราม 9 ซอย 51 - Soi 3

    ดูรายละเอียด
  7. 9.

    Kids Montessori Bangkok

    แขวงพัฒนาการ · 21/16 RCA

    ดูรายละเอียด
  8. 10.

    Cankids

    แขวงพัฒนาการ

    ดูรายละเอียด
  9. 11.

    สิรวี เนอสเซอรี่

    แขวงพัฒนาการ · 30 ถนน พระราม 9

  10. 13.

    Kiddi

    แขวงพัฒนาการ

  11. 17.
  12. 18.

    KIDO

    แขวงอ่อนนุช

  13. 20.

    B-Kids Nursery

    แขวงพัฒนาการ

  14. 21.

    kido

    แขวงอ่อนนุช

  15. 24.

    Sahaphun Shop

    แขวงสวนหลวง

คู่มือเลือกสถานรับเลี้ยงเด็ก เนอสเซอรี่ในสวนหลวง

ค่าเนอสเซอรี่ เดือนละเท่าไหร่

เรื่องที่ทำให้พ่อแม่หลายบ้านงบบานปลาย ไม่ใช่ค่าเลี้ยงรายเดือน แต่เป็นรายการเล็ก ๆ ที่ไม่ได้อยู่ในราคาป้าย

รายการที่โผล่มาทีหลังบ่อยคือ ผ้าอ้อมและทิชชูเปียกประมาณ 800 ถึง 2,500 บาทต่อเดือน ค่าอุปกรณ์รายภาคเรียน และค่าเกินเวลาชั่วโมงละประมาณ 50 ถึง 300 บาท ซึ่งบางแห่งเกินไม่กี่นาทีก็คิดเต็มชั่วโมง

อีกเรื่องที่ควรถามก่อนจ่ายคือ ถ้าลูกป่วยหยุดหลายวันยังต้องจ่ายเต็มไหม และถ้าย้ายออกกลางเทอมจะได้เงินประกันคืนเท่าไร ข้อพิพาทส่วนใหญ่เกิดจากเรื่องที่ไม่ได้ตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร

วิธีที่ปลอดภัยคือขอใบเสนอราคาที่แยกชัดว่ารวมอะไรและไม่รวมอะไร แล้วเก็บไว้คู่กับใบเสร็จ ดูรายการค่าใช้จ่ายแฝงทั้งหมดได้ที่ ค่าเนอสเซอรี่ เดือนละเท่าไหร่ 2569

อ่านฉบับเต็ม

วิธีเลือกเนอสเซอรี่

เนอสเซอรี่ที่ดีคือที่ที่ลูกปลอดภัย มีพี่เลี้ยงพอกับจำนวนเด็ก และเปิดให้พ่อแม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในแต่ละวัน ส่วนหลักสูตรและความสวยของห้องค่อยดูทีหลัง

ถ้าเพิ่งหาเป็นครั้งแรก ให้เริ่มจากตัดตัวเลือกด้วย 3 คำถามง่าย ๆ ก่อน คือ รับอายุลูกไหม เวลาเปิดปิดตรงกับเวลาทำงานหรือเปล่า และอยู่บนเส้นทางที่ไปรับได้เร็วเมื่อลูกป่วยกลางวันหรือไม่ ข้อสุดท้ายสำคัญกว่าที่คิด เพราะปีแรกมักถูกโทรให้ไปรับบ่อย

เมื่อเหลือ 2 ถึง 3 แห่ง ค่อยนัดไปดูสถานที่จริง ถามจำนวนพี่เลี้ยงเป็นตัวเลข ขอดูใบอนุญาต และถามนโยบายเด็กป่วย

ดูเกณฑ์ครบ 10 ข้อ พร้อมตารางให้คะแนนเทียบหลายแห่งได้ที่ วิธีเลือกเนอสเซอรี่ 10 ข้อที่ต้องเทียบ 2569

อ่านฉบับเต็ม

ขั้นตอนตั้งแต่ติดต่อจนลูกฝากเต็มวัน

ขั้นตอนตั้งแต่โทรถามจนลูกฝากเต็มวันได้ใช้เวลาประมาณ 2 ถึง 6 สัปดาห์ และส่วนที่นานที่สุดคือช่วงปรับตัวของลูก ไม่ใช่เอกสาร

ถ้าเป็นลูกคนแรก ให้นับถอยหลังจากวันที่ต้องกลับไปทำงาน แล้วเริ่มหาอย่างน้อย 2 ถึง 3 เดือนก่อนหน้านั้น เพราะที่ที่รับเด็กอ่อนมีไม่มากและหลายแห่งมีคิวรอ

ลำดับคร่าว ๆ คือ โทรถามอายุที่รับและที่ว่าง ไปเยี่ยมชม 2 ถึง 3 แห่ง รับใบเสนอราคา เตรียมเอกสาร เช่น สำเนาสูติบัตรและสมุดวัคซีน แล้วเริ่มฝากสั้น ๆ ก่อนค่อยเพิ่มเวลา

ดูรายการเอกสาร ของที่ต้องเตรียม และแผนปรับตัว 2 สัปดาห์ได้ที่ ลูกเข้าเนอสเซอรี่วันแรก เตรียมตัวและช่วงปรับตัว

อ่านฉบับเต็ม

ใบอนุญาตที่เนอสเซอรี่ต้องมี

ใบอนุญาตไม่ได้รับประกันว่าทุกอย่างจะดี แต่บอกได้ว่ามีหน่วยงานที่ติดตามกำกับได้ และมีผู้รับผิดชอบที่ระบุชื่อชัดเจน

คำตอบที่ควรระวังเมื่อถามเรื่องใบอนุญาต เช่น "รับเด็กไม่กี่คน ไม่ต้องขอ" "ใบอยู่ที่สำนักงานใหญ่" หรือ "ไม่สะดวกให้ดู" คำตอบแรกอาจจริงหรือไม่จริงขึ้นกับนิยามตามกฎหมาย ส่วนสองคำตอบหลังควรขอดูสำเนาให้ได้ก่อนตัดสินใจ

อีกจุดที่พบบ่อยคือที่อยู่ในใบไม่ตรงกับสถานที่จริง เพราะย้ายที่ตั้งหรือเปิดสาขาใหม่ กรณีนี้ต้องถามว่าครอบคลุมสาขานี้หรือไม่

รู้วิธีอ่านคำตอบแต่ละแบบและสิ่งที่ควรทำต่อได้ที่ ใบอนุญาตสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชน ตรวจสอบอย่างไร 2569

อ่านฉบับเต็ม

คำถามที่ต้องถามก่อนฝากลูก

คำถามก่อนฝากลูกแบ่งได้เป็น 4 หมวด ถามให้ครบทุกหมวดจะเห็นภาพทั้งหมดของสถานที่

หมวดคำถามตัวอย่าง
พี่เลี้ยงอยู่มานานเท่าไร ผ่านการอบรมปฐมพยาบาลเด็กไหม
ความปลอดภัยคนนอกรายชื่อมารับเด็ก จะทำอย่างไร
สุขภาพถ้าเด็กในห้องเป็นโรคติดต่อ แจ้งผู้ปกครองอย่างไร
เงินและสัญญาค่าเกินเวลาคิดอย่างไร เงินประกันคืนเมื่อไร

คำตอบที่ดีมักเป็นตัวเลขหรือขั้นตอนที่ชัด เช่น "เด็ก 8 คน พี่เลี้ยง 2 คน" หรือ "โทรแจ้งทันทีแล้วส่งรูปตามไป" ส่วนคำตอบกว้าง ๆ แปลว่าต้องถามต่อ

ดูคำถามทั้ง 15 ข้อ พร้อมสิ่งที่ต้องสังเกตตอนเดินดูที่ ไปดูเนอสเซอรี่ ต้องดูอะไร ถามอะไร Checklist 2569

อ่านฉบับเต็ม

ปัญหาและสัญญาณเตือนที่พบบ่อย

ปัญหากับเนอสเซอรี่แบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม แต่ละกลุ่มรับมือต่างกัน

กลุ่มตัวอย่างสิ่งที่ควรทำ
เงินและสัญญาค่าเกินเวลาปัดเศษแพง เงินประกันไม่คืนให้เขียนเงื่อนไขไว้ก่อนจ่าย
การดูแลพี่เลี้ยงไม่พอช่วงเย็น กล้องดูไม่ได้ไปรับในเวลาต่างกัน ถามนโยบายกล้อง
ความปลอดภัยแผลที่อธิบายไม่ได้ ลูกกลัวคนใดคนหนึ่งเก็บหลักฐาน พาพบแพทย์ แจ้งหน่วยงาน

กลุ่มแรกและกลุ่มที่สองแก้ได้ด้วยการคุยและเอกสาร ส่วนกลุ่มที่สามต้องให้ความปลอดภัยของลูกมาก่อน และหยุดฝากไว้ระหว่างตรวจสอบ

อ่านรายละเอียดแต่ละกลุ่มและขั้นตอนเมื่อสงสัยว่าลูกไม่ปลอดภัยได้ที่ ปัญหาเนอสเซอรี่ที่พบบ่อย และสัญญาณเตือนที่พ่อแม่ต้องรู้

อ่านฉบับเต็ม

Checklist ก่อนจ่ายเงินและก่อนวันแรก

รายการที่พ่อแม่ลืมบ่อยที่สุดไม่ใช่ผ้าอ้อมหรือนม แต่เป็นเรื่องที่ต้องตกลงไว้ก่อนเกิดเหตุ

เช่น ถ้าลูกได้รับบาดเจ็บจะพาไปโรงพยาบาลไหนและโทรหาใครก่อน ภาพจากกล้องขอดูย้อนหลังได้กี่วัน และถ้าย้ายออกต้องแจ้งล่วงหน้ากี่วันถึงจะได้เงินประกันคืน เรื่องเหล่านี้ถามง่ายตอนก่อนจ่ายเงิน แต่ถามยากเมื่อมีปัญหาแล้ว

อีกข้อที่มักถูกข้ามคือแผนสำรองวันที่ลูกป่วยและต้องหยุด ในเดือนแรกเกิดขึ้นได้บ่อย ควรตกลงในบ้านไว้ก่อนว่าใครดูแล

ดูรายการครบทั้งเอกสาร ของใช้ และแผนปรับตัวได้ที่ ลูกเข้าเนอสเซอรี่วันแรก เตรียมตัวและช่วงปรับตัว

อ่านฉบับเต็ม

ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์หรือด้านการเลี้ยงดูเด็กเฉพาะราย เว็บไซต์เป็นเพียงสมุดรายชื่อ ไม่ใช่คู่สัญญาหรือผู้ให้บริการ

คำถามที่พบบ่อย

เนอสเซอรี่ เดือนละเท่าไหร่

ปี 2569 ค่าเนอสเซอรี่เต็มวันในกรุงเทพฯ อยู่ที่ประมาณ 5,000 ถึง 30,000 บาทต่อเดือน ขึ้นกับอายุลูก อัตราส่วนพี่เลี้ยงต่อเด็ก และหลักสูตร เด็กอ่อนมักแพงกว่าเด็กที่เดินได้แล้ว ส่วนฝากรายวันอยู่ที่ประมาณ 300 ถึง 1,000 บาท ราคาจริงควรขอใบเสนอราคาจากแต่ละแห่ง

พี่เลี้ยง 1 คนควรดูแลเด็กกี่คน

ยิ่งเด็กเล็ก พี่เลี้ยง 1 คนควรดูแลเด็กน้อยคนลง เพราะเด็กอ่อนต้องป้อนนม เปลี่ยนผ้าอ้อม และอุ้มบ่อย เกณฑ์ขั้นต่ำเป็นไปตามมาตรฐานที่ พม. กำหนด สิ่งที่พ่อแม่ทำได้คือถามตัวเลขจริงของห้องลูก ทั้งช่วงกลางวันและช่วงเย็น

ดูกล้องวงจรปิดผ่านมือถือได้ทุกที่ไหม

ไม่ทุกที่ บางแห่งเปิดให้ดูสดตลอดวัน บางแห่งให้ดูเฉพาะช่วง และบางแห่งไม่เปิดดูสดเพื่อความเป็นส่วนตัวของเด็กคนอื่น การไม่เปิดดูสดไม่ได้แปลว่าไม่ดีเสมอไป แต่ควรมีทางให้ขอดูภาพย้อนหลังเมื่อมีเหตุ และควรรู้ว่าเก็บภาพไว้กี่วัน

เนอสเซอรี่ในสวนหลวงมีกี่แห่ง ควรเลือกอย่างไร

ข้อมูลล่าสุดพบเนอสเซอรี่และสถานรับเลี้ยงเด็กในสวนหลวง 24 แห่ง กระจุกอยู่แถวแขวงพัฒนาการมากที่สุด แนะนำให้คัดไว้ 3 แห่งที่อยู่บนเส้นทางบ้านหรือที่ทำงาน โทรถามอายุที่รับ ที่ว่าง และจำนวนพี่เลี้ยงต่อเด็ก แล้วนัดไปดูสถานที่จริงในช่วงที่เด็กอยู่

เนอสเซอรี่ในสวนหลวงรับเด็กอ่อนไหม

มีทั้งแบบที่รับและไม่รับ จากทั้งหมด 24 แห่งในสวนหลวง ต้องโทรถามเป็นรายแห่ง เพราะการรับเด็กอ่อนต้องมีห้องนอนแยก พื้นที่เตรียมนม และพี่เลี้ยงต่อเด็กมากกว่า ก่อนโทรให้เตรียมอายุลูกเป็นเดือน วันที่อยากเริ่มฝาก และลูกกินนมแม่หรือนมผง จะได้คำตอบที่ตรงตั้งแต่สายแรก

ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์หรือด้านการเลี้ยงดูเด็กเฉพาะราย เว็บไซต์เป็นเพียงสมุดรายชื่อ ไม่ใช่คู่สัญญาหรือผู้ให้บริการ

เขตข้างเคียง

ย่านในสวนหลวง

หมวดใกล้เคียง

ดูเพิ่มเติม