รับจ้างทั่วไทย

อาการแบบไหนควรพบแพทย์ก่อนไปกายภาพบำบัด

อัปเดต 2569/09 · หมวด คลินิกกายภาพบำบัด

ควรพบแพทย์ก่อนไปกายภาพบำบัด ถ้ามีอาการชาหรืออ่อนแรงที่เป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ ปวดหลังร่วมกับมีไข้หรือน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ปวดหลังอุบัติเหตุหรือหกล้ม หรือปวดมากตอนกลางคืนแม้นอนพัก

บางอาการเป็นเรื่องฉุกเฉินที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที ไม่ใช่รอนัดคลินิก บทนี้แยกให้เห็นว่าอาการไหนอยู่กลุ่มไหน แต่ไม่ใช่การวินิจฉัย ถ้าไม่แน่ใจ ให้พบแพทย์ไว้ก่อน

กลุ่มที่ 1: ไปห้องฉุกเฉินหรือโทร 1669 ทันที

อาการกลุ่มนี้ไม่ควรรอ และไม่ควรเริ่มจากคลินิกกายภาพหรือร้านนวด

อาการทำไมต้องรีบ
หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงซีกเดียวทันที พูดไม่ชัดอาจเป็นสัญญาณหลอดเลือดสมอง ทุกนาทีมีผล
เจ็บแน่นหน้าอก ร้าวไปแขน กราม หรือหลังอาจเกี่ยวกับหัวใจ แม้จะรู้สึกเหมือนปวดกล้ามเนื้อ
ปวดหลังร่วมกับกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ หรือชาบริเวณก้นและต้นขาด้านในอาจมีการกดทับเส้นประสาทรุนแรง
ขาอ่อนแรงลงอย่างรวดเร็วจนเดินไม่ได้ต้องได้รับการตรวจเร่งด่วน
ปวดคอหรือหลังหลังอุบัติเหตุรุนแรง ตกจากที่สูงอาจมีกระดูกหักหรือบาดเจ็บไขสันหลัง
ปวดศีรษะรุนแรงเฉียบพลันแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนต้องแยกโรคร้ายแรงโดยแพทย์

1669 คือหมายเลขแจ้งเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ ใช้ได้ทั่วประเทศ

กลุ่มที่ 2: นัดพบแพทย์ก่อน แล้วค่อยวางแผนกายภาพ

อาการกลุ่มนี้ไม่ถึงขั้นฉุกเฉินทันที แต่ควรให้แพทย์ตรวจก่อน เพื่อแยกสาเหตุที่กายภาพบำบัดอย่างเดียวไม่ควรรักษา

  • ปวดหลังร่วมกับมีไข้ หนาวสั่น หรือรู้สึกไม่สบายทั้งตัว
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือเคยเป็นมะเร็งมาก่อน
  • ปวดมากตอนกลางคืน แม้นอนพักหรือเปลี่ยนท่าแล้วก็ไม่ดีขึ้น
  • ชาหรืออ่อนแรงของแขนหรือขาที่ค่อย ๆ เป็นมากขึ้น
  • ปวดหลังหลังหกล้มเล็กน้อยในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีกระดูกพรุน
  • ข้อบวม แดง ร้อน โดยไม่มีการบาดเจ็บชัดเจน
  • ปวดที่ไม่ดีขึ้นเลยหรือแย่ลงหลังดูแลตัวเองมาหลายสัปดาห์
  • ใช้ยาสเตียรอยด์ต่อเนื่องเป็นเวลานาน หรือมีภูมิคุ้มกันต่ำ

เมื่อแพทย์ตรวจแล้วเห็นว่าเหมาะกับกายภาพบำบัด มักจะเขียนคำแนะนำหรือใบส่งตัวให้ ซึ่งช่วยทั้งการวางแผนรักษาและการเบิกประกัน

กลุ่มที่ 3: เริ่มที่คลินิกกายภาพได้ แต่ต้องเล่าประวัติให้ครบ

อาการกล้ามเนื้อและข้อทั่วไปที่ไม่มีสัญญาณในกลุ่มที่ 1 และ 2 มักเริ่มที่คลินิกกายภาพได้ เช่น ปวดคอบ่าไหล่จากการนั่งทำงาน ปวดหลังหลังยกของ หรือปวดเข่าจากการวิ่ง

สิ่งที่ต้องแจ้งนักกายภาพตั้งแต่ครั้งแรก

  • โรคประจำตัว เช่น ความดัน เบาหวาน โรคหัวใจ กระดูกพรุน
  • ยาที่ใช้อยู่ โดยเฉพาะยาละลายลิ่มเลือด
  • ประวัติผ่าตัดและการบาดเจ็บเดิม
  • การตั้งครรภ์

นักกายภาพที่ดีจะซักประวัติเรื่องเหล่านี้เอง และจะแนะนำให้พบแพทย์ถ้าเจอสัญญาณที่ต้องตรวจเพิ่ม

ออฟฟิศซินโดรม เมื่อไรต้องพบแพทย์

ออฟฟิศซินโดรมส่วนใหญ่เป็นอาการของกล้ามเนื้อจากท่าทางซ้ำ ๆ แต่ควรพบแพทย์ถ้ามีอาการชาร้าวลงแขนจนถึงนิ้ว มือหยิบจับของไม่ถนัด หรือมีอาการมึนงง ตาพร่า ร่วมด้วย

อาการเหล่านี้อาจเกี่ยวกับเส้นประสาทหรือสาเหตุอื่น ซึ่งควรได้รับการตรวจก่อนเริ่มนวดแรงหรือดึงคอ

หลังผ่าตัด ต้องมีอะไรจากแพทย์ก่อน

ผู้ป่วยหลังผ่าตัดควรมีคำแนะนำจากแพทย์ผู้ผ่าตัดก่อนเริ่มทำกายภาพที่คลินิกภายนอก

สิ่งที่ควรถามแพทย์ก่อนออกจากโรงพยาบาล

  1. เริ่มกายภาพได้เมื่อไร
  2. ลงน้ำหนักได้แค่ไหน มีท่าหรือองศาที่ห้ามทำหรือไม่
  3. แผลต้องระวังอะไร
  4. อาการแบบไหนต้องกลับมาพบก่อนนัด

เอาคำตอบทั้งหมดไปให้นักกายภาพดูตั้งแต่ครั้งแรก จะได้วางแผนตรงกับแผนของแพทย์

ผู้ป่วยหลัง stroke

ผู้ป่วยหลังหลอดเลือดสมองควรทำกายภาพตามแผนร่วมกันของแพทย์และนักกายภาพ ญาติควรรู้สัญญาณเตือนของการกลับเป็นซ้ำ เช่น อ่อนแรงหรือชาซีกใหม่ พูดไม่ชัดขึ้นกว่าเดิม ถ้ามีอาการเหล่านี้ให้โทร 1669 ทันที ไม่ใช่รอนัดกายภาพ

ระหว่างทำกายภาพ อาการแบบไหนต้องหยุดและพบแพทย์

หลังทำกายภาพอาจเมื่อยหรือระบมได้ 1 ถึง 2 วัน ซึ่งพบได้ทั่วไป แต่ให้หยุดและติดต่อแพทย์ถ้ามีอาการต่อไปนี้

  • ปวดมากขึ้นชัดเจนและไม่ลดลงภายในไม่กี่วัน
  • ชาหรืออ่อนแรงมากขึ้นจากเดิม
  • บวม แดง ร้อนบริเวณแผลผ่าตัด หรือมีไข้
  • น่องบวมและปวดข้างเดียว โดยเฉพาะหลังผ่าตัดข้อเข่าหรือสะโพก

ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะราย เว็บไซต์เป็นเพียงสมุดรายชื่อ ไม่ใช่คู่สัญญาหรือผู้ให้บริการ

อ่านต่อ