รับจ้างทั่วไทย

เนอสเซอรี่ กรุงเทพ ราคา วิธีเลือก 2569

สถานรับเลี้ยงเด็ก เนอสเซอรี่ในฐานข้อมูล 904 แห่ง ใน 49 เขตที่มีรายชื่อครบ · ข้อมูล กันยายน 2569

เลือกสถานรับเลี้ยงเด็ก เนอสเซอรี่ตามเขต

ตามย่านที่คนค้นบ่อย

อีกไม่กี่สัปดาห์ต้องกลับไปทำงาน แต่ยังไม่รู้เลยว่าจะฝากลูกไว้กับใคร นี่คือจุดเริ่มต้นของพ่อแม่ส่วนใหญ่ที่เปิดหน้านี้ หน้านี้รวบเรื่องที่ต้องรู้ก่อนฝากลูกไว้ในที่เดียว ตั้งแต่ราคาจริง วิธีเลือก สิ่งที่ต้องดูตอนเดินเข้าไป ไปจนถึงช่วงปรับตัวและเรื่องลูกป่วยบ่อย

เนอสเซอรี่ สถานรับเลี้ยงเด็ก เดย์แคร์ ต่างกันอย่างไร

ทั้งสามคำใช้เรียกที่ที่รับดูแลเด็กเล็กระหว่างวันเหมือนกัน ความต่างจริงอยู่ที่ช่วงอายุที่รับ ความยาวของวัน และสัดส่วนระหว่าง "เลี้ยงดู" กับ "เรียนรู้" ไม่ใช่ชื่อเรียก

แบบช่วงอายุที่พบบ่อยเหมาะกับใครจุดสังเกต
เนอสเซอรี่รับเด็กอ่อนประมาณ 3 เดือนถึง 1.5 ปีแม่ที่กลับไปทำงานหลังลาคลอดต้องมีห้องนอนแยก พื้นที่เตรียมนม และพี่เลี้ยงต่อเด็กสูง
เนอสเซอรี่เด็กเล็ก / เดย์แคร์ประมาณ 1.5 ถึง 3 ปีพ่อแม่ทำงานเต็มเวลาเน้นกิจวัตร กิน นอน เล่น ฝึกขับถ่าย
เตรียมอนุบาลประมาณ 2 ถึง 3 ปีอยากให้ลูกคุ้นกับห้องเรียนก่อนเข้าอนุบาลมีตารางกิจกรรม บางแห่งครึ่งวัน
ฝากเลี้ยงรายวันหรือรายชั่วโมงขึ้นกับแต่ละแห่งใช้เป็นครั้งคราว หรือช่วงพี่เลี้ยงลาต้องถามว่ารับเด็กที่ไม่ได้ลงทะเบียนประจำไหม

ช่วงอายุในตารางเป็นแนวที่พบบ่อยในตลาด แต่ละแห่งกำหนดเองต่างกัน ควรถามตรงตั้งแต่สายแรก

เมื่อไรควรเริ่มหา ควรเริ่มอย่างน้อย 2 ถึง 3 เดือนก่อนวันที่ต้องฝากจริง เพราะที่ที่รับเด็กอ่อนมีไม่มาก และหลายแห่งมีคิวรอ อีกทั้งควรมีเวลาทดลองฝากช่วงสั้นก่อนแม่กลับไปทำงานเต็มวัน

ค่าฝากเลี้ยงรายเดือน 2569 อยู่ที่เท่าไหร่

ค่าเนอสเซอรี่เต็มวันในกรุงเทพฯ ปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 5,000 ถึง 30,000 บาทต่อเดือน ตัวแปรหลักคืออายุของลูก อัตราส่วนพี่เลี้ยงต่อเด็ก และหลักสูตร ส่วนทำเลมีผลรองลงมา

รูปแบบราคาโดยประมาณหน่วย
เนอสเซอรี่เต็มวัน ระดับทั่วไป5,000 ถึง 12,000บาท/เดือน
เนอสเซอรี่ระดับกลางถึงพรีเมียม มีหลักสูตรหรือสองภาษา12,000 ถึง 30,000บาท/เดือน
เด็กอ่อน ต่ำกว่าประมาณ 1 ปีถึง 1.5 ปี7,000 ถึง 20,000บาท/เดือน
ฝากรายวัน300 ถึง 1,000บาท/วัน
ฝากรายชั่วโมงขึ้นกับอายุเด็ก ระดับบริการ และเวลารับฝาก ขอใบเสนอราคาบาท/ชั่วโมง
ค่าแรกเข้าหรือค่าลงทะเบียน1,000 ถึง 10,000บาท/ครั้ง
ค่ารับเลี้ยงเกินเวลา50 ถึง 300บาท/ชั่วโมง

ตัวเลขทั้งหมดเป็นช่วงโดยประมาณของปี พ.ศ. 2569 จากการสำรวจตลาด แนวทางที่ดีที่สุดคือขอใบเสนอราคาจากแต่ละแห่ง

สิ่งที่ทำให้งบบานปลายคือรายการที่ไม่รวมในค่าเลี้ยงรายเดือน เช่น ผ้าอ้อม นมผง ค่าอุปกรณ์รายภาคเรียน ค่ากิจกรรมพิเศษ และค่าเกินเวลาที่เกิดบ่อยกว่าที่คิดเมื่อรถติด เวลาเทียบราคาให้เทียบ "ยอดจ่ายจริงต่อเดือน" ไม่ใช่ตัวเลขหน้าโบรชัวร์ รายละเอียดทั้งหมดอยู่ใน ค่าเนอสเซอรี่ เดือนละเท่าไหร่ 2569

เนอสเซอรี่ พี่เลี้ยง หรือให้ปู่ย่าตายายเลี้ยง

ไม่มีคำตอบเดียวที่ถูกสำหรับทุกบ้าน เนอสเซอรี่เด่นเรื่องระบบและสังคมเด็ก พี่เลี้ยงเด่นเรื่องความยืดหยุ่นและการดูแลตัวต่อตัว ส่วนปู่ย่าตายายเด่นเรื่องความผูกพันและความไว้ใจ แต่แต่ละทางมีต้นทุนที่มองไม่เห็นต่างกัน

เรื่องเนอสเซอรี่พี่เลี้ยงที่บ้านปู่ย่าตายาย
ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ5,000 ถึง 30,000 บาท/เดือนขึ้นกับประสบการณ์และเงื่อนไขการจ้าง ขอใบเสนอราคาไม่มีค่าจ้าง แต่มีค่าใช้จ่ายแฝง
เวลาที่ยืดหยุ่นต่ำ มีเวลาเปิดปิดสูงสูง
เมื่อผู้ดูแลลาหรือป่วยมีคนอื่นดูแลแทนต้องหาคนแทนเองต้องหาคนแทนเอง
เมื่อลูกป่วยส่วนใหญ่ให้หยุดอยู่บ้านดูแลที่บ้านต่อได้ดูแลที่บ้านต่อได้
การได้อยู่กับเด็กวัยเดียวกันมากน้อยน้อย
การตรวจสอบมีกล้องและครูหลายคนขึ้นกับการติดกล้องที่บ้านอาศัยความไว้ใจ

หลายบ้านใช้แบบผสม เช่น ปู่ย่าเลี้ยงช่วงขวบแรก แล้วเข้าเนอสเซอรี่ตอนลูกเดินได้ หรือใช้พี่เลี้ยงเป็นแผนสำรองในวันที่ลูกป่วย เปรียบเทียบแบบเต็มได้ที่ เนอสเซอรี่ พี่เลี้ยง หรือปู่ย่าเลี้ยง แบบไหนเหมาะกับบ้านคุณ

วิธีเลือกเนอสเซอรี่ และสิ่งที่ต้องดูตอนเยี่ยมชม

หลักการสั้นที่สุดคือ เลือกจากความปลอดภัย อัตราส่วนพี่เลี้ยงต่อเด็ก และความโปร่งใสกับผู้ปกครองก่อน ส่วนหลักสูตรภาษาและความสวยของห้องให้เป็นเรื่องท้าย ๆ

  1. ระยะทาง เลือกที่อยู่บนเส้นทางบ้านหรือที่ทำงาน เพราะต้องรับส่งทุกวัน และต้องไปรับได้เร็วเมื่อลูกป่วยกลางวัน
  2. อัตราส่วนพี่เลี้ยงต่อเด็ก ถามเป็นตัวเลขแยกตามห้องและช่วงอายุ ยิ่งเด็กเล็ก พี่เลี้ยง 1 คนควรดูแลเด็กน้อยคนลง เกณฑ์ขั้นต่ำเป็นไปตามมาตรฐานที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กำหนด ซึ่งควรใช้เป็นพื้นขั้นต่ำเท่านั้น
  3. ความปลอดภัยของสถานที่ ประตูทางเข้าที่ควบคุมได้ ปลั๊กไฟมีฝาปิด มุมโต๊ะมีกันกระแทก บันไดมีประตูกั้น และมีทางหนีไฟ
  4. ระบบรับส่งเด็ก ต้องมีรายชื่อผู้มีสิทธิรับเด็ก และไม่ให้คนที่ไม่อยู่ในรายชื่อรับเด็กไปแม้อ้างว่าเป็นญาติ
  5. กล้องวงจรปิด ถามว่าติดตรงไหน ผู้ปกครองดูได้ไหม ดูได้ช่วงเวลาใด และเก็บภาพย้อนหลังกี่วัน
  6. ใบอนุญาต ขอดูใบอนุญาตที่แสดงไว้ และถ่ายรูปเลขที่เก็บไว้
  7. การสื่อสารกับผู้ปกครอง มีสมุดบันทึกหรือแอปรายงานการกิน นอน ขับถ่ายรายวันหรือไม่
  8. นโยบายเด็กป่วย มีไข้เท่าไรต้องมารับ ต้องหยุดกี่วัน และจะโทรแจ้งใคร
  9. ความเป็นอยู่ของพี่เลี้ยง พี่เลี้ยงลาออกบ่อยไหม อยู่มากี่ปีแล้ว เพราะเด็กเล็กต้องการคนคุ้นหน้า

เวลาไปเยี่ยมชม ให้ไปช่วงที่เด็กอยู่จริง เช่น ช่วงสายหรือช่วงหลังนอนกลางวัน สังเกตว่าเด็กที่อยู่ในนั้นดูสบายใจไหม พี่เลี้ยงนั่งระดับเดียวกับเด็กและพูดกับเด็กอย่างไร ห้องน้ำและพื้นที่เปลี่ยนผ้าอ้อมสะอาดแค่ไหน และมีกลิ่นอับหรือไม่

วิธีเลือกแบบละเอียดอยู่ใน วิธีเลือกเนอสเซอรี่ 10 ข้อที่ต้องเทียบ 2569 และรายการสิ่งที่ต้องดูพร้อมคำถามตอนไปถึงหน้างานอยู่ใน ไปดูเนอสเซอรี่ ต้องดูอะไร ถามอะไร Checklist 2569

ใบอนุญาตสถานรับเลี้ยงเด็กและวิธีตรวจสอบ

สถานรับเลี้ยงเด็กเอกชนต้องได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ซึ่งกำหนดนิยามสถานรับเลี้ยงเด็กไว้โดยอิงอายุเด็ก จำนวนเด็ก และความสัมพันธ์กับผู้เลี้ยง โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นกระทรวงที่ดูแลงานนี้ หน่วยงานผู้ออกใบอนุญาตในพื้นที่กรุงเทพฯ สอบถามได้จาก พม. โดยตรง

ถ้าที่ไหนเปิดสอนเป็นระบบโรงเรียนระดับปฐมวัย จะอยู่ในการกำกับของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 แทน เพราะกฎหมายคุ้มครองเด็กไม่นับโรงเรียนเป็นสถานรับเลี้ยงเด็ก ดังนั้นให้ถามตรง ๆ ว่า "ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานไหน"

สิ่งที่ควรขอดูเมื่อไปเยี่ยมชม

  • ใบอนุญาตที่แสดงไว้ในที่เปิดเผย พร้อมชื่อผู้รับใบอนุญาตและวันหมดอายุ
  • ชื่อผู้ดำเนินการหรือผู้รับผิดชอบหลักของสถานที่
  • ทะเบียนพาณิชย์หรือหนังสือรับรองนิติบุคคล ให้ชื่อตรงกับบัญชีที่รับเงิน
  • ข้อมูลวุฒิหรือการอบรมของพี่เลี้ยง เช่น การปฐมพยาบาลเด็กและการช่วยชีวิตเบื้องต้น

ถ้าได้คำตอบว่า "กำลังยื่นขออยู่" ให้ถือว่ายังไม่มีใบอนุญาตจนกว่าจะเห็นเอกสารยืนยัน การตรวจย้อนหลังทำได้โดยสอบถามหน่วยงานผู้ออกใบอนุญาตโดยตรง อ่านวิธีตรวจทีละขั้นได้ที่ ใบอนุญาตสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชน ตรวจสอบอย่างไร 2569

ขั้นตอนรับเข้า และช่วงปรับตัวของลูก

ขั้นตอนตั้งแต่โทรถามจนลูกเริ่มฝากเต็มวันมักใช้เวลาประมาณ 2 ถึง 6 สัปดาห์ ส่วนที่ใช้เวลานานที่สุดคือช่วงปรับตัว ไม่ใช่เอกสาร

  1. โทรคัดกรอง ถามอายุที่รับ ที่ว่าง เวลาเปิดปิด และช่วงราคา
  2. นัดเยี่ยมชม ไปดูอย่างน้อย 2 ถึง 3 แห่ง ถ้าเป็นไปได้พาลูกไปด้วย
  3. รับใบเสนอราคาและระเบียบ ขอเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุสิ่งที่รวมและไม่รวม
  4. เตรียมเอกสาร สำเนาสูติบัตร สมุดวัคซีน ข้อมูลแพ้อาหารหรือแพ้ยา และรายชื่อผู้มีสิทธิรับเด็ก
  5. ทำสัญญาและจ่ายเงิน ดูเงื่อนไขเงินประกัน การหยุดเรียน และการบอกเลิก
  6. ช่วงปรับตัว เริ่มจากฝากสั้น ๆ แล้วค่อยเพิ่มเวลา
  7. สัปดาห์แรกของการฝากเต็มวัน คุยกับครูทุกวันและจดสิ่งที่สังเกตเห็น

ร้องไห้ตอนแยกจากพ่อแม่ในช่วงแรกเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยมาก โดยทั่วไปเด็กจะค่อย ๆ ชินภายในไม่กี่สัปดาห์ แต่ระยะเวลาต่างกันมากในแต่ละคน เคล็ดลับคือบอกลาสั้น ๆ ทุกครั้ง ไม่แอบหนีไปตอนลูกเผลอ และมารับตรงเวลาที่บอกไว้ รายละเอียดเอกสารและแผนปรับตัวแบบทีละวันอยู่ใน ลูกเข้าเนอสเซอรี่วันแรก เตรียมตัวและช่วงปรับตัว

ปัญหา สัญญาณเตือน และเรื่องลูกป่วยบ่อย

ปัญหาที่พ่อแม่เจอบ่อยที่สุดไม่ใช่เหตุร้ายใหญ่ แต่เป็นค่าใช้จ่ายที่งอกทีหลัง การสื่อสารที่ไม่ชัด และพี่เลี้ยงเปลี่ยนหน้าบ่อย ส่วนเรื่องที่ต้องจริงจังทันทีคือสัญญาณว่าลูกอาจไม่ปลอดภัย

ปัญหาที่พบบ่อย

  • ค่าใช้จ่ายเพิ่มที่ไม่ได้บอกไว้ก่อน เช่น ค่าอุปกรณ์ ค่ากิจกรรม ค่าเกินเวลาที่ปัดเศษแพง
  • อัตราส่วนพี่เลี้ยงไม่ตรงกับที่บอก โดยเฉพาะช่วงเช้าตรู่และช่วงเย็นที่พี่เลี้ยงสลับกะ
  • กล้องดูไม่ได้ในวันที่อยากดู อ้างว่าระบบเสียบ่อยเกินไป
  • เงินประกันหรือค่าเทอมล่วงหน้าไม่คืน เพราะเงื่อนไขในสัญญาเขียนกว้าง
  • ไม่มีใบอนุญาต และเลี่ยงตอบเมื่อถามตรง ๆ

สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม ได้แก่ รอยช้ำหรือแผลที่ครูอธิบายไม่ได้หรืออธิบายไม่ตรงกัน ลูกกลัวหรือไม่ยอมเข้าใกล้คนใดคนหนึ่งอย่างชัดเจน พฤติกรรมเปลี่ยนไปมากและนานผิดปกติ และสถานที่ไม่ยอมให้ผู้ปกครองดูพื้นที่ที่ลูกอยู่ ถ้าพบควรจดวันเวลา ถ่ายรูป พาลูกพบแพทย์ และแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สายด่วนศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300 ของ พม. หรือแจ้งตำรวจ 191 ถ้าเร่งด่วน

ลูกป่วยบ่อยหลังเข้าเนอสเซอรี่ เป็นเรื่องที่พ่อแม่จำนวนมากเจอในช่วงปีแรก เพราะเด็กได้สัมผัสเชื้อใหม่จากเด็กคนอื่น สิ่งที่ช่วยได้คือเลือกที่ที่มีนโยบายเด็กป่วยชัดเจน ล้างมือเป็นกิจวัตร ทำความสะอาดของเล่น และแยกเด็กที่มีไข้ ส่วนอาการที่ต้องพาไปพบแพทย์ทันที เช่น ทารกอายุต่ำกว่า 3 เดือนมีไข้ หายใจเหนื่อยหอบ ซึมผิดปกติ ไม่ยอมกินน้ำหรือปัสสาวะน้อยลง หรือชัก อ่านต่อที่ ปัญหาเนอสเซอรี่ที่พบบ่อย และสัญญาณเตือนที่พ่อแม่ต้องรู้ และ ลูกป่วยบ่อยหลังเข้าเนอสเซอรี่ ปกติไหม รับมืออย่างไร

Checklist ก่อนจ่ายเงินงวดแรก

ใช้รายการนี้เช็กให้ครบก่อนโอนเงิน ถ้ามีข้อไหนตอบไม่ได้ ให้ชะลอไว้ก่อน

  • [ ] เห็นใบอนุญาตและจดเลขที่กับหน่วยงานผู้ออกไว้แล้ว
  • [ ] รู้อัตราส่วนพี่เลี้ยงต่อเด็กในห้องที่ลูกจะอยู่เป็นตัวเลข
  • [ ] มีใบเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุสิ่งที่รวมและไม่รวม
  • [ ] รู้ค่าเกินเวลา และวิธีนับเวลา
  • [ ] รู้นโยบายเด็กป่วย ไข้เท่าไรต้องรับกลับ และกลับมาได้เมื่อไร
  • [ ] รู้ว่าถ้าเกิดอุบัติเหตุ จะพาไปโรงพยาบาลไหนและแจ้งใครก่อน
  • [ ] ตกลงเรื่องกล้องวงจรปิด ช่วงเวลาที่ดูได้ และการขอดูภาพย้อนหลัง
  • [ ] ส่งรายชื่อผู้มีสิทธิรับเด็กพร้อมรูปถ่ายแล้ว
  • [ ] รู้เงื่อนไขคืนเงินประกันและการบอกเลิกล่วงหน้า
  • [ ] ใบเสร็จออกในนามกิจการ และโอนเข้าบัญชีชื่อกิจการ

คำถามที่พ่อแม่ถามบ่อย

ลูกกี่เดือนถึงฝากเนอสเซอรี่ได้ หลายแห่งเริ่มรับตั้งแต่ประมาณ 3 เดือน บางแห่งรับเมื่อ 1 ปีขึ้นไป ขึ้นกับว่ามีห้องและพี่เลี้ยงสำหรับเด็กอ่อนหรือไม่ ควรถามตั้งแต่สายแรก

ต้องเตรียมอะไรไปบ้างในวันแรก ส่วนใหญ่ต้องเตรียมผ้าอ้อม นมหรือนมแม่ที่ปั๊มไว้ ขวดนม เสื้อผ้าสำรอง ผ้าห่มหรือของที่ลูกติด และยาประจำตัวพร้อมคำสั่งแพทย์ แต่ละแห่งมีรายการของตัวเอง

ดูกล้องผ่านมือถือได้ทุกที่ไหม ไม่ทุกที่ บางแห่งเปิดให้ดูตลอดเวลา บางแห่งให้ดูเฉพาะช่วง และบางแห่งไม่เปิดเพราะเรื่องความเป็นส่วนตัวของเด็กคนอื่น ให้ถามนโยบายก่อนตัดสินใจ

ย้ายเนอสเซอรี่กลางปีได้ไหม ได้ แต่ต้องดูเงื่อนไขการแจ้งล่วงหน้าและการคืนเงินในสัญญา และเผื่อเวลาให้ลูกปรับตัวใหม่

มีสิทธิหรือเงินช่วยเหลือจากรัฐไหม มีรายการที่เกี่ยวข้อง เช่น เงินสงเคราะห์บุตรจากประกันสังคมสำหรับผู้ประกันตน และเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดสำหรับครอบครัวที่เข้าเกณฑ์ อัตราเงินและเงื่อนไขเป็นไปตามที่แต่ละหน่วยงานกำหนด ควรสอบถามสำนักงานประกันสังคมและสำนักงานเขตโดยตรง

อ่านต่อแบบเจาะลึก

ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์หรือพัฒนาการเด็กเฉพาะราย

ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์หรือด้านการเลี้ยงดูเด็กเฉพาะราย เว็บไซต์เป็นเพียงสมุดรายชื่อ ไม่ใช่คู่สัญญาหรือผู้ให้บริการ

บทความแนะนำ

ตารางราคากลาง (พ.ศ. 2569 โดยประมาณ)

บริการราคาต่ำราคาสูงหน่วยหมายเหตุ
เนอสเซอรี่เต็มวัน เด็กวัยเตาะแตะ (ประมาณ 1.5 ถึง 3 ปี) ระดับทั่วไป5,00012,000บาท/เดือนมักรวมอาหารกลางวันและของว่าง 2 มื้อ ผ้าอ้อมและนมผงส่วนใหญ่ผู้ปกครองเตรียมเอง
เนอสเซอรี่เต็มวัน ระดับกลางถึงพรีเมียม (มีหลักสูตร สองภาษา)12,00030,000บาท/เดือนส่วนต่างมาจากอัตราส่วนพี่เลี้ยง หลักสูตร และพื้นที่
เนอสเซอรี่นานาชาติหรือหลักสูตรต่างประเทศเต็มรูปแบบขึ้นกับหลักสูตร ขอใบเสนอราคาขึ้นกับหลักสูตร ขอใบเสนอราคาบาท/เดือน หรือ บาท/ภาคเรียนบางแห่งคิดเป็นภาคเรียนหรือรายปี
เด็กอ่อน (ต่ำกว่าประมาณ 1 ปี ถึง 1.5 ปี)7,00020,000บาท/เดือนไม่ใช่ทุกแห่งรับ มักคิดเพิ่มจากเรตปกติเพราะต้องใช้พี่เลี้ยงต่อเด็กมากกว่า
ฝากเลี้ยงรายวัน3001,000บาท/วันบางแห่งรับเฉพาะเด็กที่ลงทะเบียนไว้แล้ว
ฝากเลี้ยงรายชั่วโมงขึ้นกับอายุเด็ก ระดับบริการ และเวลารับฝาก ขอใบเสนอราคาขึ้นกับอายุเด็ก ระดับบริการ และเวลารับฝาก ขอใบเสนอราคาบาท/ชั่วโมงมักกำหนดชั่วโมงขั้นต่ำ
ค่ารับเลี้ยงเกินเวลา (หลังเวลาปิด)50300บาท/ชั่วโมงบางแห่งคิดเป็นครั้ง ต้องถามเกณฑ์ปัดเศษเวลา
ค่าแรกเข้า / ค่าลงทะเบียน1,00010,000บาท/ครั้งบางแห่งไม่เก็บ บางแห่งรวมชุดและอุปกรณ์
เงินประกัน / มัดจำครึ่งเดือน1 เดือนของค่าเลี้ยงรายเดือนต้องเขียนเงื่อนไขการคืนไว้ในสัญญา
ค่าอุปกรณ์ ของใช้ ชุด กิจกรรม5005,000บาท/ภาคเรียนหรือรายปีแต่ละแห่งเรียกชื่อไม่เหมือนกัน ให้ขอรายการ
เตรียมอนุบาล (ประมาณ 2 ถึง 3 ปี) ครึ่งวันหรือเต็มวัน4,00015,000บาท/เดือนบางแห่งคิดเป็นภาคเรียน
พี่เลี้ยงประจำบ้าน อยู่กินที่บ้านขึ้นกับประสบการณ์และเงื่อนไขการจ้าง ขอใบเสนอราคาขึ้นกับประสบการณ์และเงื่อนไขการจ้าง ขอใบเสนอราคาบาท/เดือนยังไม่รวมค่าอาหาร ที่พัก และค่านายหน้าจัดหา
พี่เลี้ยงไปกลับหรือรายวัน5001,200บาท/วันเรตวันหยุดหรือเกินเวลามักสูงกว่า
เบบี้ซิตเตอร์รายชั่วโมงขึ้นกับประสบการณ์และเงื่อนไขการจ้าง ขอใบเสนอราคาขึ้นกับประสบการณ์และเงื่อนไขการจ้าง ขอใบเสนอราคาบาท/ชั่วโมงมักกำหนดชั่วโมงขั้นต่ำ

ราคาเป็นช่วงโดยประมาณจากการสำรวจตลาด ไม่ใช่อัตราทางการ โปรดขอใบเสนอราคาจากผู้ให้บริการโดยตรง

คำถามที่พบบ่อย

เนอสเซอรี่ เดือนละเท่าไหร่

ปี 2569 ค่าเนอสเซอรี่เต็มวันในกรุงเทพฯ อยู่ที่ประมาณ 5,000 ถึง 30,000 บาทต่อเดือน ขึ้นกับอายุลูก อัตราส่วนพี่เลี้ยงต่อเด็ก และหลักสูตร เด็กอ่อนมักแพงกว่าเด็กที่เดินได้แล้ว ส่วนฝากรายวันอยู่ที่ประมาณ 300 ถึง 1,000 บาท ราคาจริงควรขอใบเสนอราคาจากแต่ละแห่ง

ลูกกี่เดือนถึงเข้าเนอสเซอรี่ได้

หลายแห่งเริ่มรับตั้งแต่ประมาณ 3 เดือน บางแห่งรับเมื่อ 1 ปีหรือ 1.5 ปีขึ้นไป ขึ้นกับว่ามีห้องและพี่เลี้ยงสำหรับเด็กอ่อนหรือไม่ ที่ที่รับเด็กอ่อนมีไม่มากและมักมีคิว จึงควรถามตั้งแต่สายแรกและเริ่มหาล่วงหน้า 2 ถึง 3 เดือน

ราคาที่บอกรวมอะไรบ้าง

ส่วนใหญ่รวมการดูแลระหว่างวัน อาหารกลางวัน และของว่าง แต่มักไม่รวมผ้าอ้อม นมผง ค่าอุปกรณ์รายภาคเรียน ค่ากิจกรรมพิเศษ และค่าเกินเวลา รวมกันแล้วยอดจ่ายจริงอาจสูงกว่าราคาป้ายพอสมควร ควรขอใบเสนอราคาที่ระบุสิ่งที่รวมและไม่รวมเป็นลายลักษณ์อักษร

เนอสเซอรี่ต้องมีใบอนุญาตไหม

ต้องมี สถานรับเลี้ยงเด็กเอกชนต้องได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นกระทรวงที่ดูแลงานนี้ ส่วนที่เป็นโรงเรียนอนุบาลเอกชนอยู่ในการกำกับของ สช. ให้ขอดูใบอนุญาตและถ่ายรูปเลขที่เก็บไว้

พี่เลี้ยง 1 คนควรดูแลเด็กกี่คน

ยิ่งเด็กเล็ก พี่เลี้ยง 1 คนควรดูแลเด็กน้อยคนลง เพราะเด็กอ่อนต้องป้อนนม เปลี่ยนผ้าอ้อม และอุ้มบ่อย เกณฑ์ขั้นต่ำเป็นไปตามมาตรฐานที่ พม. กำหนด สิ่งที่พ่อแม่ทำได้คือถามตัวเลขจริงของห้องลูก ทั้งช่วงกลางวันและช่วงเย็น

ไปดูเนอสเซอรี่ต้องดูอะไรบ้าง

ให้ไปช่วงที่เด็กอยู่จริง แล้วสังเกตคนมากกว่าห้อง ดูว่าพี่เลี้ยงคุยกับเด็กอย่างไร เด็กร้องแล้วมีคนเข้าไปดูไหม ดูประตูทางเข้า ปลั๊กไฟ ที่นอน และที่เปลี่ยนผ้าอ้อม แล้วถามจำนวนพี่เลี้ยง นโยบายเด็กป่วย และการดูกล้องให้ได้คำตอบเป็นตัวเลข

ดูกล้องวงจรปิดผ่านมือถือได้ทุกที่ไหม

ไม่ทุกที่ บางแห่งเปิดให้ดูสดตลอดวัน บางแห่งให้ดูเฉพาะช่วง และบางแห่งไม่เปิดดูสดเพื่อความเป็นส่วนตัวของเด็กคนอื่น การไม่เปิดดูสดไม่ได้แปลว่าไม่ดีเสมอไป แต่ควรมีทางให้ขอดูภาพย้อนหลังเมื่อมีเหตุ และควรรู้ว่าเก็บภาพไว้กี่วัน

ลูกป่วยบ่อยหลังเข้าเนอสเซอรี่ ปกติไหม

พบได้บ่อยในช่วงปีแรก เพราะเด็กได้สัมผัสเชื้อใหม่จากเด็กคนอื่น ส่วนใหญ่เป็นหวัดที่ไม่รุนแรงและมักลดลงเมื่อโตขึ้น แต่ถ้าทารกต่ำกว่า 3 เดือนมีไข้ หายใจเหนื่อย ซึม ชัก หรือไม่ยอมกินน้ำ ต้องพาไปพบแพทย์ทันที ถ้ากังวลให้ปรึกษากุมารแพทย์เสมอ

ลูกร้องไห้ทุกเช้าตอนส่ง ควรทำอย่างไร

การร้องไห้ตอนแยกจากพ่อแม่ในช่วงแรกพบได้บ่อยมาก และส่วนใหญ่หยุดร้องได้ไม่นานหลังพ่อแม่ไป วิธีที่ช่วยได้คือบอกลาสั้น ๆ ทุกครั้ง ไม่แอบหนี และมารับตามเวลาที่บอก ถ้าผ่านไปหลายสัปดาห์แล้วลูกยังกินหรือนอนไม่ได้เลย ให้คุยกับครูและปรึกษากุมารแพทย์

เนอสเซอรี่กับจ้างพี่เลี้ยง อะไรคุ้มกว่า

ขึ้นกับเวลาทำงานและแผนสำรองของบ้าน เนอสเซอรี่มีคนสำรองและสังคมกับเด็กวัยเดียวกัน แต่ต้องหยุดเมื่อลูกป่วย พี่เลี้ยงที่บ้านยืดหยุ่นกว่าและดูแลต่อได้วันที่ลูกป่วย แต่ต้องหาคนแทนเองเมื่อพี่เลี้ยงลา หลายบ้านใช้แบบผสม ให้เทียบที่ยอดจ่ายจริงรวมค่าแฝงแล้ว

สถานรับเลี้ยงเด็ก เนอสเซอรี่ในเขตอื่นของกรุงเทพฯ

เขตที่มีรายชื่อไม่ถึง 3 แห่ง รวมไว้ที่นี่