รับจ้างทั่วไทย

เนอสเซอรี่และสถานรับเลี้ยงเด็กย่านจตุจักร

รวมเนอสเซอรี่ สถานรับเลี้ยงเด็ก และชั้นเตรียมอนุบาลย่านจตุจักร 6 แห่ง นับจากจุดศูนย์กลางย่านในรัศมี 1.5 กิโลเมตร ซึ่งอยู่ในพื้นที่จตุจักร

ถ้าตัวเลือกในย่านนี้ยังไม่พอหรือยังไม่มีที่ว่าง ให้ดูรายชื่อทั้งหมดของจตุจักรที่หน้าเขต ซึ่งรวมที่ที่อยู่ไกลออกไปเล็กน้อยแต่อาจรับเด็กอ่อนหรือเปิดถึงเย็นกว่า

ก่อนโทรถาม เตรียมอายุลูกเป็นเดือน วันที่อยากเริ่มฝาก และเวลาที่จะไปรับไว้ข้างตัว คู่มือด้านล่างรวมคำถามที่ต้องถามและสิ่งที่ต้องดูตอนเยี่ยมชมไว้ให้แล้ว

จำนวนร้าน
6 แห่ง
แขวงที่หนาแน่นสุด
แขวงจอมพล
มีเบอร์โทร
3 แห่ง
ยืนยันข้อมูลแล้ว
0 แห่ง

ย่านจตุจักร จตุจักรมีสถานรับเลี้ยงเด็ก เนอสเซอรี่ 6 แห่ง (ข้อมูล กันยายน 2569)

แผนที่ย่านจตุจักร (รัศมี 1.5 กม.) ในจตุจักร
แผนที่ย่านจตุจักร (รัศมี 1.5 กม.) ในจตุจักร · จุดสีส้ม 6 จุด กดเพื่อดูร้าน

รายชื่อสถานรับเลี้ยงเด็ก เนอสเซอรี่ย่านจตุจักร 6 แห่ง

  1. 1.

    พิริยะ โยธินอนุบาล

    แขวงจตุจักร · 62, ซอยกรุงเทพ-นนท์ 40

    ดูรายละเอียด
  2. 2.

    โรงเรียนอนุบาลแย้มสอาด

    แขวงจอมพล · 172 ซอย ลาดพร้าว 18 แยก 3

    ดูรายละเอียด
  3. 3.

    Saint John's School

    แขวงจอมพล · 1110, 6 Phahonyothin Rd

    ดูรายละเอียด

คู่มือเลือกสถานรับเลี้ยงเด็ก เนอสเซอรี่ย่านจตุจักร

ค่าเนอสเซอรี่ เดือนละเท่าไหร่

เรื่องที่ทำให้พ่อแม่หลายบ้านงบบานปลาย ไม่ใช่ค่าเลี้ยงรายเดือน แต่เป็นรายการเล็ก ๆ ที่ไม่ได้อยู่ในราคาป้าย

รายการที่โผล่มาทีหลังบ่อยคือ ผ้าอ้อมและทิชชูเปียกประมาณ 800 ถึง 2,500 บาทต่อเดือน ค่าอุปกรณ์รายภาคเรียน และค่าเกินเวลาชั่วโมงละประมาณ 50 ถึง 300 บาท ซึ่งบางแห่งเกินไม่กี่นาทีก็คิดเต็มชั่วโมง

อีกเรื่องที่ควรถามก่อนจ่ายคือ ถ้าลูกป่วยหยุดหลายวันยังต้องจ่ายเต็มไหม และถ้าย้ายออกกลางเทอมจะได้เงินประกันคืนเท่าไร ข้อพิพาทส่วนใหญ่เกิดจากเรื่องที่ไม่ได้ตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร

วิธีที่ปลอดภัยคือขอใบเสนอราคาที่แยกชัดว่ารวมอะไรและไม่รวมอะไร แล้วเก็บไว้คู่กับใบเสร็จ ดูรายการค่าใช้จ่ายแฝงทั้งหมดได้ที่ ค่าเนอสเซอรี่ เดือนละเท่าไหร่ 2569

อ่านฉบับเต็ม

ขั้นตอนตั้งแต่ติดต่อจนลูกฝากเต็มวัน

ขั้นตอนตั้งแต่โทรถามจนลูกฝากเต็มวันได้ใช้เวลาประมาณ 2 ถึง 6 สัปดาห์ และส่วนที่นานที่สุดคือช่วงปรับตัวของลูก ไม่ใช่เอกสาร

ถ้าเป็นลูกคนแรก ให้นับถอยหลังจากวันที่ต้องกลับไปทำงาน แล้วเริ่มหาอย่างน้อย 2 ถึง 3 เดือนก่อนหน้านั้น เพราะที่ที่รับเด็กอ่อนมีไม่มากและหลายแห่งมีคิวรอ

ลำดับคร่าว ๆ คือ โทรถามอายุที่รับและที่ว่าง ไปเยี่ยมชม 2 ถึง 3 แห่ง รับใบเสนอราคา เตรียมเอกสาร เช่น สำเนาสูติบัตรและสมุดวัคซีน แล้วเริ่มฝากสั้น ๆ ก่อนค่อยเพิ่มเวลา

ดูรายการเอกสาร ของที่ต้องเตรียม และแผนปรับตัว 2 สัปดาห์ได้ที่ ลูกเข้าเนอสเซอรี่วันแรก เตรียมตัวและช่วงปรับตัว

อ่านฉบับเต็ม

คำถามที่ต้องถามก่อนฝากลูก

คำถามก่อนฝากลูกแบ่งได้เป็น 4 หมวด ถามให้ครบทุกหมวดจะเห็นภาพทั้งหมดของสถานที่

หมวดคำถามตัวอย่าง
พี่เลี้ยงอยู่มานานเท่าไร ผ่านการอบรมปฐมพยาบาลเด็กไหม
ความปลอดภัยคนนอกรายชื่อมารับเด็ก จะทำอย่างไร
สุขภาพถ้าเด็กในห้องเป็นโรคติดต่อ แจ้งผู้ปกครองอย่างไร
เงินและสัญญาค่าเกินเวลาคิดอย่างไร เงินประกันคืนเมื่อไร

คำตอบที่ดีมักเป็นตัวเลขหรือขั้นตอนที่ชัด เช่น "เด็ก 8 คน พี่เลี้ยง 2 คน" หรือ "โทรแจ้งทันทีแล้วส่งรูปตามไป" ส่วนคำตอบกว้าง ๆ แปลว่าต้องถามต่อ

ดูคำถามทั้ง 15 ข้อ พร้อมสิ่งที่ต้องสังเกตตอนเดินดูที่ ไปดูเนอสเซอรี่ ต้องดูอะไร ถามอะไร Checklist 2569

อ่านฉบับเต็ม

ปัญหาและสัญญาณเตือนที่พบบ่อย

ปัญหากับเนอสเซอรี่แบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม แต่ละกลุ่มรับมือต่างกัน

กลุ่มตัวอย่างสิ่งที่ควรทำ
เงินและสัญญาค่าเกินเวลาปัดเศษแพง เงินประกันไม่คืนให้เขียนเงื่อนไขไว้ก่อนจ่าย
การดูแลพี่เลี้ยงไม่พอช่วงเย็น กล้องดูไม่ได้ไปรับในเวลาต่างกัน ถามนโยบายกล้อง
ความปลอดภัยแผลที่อธิบายไม่ได้ ลูกกลัวคนใดคนหนึ่งเก็บหลักฐาน พาพบแพทย์ แจ้งหน่วยงาน

กลุ่มแรกและกลุ่มที่สองแก้ได้ด้วยการคุยและเอกสาร ส่วนกลุ่มที่สามต้องให้ความปลอดภัยของลูกมาก่อน และหยุดฝากไว้ระหว่างตรวจสอบ

อ่านรายละเอียดแต่ละกลุ่มและขั้นตอนเมื่อสงสัยว่าลูกไม่ปลอดภัยได้ที่ ปัญหาเนอสเซอรี่ที่พบบ่อย และสัญญาณเตือนที่พ่อแม่ต้องรู้

อ่านฉบับเต็ม

Checklist ก่อนจ่ายเงินและก่อนวันแรก

รายการที่พ่อแม่ลืมบ่อยที่สุดไม่ใช่ผ้าอ้อมหรือนม แต่เป็นเรื่องที่ต้องตกลงไว้ก่อนเกิดเหตุ

เช่น ถ้าลูกได้รับบาดเจ็บจะพาไปโรงพยาบาลไหนและโทรหาใครก่อน ภาพจากกล้องขอดูย้อนหลังได้กี่วัน และถ้าย้ายออกต้องแจ้งล่วงหน้ากี่วันถึงจะได้เงินประกันคืน เรื่องเหล่านี้ถามง่ายตอนก่อนจ่ายเงิน แต่ถามยากเมื่อมีปัญหาแล้ว

อีกข้อที่มักถูกข้ามคือแผนสำรองวันที่ลูกป่วยและต้องหยุด ในเดือนแรกเกิดขึ้นได้บ่อย ควรตกลงในบ้านไว้ก่อนว่าใครดูแล

ดูรายการครบทั้งเอกสาร ของใช้ และแผนปรับตัวได้ที่ ลูกเข้าเนอสเซอรี่วันแรก เตรียมตัวและช่วงปรับตัว

อ่านฉบับเต็ม

วิธีเลือกเนอสเซอรี่

เนอสเซอรี่ที่ดีคือที่ที่ลูกปลอดภัย มีพี่เลี้ยงพอกับจำนวนเด็ก และเปิดให้พ่อแม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในแต่ละวัน ส่วนหลักสูตรและความสวยของห้องค่อยดูทีหลัง

ถ้าเพิ่งหาเป็นครั้งแรก ให้เริ่มจากตัดตัวเลือกด้วย 3 คำถามง่าย ๆ ก่อน คือ รับอายุลูกไหม เวลาเปิดปิดตรงกับเวลาทำงานหรือเปล่า และอยู่บนเส้นทางที่ไปรับได้เร็วเมื่อลูกป่วยกลางวันหรือไม่ ข้อสุดท้ายสำคัญกว่าที่คิด เพราะปีแรกมักถูกโทรให้ไปรับบ่อย

เมื่อเหลือ 2 ถึง 3 แห่ง ค่อยนัดไปดูสถานที่จริง ถามจำนวนพี่เลี้ยงเป็นตัวเลข ขอดูใบอนุญาต และถามนโยบายเด็กป่วย

ดูเกณฑ์ครบ 10 ข้อ พร้อมตารางให้คะแนนเทียบหลายแห่งได้ที่ วิธีเลือกเนอสเซอรี่ 10 ข้อที่ต้องเทียบ 2569

อ่านฉบับเต็ม

ใบอนุญาตที่เนอสเซอรี่ต้องมี

ใบอนุญาตไม่ได้รับประกันว่าทุกอย่างจะดี แต่บอกได้ว่ามีหน่วยงานที่ติดตามกำกับได้ และมีผู้รับผิดชอบที่ระบุชื่อชัดเจน

คำตอบที่ควรระวังเมื่อถามเรื่องใบอนุญาต เช่น "รับเด็กไม่กี่คน ไม่ต้องขอ" "ใบอยู่ที่สำนักงานใหญ่" หรือ "ไม่สะดวกให้ดู" คำตอบแรกอาจจริงหรือไม่จริงขึ้นกับนิยามตามกฎหมาย ส่วนสองคำตอบหลังควรขอดูสำเนาให้ได้ก่อนตัดสินใจ

อีกจุดที่พบบ่อยคือที่อยู่ในใบไม่ตรงกับสถานที่จริง เพราะย้ายที่ตั้งหรือเปิดสาขาใหม่ กรณีนี้ต้องถามว่าครอบคลุมสาขานี้หรือไม่

รู้วิธีอ่านคำตอบแต่ละแบบและสิ่งที่ควรทำต่อได้ที่ ใบอนุญาตสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชน ตรวจสอบอย่างไร 2569

อ่านฉบับเต็ม

ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์หรือด้านการเลี้ยงดูเด็กเฉพาะราย เว็บไซต์เป็นเพียงสมุดรายชื่อ ไม่ใช่คู่สัญญาหรือผู้ให้บริการ

คำถามที่พบบ่อย

เนอสเซอรี่ เดือนละเท่าไหร่

ปี 2569 ค่าเนอสเซอรี่เต็มวันในกรุงเทพฯ อยู่ที่ประมาณ 5,000 ถึง 30,000 บาทต่อเดือน ขึ้นกับอายุลูก อัตราส่วนพี่เลี้ยงต่อเด็ก และหลักสูตร เด็กอ่อนมักแพงกว่าเด็กที่เดินได้แล้ว ส่วนฝากรายวันอยู่ที่ประมาณ 300 ถึง 1,000 บาท ราคาจริงควรขอใบเสนอราคาจากแต่ละแห่ง

ราคาที่บอกรวมอะไรบ้าง

ส่วนใหญ่รวมการดูแลระหว่างวัน อาหารกลางวัน และของว่าง แต่มักไม่รวมผ้าอ้อม นมผง ค่าอุปกรณ์รายภาคเรียน ค่ากิจกรรมพิเศษ และค่าเกินเวลา รวมกันแล้วยอดจ่ายจริงอาจสูงกว่าราคาป้ายพอสมควร ควรขอใบเสนอราคาที่ระบุสิ่งที่รวมและไม่รวมเป็นลายลักษณ์อักษร

ลูกร้องไห้ทุกเช้าตอนส่ง ควรทำอย่างไร

การร้องไห้ตอนแยกจากพ่อแม่ในช่วงแรกพบได้บ่อยมาก และส่วนใหญ่หยุดร้องได้ไม่นานหลังพ่อแม่ไป วิธีที่ช่วยได้คือบอกลาสั้น ๆ ทุกครั้ง ไม่แอบหนี และมารับตามเวลาที่บอก ถ้าผ่านไปหลายสัปดาห์แล้วลูกยังกินหรือนอนไม่ได้เลย ให้คุยกับครูและปรึกษากุมารแพทย์

ถ้าในจตุจักรไม่มีที่ว่างหรือไม่ถูกใจ ควรดูเขตไหนต่อ

ลองขยายไปยังบางเขน หลักสี่ และพญาไทซึ่งอยู่ใกล้กัน หลักคือเลือกที่ที่อยู่บนเส้นทางไปทำงานและไปรับได้เร็วเมื่อลูกป่วยกลางวัน เพราะการรับส่งทุกวันและการถูกโทรให้ไปรับกลางวันมีผลกับชีวิตประจำวันมากกว่าส่วนต่างราคาไม่กี่พันบาท

เนอสเซอรี่ในจตุจักรรับเด็กอ่อนไหม

มีทั้งแบบที่รับและไม่รับ จากทั้งหมด 6 แห่งในจตุจักร ต้องโทรถามเป็นรายแห่ง เพราะการรับเด็กอ่อนต้องมีห้องนอนแยก พื้นที่เตรียมนม และพี่เลี้ยงต่อเด็กมากกว่า ก่อนโทรให้เตรียมอายุลูกเป็นเดือน วันที่อยากเริ่มฝาก และลูกกินนมแม่หรือนมผง จะได้คำตอบที่ตรงตั้งแต่สายแรก

ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์หรือด้านการเลี้ยงดูเด็กเฉพาะราย เว็บไซต์เป็นเพียงสมุดรายชื่อ ไม่ใช่คู่สัญญาหรือผู้ให้บริการ

เขตข้างเคียง

ย่านในจตุจักร

หมวดใกล้เคียง

ดูเพิ่มเติม