รับจ้างทั่วไทย

ราคารับจ้างไถ เกี่ยวข้าว ดำนา ต่อไร่ 2569 และวิธีคิดต้นทุน

อัปเดต 2569/09 · หมวด ซ่อมรถไถ เครื่องจักรกลเกษตร

ราคารับจ้างไถ เกี่ยวข้าว และดำนาต่อไร่ ไม่มีอัตรากลางทางการ และต่างกันมากตามภูมิภาค ราคาน้ำมัน สภาพแปลง และช่วงเวลาในฤดู ตัวเลขที่ใช้ได้จริงคือราคาที่ผู้รับจ้างในพื้นที่ของคุณแจ้งในฤดูนั้น บทความนี้จึงเน้นว่าอะไรทำให้ราคาต่างกัน ต้องตกลงอะไรก่อนจ้าง และเจ้าของรถรับจ้างควรคิดต้นทุนต่อไร่อย่างไร

วิธีหากรอบราคาของพื้นที่คุณเองที่ง่ายที่สุด คือถามผู้รับจ้างอย่างน้อย 2 ราย และถามเพื่อนบ้านว่าฤดูที่แล้วจ้างกันเท่าไร แล้วนำมาเทียบกับสภาพแปลงของคุณ

ตารางราคารับจ้างโดยประมาณ

งานราคาโดยประมาณ (บาท/ไร่)หมายเหตุ
ไถดะ (ผานใหญ่)ขึ้นกับสภาพแปลง ระยะทาง และฤดูกาล สอบถามผู้รับจ้างในพื้นที่รอบแรกหลังเกี่ยว ดินแข็ง แปลงเล็ก หรือไกลมักแพงกว่า
ไถแปร ไถพรวนขึ้นกับสภาพแปลง ระยะทาง และฤดูกาล สอบถามผู้รับจ้างในพื้นที่รอบที่ 2 ย่อยดินให้ละเอียดขึ้น
ตีดิน ปั่นดินด้วยโรตารี่ขึ้นกับสภาพแปลง ระยะทาง และฤดูกาล สอบถามผู้รับจ้างในพื้นที่ได้ดินละเอียด ใช้เวลาต่อไร่มากกว่า
ทำเทือก ลูบเทือกขึ้นกับสภาพแปลง ระยะทาง และฤดูกาล สอบถามผู้รับจ้างในพื้นที่งานนาหว่านน้ำตมและนาดำ
ดำนาด้วยรถ รวมกล้าขึ้นกับสภาพแปลง ระยะทาง และฤดูกาล สอบถามผู้รับจ้างในพื้นที่บางเจ้าคิดแยกค่ากล้า ค่าเพาะกล้า และค่ารถ ถามให้ชัดว่าราคารวมอะไร
เกี่ยวข้าวด้วยรถเกี่ยวนวดขึ้นกับสภาพแปลง ระยะทาง และฤดูกาล สอบถามผู้รับจ้างในพื้นที่ข้าวล้ม นาหล่ม มักคิดเพิ่ม

หมายเหตุ: ราคารับจ้างต่างกันมากตามภูมิภาค ราคาน้ำมัน สภาพแปลง และช่วงเวลาในฤดู ไม่มีอัตรากลางทางการ เว็บนี้จึงไม่ระบุตัวเลขต่อไร่ ราคาที่ใช้ได้จริงคือราคาที่ผู้รับจ้างในพื้นที่แจ้ง และควรตกลงเป็นข้อความก่อนเริ่มงาน

ทำไมราคาต่อไร่ต่างกันมาก

ราคาต่อไร่ขึ้นกับว่ารถใช้เวลาและน้ำมันกับแปลงนั้นเท่าไร ยิ่งทำยาก ยิ่งแพง

ปัจจัยหลัก

  • ราคาน้ำมันดีเซล: เป็นต้นทุนก้อนใหญ่ของผู้รับจ้าง เมื่อน้ำมันขึ้น ราคารับจ้างมักขยับตาม
  • สภาพดิน: ดินแข็ง ดินเหนียวจัด มีตอซังหนา ใช้เวลาและน้ำมันมากขึ้น
  • ขนาดและรูปแปลง: แปลงเล็ก แปลงรูปร่างไม่เหลี่ยม เสียเวลาเลี้ยวกลับมาก
  • ระยะทาง: แปลงที่อยู่ไกลหรือทางเข้ายาก มักมีค่าขนย้ายรถ
  • สภาพข้าว: ข้าวล้ม ข้าวเปียก นาหล่ม ทำให้รถเกี่ยวทำงานช้าและเสี่ยงเสียหาย
  • ช่วงเวลา: กลางฤดูที่ทุกคนต้องการพร้อมกัน ผู้รับจ้างมีอำนาจต่อรองมากกว่า

สิ่งที่ต้องตกลงก่อนจ้าง

การตกลงไม่ชัดคือต้นเหตุหลักของปัญหาระหว่างเจ้าของนากับผู้รับจ้าง

  1. วัดพื้นที่อย่างไร: ใช้ตัวเลขจากเอกสารสิทธิ์ ตัวเลขที่เคยใช้ หรือวัดใหม่ ตกลงกันให้ชัดก่อนเริ่ม
  2. ราคารวมอะไร: รวมค่าขนย้ายรถ ค่าน้ำมัน ค่าคนขับ หรือแยก
  3. ถ้าต้องทำซ้ำ: ไถไม่ทั่ว ดินยังเป็นก้อน จะกลับมาทำให้หรือคิดเพิ่ม
  4. วันและเวลา: นัดวันไหน ถ้าฝนตกหรือรถเสียจะเลื่อนอย่างไร
  5. การจ่ายเงิน: จ่ายหลังเสร็จ หรือมัดจำบางส่วน

สำหรับงานเกี่ยว ให้ตกลงเพิ่มว่าข้าวร่วงหล่นมากผิดปกติจะทำอย่างไร และใครรับผิดชอบค่าขนข้าวออกจากแปลง

ปัญหาที่เจอบ่อยในงานรับจ้าง

  • พื้นที่ไม่ตรง: คิดเงินเต็มจำนวนไร่ แต่พื้นที่ทำงานจริงน้อยกว่า
  • ทำไม่ทั่ว: ขอบแปลงหรือมุมแปลงไม่ได้ไถ
  • ข้าวร่วงมาก: ขับเร็วเกินไปหรือปรับเครื่องไม่เหมาะกับสภาพข้าว
  • มาไม่ตรงนัด: รับงานซ้อนหลายเจ้า

วิธีลดปัญหาคือจ้างผู้รับจ้างที่คนในพื้นที่เคยใช้ ตกลงเป็นข้อความ และอยู่ดูงานช่วงแรกของแปลง

สำหรับเจ้าของรถรับจ้าง วิธีคิดต้นทุนต่อไร่

ถ้าคุณเป็นเจ้าของรถรับจ้าง ราคาที่ตั้งควรครอบคลุมต้นทุนจริงทุกก้อน ไม่ใช่แค่ค่าน้ำมัน

ต้นทุนที่ควรคิด

ต้นทุนลักษณะ
ค่าน้ำมันต่อไร่ลิตรที่ใช้ต่อไร่ คูณราคาน้ำมัน
ค่าแรงคนขับต่อวันหรือต่อไร่
ค่าซ่อมและบำรุงรักษารวมทั้งปี หารด้วยจำนวนไร่ที่ทำได้ทั้งปี
ค่าเสื่อมราคาราคารถ หารด้วยจำนวนปีที่คาดว่าจะใช้ แล้วหารด้วยไร่ต่อปี
ค่าขนย้ายรถต่อเที่ยว
ดอกเบี้ย ค่างวดถ้าซื้อรถด้วยเงินกู้

สูตรคร่าว ๆ คือ ต้นทุนต่อไร่ = (ค่าน้ำมัน + ค่าแรง + ค่าซ่อม + ค่าเสื่อม + ค่าขนย้าย + ดอกเบี้ย ทั้งปี) หารด้วย จำนวนไร่ที่ทำได้ทั้งปี

ตัวอย่างสมมุติ ถ้าต้นทุนรวมทั้งปีหารออกมาได้ใกล้กับราคารับจ้างในพื้นที่ แปลว่ากำไรบางมาก การเพิ่มจำนวนไร่ต่อปี หรือลดค่าซ่อมด้วยการบำรุงรักษาก่อนฤดู มักช่วยได้มากกว่าการขึ้นราคา

ค่าซ่อมคือต้นทุนที่คุมได้

สำหรับผู้รับจ้าง ค่าซ่อมไม่ได้มีแค่บิลช่าง แต่รวมรายได้ที่เสียไประหว่างรถจอด

  • รถเกี่ยวที่จอด 3 วันกลางฤดู อาจหมายถึงงานหลายสิบไร่ที่ผู้รับจ้างรายอื่นรับไป
  • การเตรียมรถก่อนฤดู และมีร้านสำรองไว้ ลดความเสี่ยงนี้ได้มาก
  • จดบันทึกค่าซ่อมแต่ละครั้ง จะรู้ว่ารถคันไหนเริ่มไม่คุ้มซ่อม

ถ้าทำเป็นกิจการจริงจัง การเก็บบัญชีรายรับรายจ่ายและใบเสร็จค่าซ่อมไว้ ช่วยทั้งการตั้งราคาและเรื่องภาษี สำนักงานบัญชี มีสำนักงานบัญชีที่ช่วยวางระบบได้

สินเชื่อและการสนับสนุนจากรัฐ

เจ้าของรถบางรายซื้อหรือซ่อมรถด้วยสินเชื่อ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นธนาคารของรัฐที่ให้สินเชื่อแก่เกษตรกร จะมีสินเชื่อที่ใช้ซื้อหรือซ่อมเครื่องจักรหรือไม่และเงื่อนไขอย่างไร สอบถามสาขา ธ.ก.ส. ในพื้นที่โดยตรง ส่วนการสนับสนุนด้านเครื่องจักรกลการเกษตรจากหน่วยงานรัฐ ถ้ามีในช่วงใดจะประกาศผ่านหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สอบถามสำนักงานเกษตรอำเภอ ไม่ควรเชื่อข้อมูลวงเงินหรือดอกเบี้ยที่ส่งต่อกันทางแชตโดยไม่มีแหล่งที่มา

ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางวิศวกรรม งานโครงสร้างต้องปรึกษาวิศวกร เว็บไซต์เป็นเพียงสมุดรายชื่อ ไม่ใช่คู่สัญญาหรือผู้ให้บริการ

อ่านต่อ