รับจ้างทั่วไทย

ค่าซ่อมรถไถ 2569 ราคาเท่าไร แยกตามอาการที่เจอบ่อย

อัปเดต 2569/09 · หมวด ซ่อมรถไถ เครื่องจักรกลเกษตร

ค่าซ่อมรถไถและเครื่องจักรเกษตรปี 2569 มีตั้งแต่ประมาณ 300 บาทสำหรับงานเล็กอย่างเปลี่ยนน้ำมันเครื่องดีเซลเล็ก ไปจนถึงหลายหมื่นบาทสำหรับงานเกียร์ ปั๊มไฮดรอลิก และตีนตะขาบรถเกี่ยว ราคาจริงขึ้นกับชนิดเครื่อง รุ่น อายุ ชนิดอะไหล่ และระยะทางที่ช่างต้องมา

บทความนี้แยกราคาตามอาการที่เจอบ่อย เพื่อให้คุณพอรู้กรอบก่อนโทรหาช่าง และรู้ว่าราคาไหนควรถามเพิ่ม

ค่าซ่อมรถไถขึ้นกับอะไรบ้าง

ค่าซ่อมประกอบด้วย 3 ก้อน คือ ค่าอะไหล่ ค่าแรง และค่าเดินทางหรือค่าลากรถ ก้อนที่ขยับมากที่สุดมักเป็นค่าอะไหล่ ส่วนค่าเดินทางเป็นก้อนที่คนมักลืมถาม

ปัจจัยที่ทำให้ราคาต่างกัน

  • ชนิดเครื่อง: รถไถเดินตามและเครื่องยนต์ดีเซลสูบเดียวใช้อะไหล่ราคาไม่สูง ส่วนแทรกเตอร์และรถเกี่ยวนวดมีชิ้นส่วนใหญ่และแพงกว่ามาก
  • ชนิดอะไหล่: อะไหล่แท้ อะไหล่เทียบ และอะไหล่มือสอง ราคาห่างกันได้หลายเท่า
  • อายุและรุ่น: รุ่นเก่าที่เลิกผลิตอาจหาอะไหล่ยาก ต้องสั่งหรือดัดแปลง ทำให้ราคาและเวลาเพิ่ม
  • งานที่ต้องผ่า: งานคลัตช์และเกียร์ของแทรกเตอร์ต้องแยกรถออกเป็นท่อน ค่าแรงจึงสูง
  • ระยะทาง: ช่างที่ต้องเดินทางไกลหรือเข้าแปลงที่รถเข้ายาก มักคิดค่าเดินทางสูงขึ้น
  • ช่วงเวลา: กลางฤดูไถหรือฤดูเกี่ยว คิวแน่น บางร้านคิดค่าเร่งด่วนเพิ่ม

อาการสตาร์ทไม่ติด

อาการสตาร์ทไม่ติดส่วนใหญ่มีค่าซ่อมหลักร้อยถึงไม่กี่พันบาท ถ้าเป็นเรื่องแบตเตอรี่ สายไฟ หรือระบบน้ำมันเชื้อเพลิง แต่ถ้าเป็นที่ปั๊มหัวฉีดหรือกำลังอัดในเครื่องต่ำ ค่าซ่อมจะขยับเป็นหลายพันถึงหลักหมื่น

สาเหตุที่พบบ่อยราคาโดยประมาณ (บาท)
แบตเตอรี่เสื่อม (แทรกเตอร์ รถเกี่ยว)2,500 ถึง 7,000 ต่อลูก
ขั้วแบตหลวม สายไฟขาด โดนหนูกัด200 ถึง 2,000
ไดสตาร์ทหรือรีเลย์เสีย500 ถึง 5,000
มีลมหรือน้ำในระบบน้ำมัน ไส้กรองโซล่าตัน200 ถึง 1,000
หัวฉีดสกปรก ต้องล้างและตั้ง300 ถึง 1,000 ต่อหัว
ปั๊มหัวฉีดเสียขึ้นกับชนิดปั๊มและอาการ ขอใบเสนอราคาหลังตรวจ

เครื่องยนต์ดีเซลเล็กที่ใช้มือหมุนสตาร์ท ถ้าหมุนแล้วไม่ติด มักเริ่มจากเช็กน้ำมัน ไส้กรอง และหัวฉีดก่อน ส่วนถ้าหมุนเบาผิดปกติ อาจเป็นเรื่องกำลังอัด ซึ่งอาจนำไปสู่งานยกเครื่อง

ระบบหัวฉีดและควันผิดปกติ

ค่าล้างและตั้งหัวฉีดโดยประมาณ 300 ถึง 1,000 บาทต่อหัว เป็นงานที่คุ้มมากถ้าเครื่องมีควันดำ กินน้ำมัน หรือกำลังตก เพราะช่วยเลี่ยงงานใหญ่ในภายหลัง

อาการที่มักเกี่ยวกับหัวฉีดหรือปั๊มหัวฉีด

  • ควันดำมากตอนเร่งหรือตอนลงดินหนัก
  • เครื่องสั่น เดินไม่เรียบ รอบขึ้นลง
  • สตาร์ทติดยากตอนเช้า
  • กินน้ำมันมากกว่าเดิมชัดเจน

ถ้าล้างหัวฉีดแล้วอาการไม่หาย ช่างอาจเสนอตรวจปั๊มหัวฉีด ซึ่งมีช่วงราคากว้างมาก ควรขอให้ร้านอธิบายว่าเสียที่จุดไหน ต้องเปลี่ยนชิ้นอะไร และขอดูผลทดสอบถ้าร้านมีเครื่องทดสอบ

ระบบไฮดรอลิก

งานไฮดรอลิกมีตั้งแต่งานเล็กอย่างเปลี่ยนสายหรือซีลจุดเดียว ไปจนถึงงานใหญ่อย่างซ่อมหรือเปลี่ยนปั๊ม ราคาต่างกันหลายเท่าตามรุ่นและชนิดอะไหล่ จึงควรให้ช่างตรวจก่อนแล้วขอใบเสนอราคาแยกรายการ

งานราคาโดยประมาณ (บาท)
เปลี่ยนซีลหรือโอริงกระบอกไฮดรอลิกขึ้นกับรุ่นและอายุเครื่อง ระยะทางออกนอกสถานที่ และฤดูกาล ขอใบเสนอราคา
เปลี่ยนสายไฮดรอลิกขึ้นกับขนาดและความยาวสาย ขอใบเสนอราคา
ถ่ายน้ำมันไฮดรอลิก พร้อมไส้กรองขึ้นกับปริมาณน้ำมันของรุ่น ขอใบเสนอราคา
ซ่อมหรือเปลี่ยนปั๊มไฮดรอลิกขึ้นกับรุ่นและอายุเครื่อง ระยะทางออกนอกสถานที่ และฤดูกาล ขอใบเสนอราคา

อาการที่พบบ่อยคือ ยกผานช้า ยกไม่สุด ยกแล้วค่อย ๆ ตกลงเอง หรือมีน้ำมันซึมตามกระบอกและข้อต่อ หลายครั้งต้นเหตุเป็นแค่น้ำมันไฮดรอลิกต่ำหรือไส้กรองตัน ควรให้ช่างเช็กจุดง่ายก่อนเสนอเปลี่ยนปั๊ม

คลัตช์และเกียร์

ค่าเปลี่ยนชุดคลัตช์แทรกเตอร์โดยประมาณ 5,000 ถึง 25,000 บาท เพราะต้องผ่ากลางรถ ส่วนงานเกียร์ต้องผ่าดูก่อนจึงบอกราคาได้ จึงควรขอใบเสนอราคาหลังตรวจ

สำหรับรถไถเดินตาม งานคลัตช์และสายพานมักอยู่หลักร้อยถึงประมาณ 2,000 บาท เปลี่ยนสายพานเองได้ในหลายรุ่นถ้ามีความรู้พื้นฐาน

อาการที่ควรเช็กคลัตช์และเกียร์

  • คลัตช์ลื่น เร่งแล้วรอบขึ้นแต่รถไม่ไป
  • เข้าเกียร์ยาก เกียร์หลุดเอง
  • มีเสียงหอนหรือเสียงเฟืองขบกันผิดปกติ
  • น้ำมันเกียร์มีเศษเหล็กหรือสีขุ่น

งานเกียร์เป็นงานที่ราคาต่างกันมากระหว่างร้าน ถ้าใบเสนอราคาเกินหลักหมื่น ควรขอความเห็นจากร้านที่ 2 ก่อนตัดสินใจ

ล้อ ยาง และตีนตะขาบ

ยางล้อหลังแทรกเตอร์โดยประมาณ 6,000 ถึง 25,000 บาทต่อเส้น ส่วนตีนตะขาบยางรถเกี่ยวเป็นงานก้อนใหญ่ระดับหลักหมื่นต่อเส้น ราคาขึ้นกับขนาดและแท้หรือเทียบ ขอใบเสนอราคาและควรวางแผนก่อนฤดู

สิ่งที่ควรรู้

  • ตีนตะขาบที่ใกล้หมด มักเปลี่ยนคู่กับลูกกลิ้ง เฟืองขับ และตัวดันตึง ถ้าเปลี่ยนแค่ตีนตะขาบ ของใหม่อาจสึกเร็วกว่าที่ควร
  • ยางแทรกเตอร์ที่แตกลายหรือดอกสึกหมด ทำให้ลื่นในนาเปียกและกินน้ำมันขึ้น
  • ล้อเหล็กหรือล้อลงนาที่เชื่อมซ่อม ราคาหลักร้อยถึงหลักพันตามจุดที่เสีย

อุปกรณ์ต่อพ่วงและงานสึกหรอ

งานเปลี่ยนจานผานและใบมีดโรตารี่ ราคาขึ้นกับขนาดจาน หน้ากว้างผาน จำนวนใบ และแท้หรือเทียบ ขอใบเสนอราคา เป็นงานที่ควรทำตามรอบ ไม่ใช่รอให้หัก

งานอื่นที่พบบ่อย

  • เชื่อมซ่อมโครงผาน ขาไถ หรือจุดแตกร้าว
  • เปลี่ยนลูกปืนเพลาโรตารี่
  • ซ่อมข้อต่อสามจุดและสลักยึด

ยกเครื่อง

ยกเครื่องดีเซลสูบเดียวโดยประมาณ 2,500 ถึง 9,000 บาท ส่วนการยกเครื่องแทรกเตอร์หรือรถเกี่ยวต้องให้ร้านผ่าดูสภาพก่อน เพราะราคาต่างกันมากตามจำนวนชิ้นที่ต้องเปลี่ยน

ก่อนตัดสินใจยกเครื่อง ให้ถามร้าน 3 ข้อ

  1. ตรวจแล้วเจออะไร เช่น กำลังอัดต่ำ ควันขาว น้ำมันเครื่องขึ้นเร็ว
  2. จะเปลี่ยนชิ้นไหนบ้าง และชิ้นไหนเป็นของแท้หรือเทียบ
  3. รับประกันงานกี่เดือนหรือกี่ชั่วโมงใช้งาน

ค่าเดินทางและค่าลากรถ

ค่าช่างออกตรวจนอกสถานที่โดยประมาณ 300 ถึง 2,000 บาทต่อครั้ง ขึ้นกับระยะทาง ส่วนค่าลากรถเข้าร้านขึ้นกับขนาดรถและระยะทาง ควรขอราคาก่อน

สิ่งที่ต้องตกลงก่อนช่างออก

  • คิดเหมาต่อครั้ง หรือคิดตามกิโลเมตร
  • ถ้ากลับไปเอาอะไหล่แล้วมาใหม่ คิดรอบที่ 2 หรือไม่
  • ถ้าซ่อมกับร้าน หักค่าตรวจคืนหรือไม่
  • ค่าลากรถคิดขาไปอย่างเดียว หรือรวมขากลับ

วิธีเทียบราคาหลายร้านให้ยุติธรรม

การเทียบราคาได้ผลก็ต่อเมื่อทุกร้านเสนอราคางานเดียวกันด้วยอะไหล่ชนิดเดียวกัน

  1. ให้ร้านแรกตรวจและเขียนรายการซ่อมให้ชัด
  2. นำรายการเดียวกันไปถามอีก 1 ถึง 2 ร้าน
  3. ระบุชนิดอะไหล่ให้ตรงกัน
  4. เทียบค่าเดินทาง ระยะเวลาซ่อม และระยะรับประกันไปพร้อมกัน

ร้านที่ราคาสูงกว่าเล็กน้อยแต่มาได้เร็วกว่าในช่วงฤดู หรือรับประกันนานกว่า อาจคุ้มกว่าเมื่อคิดรวมรายได้ที่เสียไประหว่างเครื่องจอด

ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางวิศวกรรม งานโครงสร้างต้องปรึกษาวิศวกร เว็บไซต์เป็นเพียงสมุดรายชื่อ ไม่ใช่คู่สัญญาหรือผู้ให้บริการ

อ่านต่อ