บำรุงรักษารถไถก่อนฤดูทำนา เช็กอะไรบ้างให้ไม่เสียกลางนา
อัปเดต 2569/09 · หมวด ซ่อมรถไถ เครื่องจักรกลเกษตร
ช่วงที่คุ้มที่สุดในการเตรียมรถคือประมาณ 1 ถึง 2 เดือนก่อนเข้าฤดู เพราะคิวช่างยังว่าง อะไหล่ยังหาง่าย และถ้าเจองานใหญ่ ยังมีเวลาสั่งอะไหล่ทัน งานหลักคือเปลี่ยนของเหลวและไส้กรอง ตรวจระบบไฟ ตรวจไฮดรอลิก และตรวจชิ้นสึกหรอของอุปกรณ์ต่อพ่วง
รายการในบทความนี้เป็นแนวทางทั่วไป รอบการเปลี่ยนที่ถูกต้องให้ยึดตามคู่มือผู้ผลิตของรุ่นคุณเป็นหลัก
ทำไมต้องเตรียมก่อนฤดู
รถที่จอดนานหลายเดือนมักมีปัญหาที่มองไม่เห็นสะสมอยู่ เช่น แบตเตอรี่เสื่อม น้ำในถังน้ำมัน หนูกัดสายไฟ ซีลแห้ง และสนิมตามข้อต่อ
ถ้ารอให้เสียกลางฤดู คุณจะเจอ 3 เรื่องพร้อมกัน
- คิวช่างเต็ม ต้องรอหลายวัน
- อะไหล่ในพื้นที่ขาด เพราะทุกคนต้องการพร้อมกัน
- งานในนาเลื่อน ถ้ารับจ้างคือเสียรายได้ทันที
งานเครื่องยนต์
งานเครื่องยนต์ก่อนฤดูเน้นของเหลวและไส้กรอง ซึ่งเป็นงานราคาไม่สูงแต่ยืดอายุเครื่องได้มาก
- น้ำมันเครื่องและไส้กรอง: เปลี่ยนตามชั่วโมงใช้งาน หรืออย่างน้อยก่อนฤดู ถ้าจอดนานมาก
- ระบบน้ำมันเชื้อเพลิง: ถ่ายน้ำและตะกอนก้นถัง เปลี่ยนไส้กรองโซล่า ไล่ลมในระบบ
- ไส้กรองอากาศ: เคาะฝุ่นหรือล้างตามชนิดไส้กรอง เปลี่ยนถ้าขาดหรือตันมาก งานในนาที่ฝุ่นเยอะทำให้ไส้กรองตันเร็ว
- ระบบหล่อเย็น: ล้างรังผึ้งหม้อน้ำที่มีฟางและฝุ่นอุด เช็กสายยางหม้อน้ำ เติมน้ำหล่อเย็น
- หัวฉีด: ถ้าฤดูก่อนมีควันดำหรือกินน้ำมัน ให้ช่างล้างและตั้งหัวฉีด
ระบบไฟและการสตาร์ท
ระบบไฟเป็นต้นเหตุอันดับต้นของอาการสตาร์ทไม่ติดหลังจอดนาน
- วัดแบตเตอรี่ หรือให้ร้านตรวจ ถ้าเสื่อมให้เปลี่ยนก่อนฤดู
- ทำความสะอาดขั้วแบต ขันให้แน่น
- ไล่ดูสายไฟทั้งคัน โดยเฉพาะจุดที่หนูชอบกัด
- เช็กไฟหน้า ไฟท้าย และไฟเตือน ถ้าต้องใช้งานช่วงเช้ามืดหรือค่ำ
ระบบไฮดรอลิก
ไฮดรอลิกที่อ่อนแรงทำให้ยกผานไม่ขึ้น หรือผานตกลงเองระหว่างทำงาน
- เช็กระดับและสีน้ำมันไฮดรอลิก ถ้าขุ่นหรือมีน้ำปน ให้ช่างดู
- เปลี่ยนไส้กรองไฮดรอลิกตามรอบ
- ไล่ดูสายไฮดรอลิกหาจุดแตก บวม หรือซึม
- ยกผานขึ้นลงหลายรอบ ดูว่าค้างได้นิ่งไหม
ข้อควรระวัง ห้ามใช้มือคลำหาจุดรั่วของสายไฮดรอลิกขณะมีแรงดัน เพราะน้ำมันที่พุ่งออกจากรูเล็กอาจทำให้บาดเจ็บรุนแรงได้ ให้ใช้กระดาษแข็งหรือไม้ส่องหาแทน
ส่งกำลัง คลัตช์ และเกียร์
- เช็กระยะฟรีคลัตช์ ปรับตามคู่มือ
- เช็กระดับน้ำมันเกียร์ ดูว่ามีเศษเหล็กหรือน้ำปนไหม
- อัดจาระบีทุกจุดตามคู่มือ
- ตรวจสายพาน โซ่ และลูกปืน ฟังเสียงผิดปกติตอนหมุน
- ตรวจฝาครอบเพลาอำนาจ (PTO) ให้อยู่ครบ
ล้อ ยาง และตีนตะขาบ
- เช็กลมยางและรอยแตกของยาง
- ตรวจน็อตล้อ
- รถเกี่ยว ตรวจความตึงตีนตะขาบ ลูกกลิ้ง และเฟืองขับ ดูรอยแตกหรือลวดโผล่
ตีนตะขาบเป็นงานก้อนใหญ่ ถ้าเห็นว่าใกล้หมด ให้ถามราคาและสั่งของก่อนฤดู
อุปกรณ์ต่อพ่วง
- จานผาน ดูความคมและรอยแตก เปลี่ยนจานที่สึกมาก
- ใบมีดโรตารี่ ดูความสึกและน็อตยึด เปลี่ยนเป็นชุดเพื่อให้สมดุล
- ข้อต่อสามจุดและสลักยึด เปลี่ยนสลักที่สึก
- โครงผาน ดูรอยร้าวที่ต้องเชื่อม
รายการเฉพาะรถเกี่ยวนวดข้าว
รถเกี่ยวมีชิ้นส่วนเคลื่อนไหวมาก ควรให้ช่างที่ชำนาญรถเกี่ยวตรวจก่อนฤดู
- ใบมีดตัดและนิ้วรับใบมีด
- โซ่ลำเลียงและสายพานทั้งระบบ
- ลูกนวดและตะแกรง
- ระบบทำความสะอาดเมล็ด ใบพัดลม
- ถังเก็บข้าวและระบบลำเลียงออก
รายการเฉพาะรถดำนา
- กลไกปักดำ ดูว่าสึกหรือคลอนไหม
- ถาดวางกล้าและระบบเลื่อนถาด
- ล้อและโครงลอยน้ำ
ตารางงานก่อนฤดู ทำเองหรือให้ช่าง
| งาน | ทำเองได้ | ควรให้ช่าง |
|---|---|---|
| เช็กระดับน้ำมันเครื่อง น้ำมันไฮดรอลิก น้ำหล่อเย็น | ได้ | |
| เปลี่ยนน้ำมันเครื่องและไส้กรอง | ได้ถ้ามีความรู้ | ถ้าไม่มั่นใจ |
| อัดจาระบี ล้างรังผึ้งหม้อน้ำ | ได้ | |
| ล้างและตั้งหัวฉีด | ควร | |
| ปรับคลัตช์ ตรวจเกียร์ | ควร | |
| ตรวจปั๊มไฮดรอลิก เปลี่ยนซีลกระบอก | ควร | |
| ตรวจรถเกี่ยวทั้งระบบ | ควร |
เก็บรักษาช่วงนอกฤดู
การเก็บรถให้ถูกวิธีหลังจบฤดู ทำให้การเตรียมรอบหน้าง่ายและถูกลงมาก
- ล้างโคลนและเศษฟางออกให้หมด โดยเฉพาะรถเกี่ยว
- เติมน้ำมันเชื้อเพลิงให้เต็มถัง เพื่อลดไอน้ำที่กลั่นเป็นหยดน้ำในถัง
- ถอดขั้วแบตเตอรี่ หรือถอดแบตไปชาร์จเป็นระยะ
- จอดในที่ร่ม มีหลังคา ยกผานหรือวางอุปกรณ์ลงพื้น
- วางกันหนู เช่น เก็บเศษอาหารให้พ้น และเช็กรังหนูในห้องเครื่องเป็นระยะ
- ทาน้ำมันกันสนิมที่จานผานและใบมีด
ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ
งานบำรุงรักษาก่อนฤดูของรถไถเดินตามหรือเครื่องยนต์ดีเซลเล็ก มักอยู่ที่หลักร้อยถึงประมาณ 2,000 บาท ส่วนแทรกเตอร์และรถเกี่ยวมีตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่นถ้าเจองานเปลี่ยนชิ้นใหญ่ ให้ร้านเขียนรายการแยกก่อนทำ
ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางวิศวกรรม งานโครงสร้างต้องปรึกษาวิศวกร เว็บไซต์เป็นเพียงสมุดรายชื่อ ไม่ใช่คู่สัญญาหรือผู้ให้บริการ