รับจ้างทั่วไทย

ใบอนุญาตศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ตรวจสอบอย่างไร

อัปเดต 2569/09 · หมวด ดูแลผู้สูงอายุ

ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในประเทศไทยต้องได้รับใบอนุญาตจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ภายใต้พระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 และกฎกระทรวงกำหนดให้กิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงเป็นกิจการอื่นในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2563 ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้ว ศูนย์ที่ไม่มีใบอนุญาตถือว่าดำเนินกิจการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ใบอนุญาตที่ศูนย์ต้องมี

ในทางปฏิบัติมีอย่างน้อย 2 ใบที่ควรขอดูคู่กัน

ใบอนุญาตเป็นของใครดูอะไร
ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพของกิจการหรือนิติบุคคลชื่อกิจการตรงกับที่เซ็นสัญญาไหม ที่อยู่ตรงกับอาคารที่ยืนอยู่ไหม ยังไม่หมดอายุ
ใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการของบุคคลที่คุมมาตรฐานประจำสถานที่ชื่อคนนั้นอยู่ที่ศูนย์จริงหรือไม่ ติดต่อได้ไหม

นอกจากนี้ควรถามถึงหลักฐานว่าผู้ให้บริการหรือผู้ดูแลผ่านหลักสูตรผู้ดูแลผู้สูงอายุที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพรับรอง ชื่อหลักสูตรและจำนวนชั่วโมงที่ใช้อยู่ปัจจุบันสอบถามได้จากกรม และถ้าศูนย์แจ้งว่ามีพยาบาลประจำ ควรขอชื่อและเลขใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการพยาบาลเพื่อยืนยัน

ใบอนุญาตมีอายุจำกัดและต้องต่ออายุตามที่กรมกำหนด จึงควรดูวันหมดอายุบนใบอนุญาตด้วยเสมอ ส่วนจำนวนปีและค่าธรรมเนียมต่ออายุสอบถามได้จากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพโดยตรง

ประเภทของบริการที่ต้องขออนุญาต

กิจการดูแลผู้สูงอายุที่ต้องขออนุญาตแบ่งเป็นหลายประเภทตามลักษณะบริการที่กฎกระทรวงกำหนด ชื่อประเภทและเงื่อนไขของแต่ละประเภทสอบถามได้จากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ รูปแบบที่ครอบครัวเจอบ่อยคือ

  1. ดูแลแบบพักค้างคืนในสถานประกอบการ คือศูนย์หรือเนอร์สซิ่งโฮมที่ผู้สูงอายุไปพักอาศัย
  2. ดูแลแบบไปเช้าเย็นกลับ คือเดย์แคร์
  3. จ้างผู้ดูแลไปดูแลที่บ้าน คือการจ้างผู้ดูแลผ่านบริษัทหรือจ้างตรงให้ไปประจำที่บ้าน

ข้อที่ 3 สำคัญกับคนที่จ้างผู้ดูแลมาอยู่ที่บ้าน ถ้าจ้างผ่านบริษัท ควรถามว่าบริษัทมีใบอนุญาตหรือขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานใด และขอดูหลักฐานว่าผู้ดูแลผ่านหลักสูตรที่กรมรับรอง ส่วนบริษัทลักษณะนี้ต้องขออนุญาตหรือไม่ สอบถามได้จากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ

เส้นแบ่งระหว่างศูนย์ดูแลกับสถานพยาบาล

ถ้าสถานที่นั้นให้บริการที่เข้าข่ายการรักษาพยาบาล จะอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ซึ่งเป็นใบอนุญาตคนละฉบับกับสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ส่วนเส้นแบ่งว่ากิจกรรมใดเข้าข่ายสถานพยาบาลเป็นไปตามที่กฎหมายและกรมสนับสนุนบริการสุขภาพกำหนด ควรสอบถามกรมโดยตรง

เรื่องนี้สำคัญเวลาศูนย์โฆษณาว่า "มีแพทย์ดูแล" หรือ "ให้ยาได้" ควรถามต่อว่าใบอนุญาตที่มีคือฉบับไหน และถ้าจำเป็นต้องได้รับการรักษาจริง ๆ อาจเหมาะกับโรงพยาบาลมากกว่าศูนย์ดูแล

วิธีตรวจสอบทีละขั้น

  1. ขอดูใบอนุญาตที่แสดงไว้ในสถานที่ กฎหมายกำหนดให้แสดงไว้ในที่เปิดเผย ถ้าไม่มีติดแสดงให้ถามหาทันที
  2. ถ่ายรูปเก็บไว้ ทั้งเลขที่ใบอนุญาต ชื่อผู้รับอนุญาต ชื่อสถานประกอบการ และวันหมดอายุ
  3. เทียบชื่อกับชื่อในสัญญาและบัญชีรับเงิน ถ้าไม่ตรงกันต้องถามเหตุผลและขอหลักฐานเพิ่ม
  4. ตรวจย้อนหลังกับหน่วยงาน คือกรมสนับสนุนบริการสุขภาพซึ่งเป็นผู้ออกใบอนุญาต ทั้งช่องทางออนไลน์และสายด่วนของกรม ช่องทางและหมายเลขล่าสุดดูได้จากเว็บไซต์ทางการของกรม
  5. สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ กรุงเทพมหานครมีระบบข้อมูลสถานบริการด้านสุขภาพในพื้นที่ให้ค้นได้อีกทาง แต่ให้ยึดข้อมูลจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพเป็นหลัก
  6. ถ้าจ้างผู้ดูแลที่บ้านผ่านบริษัท ให้ถามว่าบริษัทมีใบอนุญาตหรือขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานใด และขอดูหลักฐานการอบรมของผู้ดูแลคนที่จะมาจริง ไม่ใช่ของคนอื่น

คำตอบที่ควรระวัง

  • "กำลังยื่นขออยู่" ให้ถือว่ายังไม่มีใบอนุญาต ขอเอกสารยืนยันการยื่นคำขอมาดูได้
  • "จดทะเบียนบริษัทแล้ว" หนังสือรับรองบริษัทไม่ใช่ใบอนุญาตประกอบกิจการ เป็นคนละเรื่องกัน
  • "เราเป็นบ้านพัก ไม่ต้องขอ" ถ้ารับดูแลผู้สูงอายุโดยคิดค่าบริการ ควรตรวจสอบกับหน่วยงานว่าต้องขออนุญาตหรือไม่
  • "ใบอนุญาตอยู่ที่สำนักงานใหญ่" ขอให้ส่งรูปมาทางไลน์ได้ ถ้าไม่ส่งภายในวันสองวันถือเป็นสัญญาณเตือน

ถ้าพบศูนย์ที่ไม่มีใบอนุญาต หรือดูแลไม่เหมาะสม

รวบรวมหลักฐานก่อน ได้แก่ สัญญา ใบเสร็จ ภาพถ่าย ข้อความที่คุยกัน และบันทึกวันเวลาเหตุการณ์ จากนั้นร้องเรียนได้ที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพในฐานะหน่วยงานกำกับ ช่องทางและหมายเลขติดต่อล่าสุดดูได้จากเว็บไซต์ทางการของกรม หากมีเหตุที่เข้าข่ายทำร้ายร่างกายหรือละเลยจนเกิดอันตราย ควรแจ้งความไว้เป็นหลักฐานด้วย

ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะราย เว็บไซต์เป็นเพียงสมุดรายชื่อ ไม่ใช่คู่สัญญาหรือผู้ให้บริการ

อ่านต่อ