รับจ้างทั่วไทย

ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ กรุงเทพ ราคา วิธีเลือก 2569

ดูแลผู้สูงอายุในฐานข้อมูล 818 แห่ง ใน 50 เขตที่มีรายชื่อครบ · ข้อมูล กันยายน 2569

เลือกดูแลผู้สูงอายุตามเขต

ตามย่านที่คนค้นบ่อย

ถ้าคุณกำลังอ่านหน้านี้ตอนตี 2 หลังหมอบอกว่าพรุ่งนี้พาคุณพ่อกลับบ้านได้แล้ว คุณไม่ได้อยู่คนเดียว ครอบครัวส่วนใหญ่เริ่มหาศูนย์ดูแลผู้สูงอายุตอนที่เหลือเวลาตัดสินใจแค่ไม่กี่วัน หน้านี้รวบเรื่องที่ต้องรู้ไว้ให้ครบในที่เดียว ตั้งแต่ราคาจริง วิธีเลือก ไปจนถึงสิ่งที่ต้องดูตอนเดินเข้าไปในศูนย์

ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุมีกี่แบบ แบบไหนเหมาะกับที่บ้าน

ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในกรุงเทพฯ แบ่งหยาบ ๆ ได้ 4 แบบ และราคาต่างกันเกือบเท่าตัว เพราะคิดตาม "ระดับการพึ่งพิง" ของผู้สูงอายุ ไม่ได้คิดตามความหรูของอาคาร

แบบเหมาะกับใครจุดสังเกต
บ้านพักผู้สูงอายุ (ช่วยเหลือตัวเองได้)เดินได้ เข้าห้องน้ำเองได้ แค่เหงาหรืออยู่คนเดียวไม่ปลอดภัยเน้นกิจกรรม อาหาร ความปลอดภัย ไม่ต้องมีพยาบาลเยอะ
เนอร์สซิ่งโฮม (มีพยาบาลดูแล)ติดเตียง มีสายให้อาหาร สายสวนปัสสาวะ แผลกดทับต้องมีพยาบาลวิชาชีพและอัตราส่วนผู้ดูแลต่อเตียงที่สูงขึ้น
ศูนย์ดูแลผู้มีภาวะสมองเสื่อมหลงลืม เดินออกนอกบ้าน กลางคืนไม่นอนต้องมีระบบกันเดินหาย ประตูล็อก กล้อง และผู้ดูแลที่ผ่านการอบรมเฉพาะ
เดย์แคร์ (ไปเช้าเย็นกลับ)ลูกหลานดูแลกลางคืนได้ แต่กลางวันไม่มีคนอยู่บ้านราคาถูกกว่ามาก แต่ต้องมีคนรับส่ง

อีกทางเลือกหนึ่งที่คนมองข้ามคือการจ้างผู้ดูแลมาอยู่ที่บ้าน ซึ่งเหมาะกับบ้านที่มีคนอยู่ช่วยเสริมและผู้สูงอายุยังไม่มีอาการซับซ้อน รายละเอียดการเปรียบเทียบอยู่ใน ดูแลที่บ้าน หรือ ส่งศูนย์ เลือกแบบไหนดี

สิ่งที่ควรทำก่อนโทรหาที่ไหนเลยคือ ขอ "ใบสรุปการรักษา" หรือใบส่งตัวจากโรงพยาบาลมาก่อน เพราะศูนย์ทุกแห่งจะถามคำถามเดียวกัน คือผู้สูงอายุพลิกตัวเองได้ไหม กินทางปากหรือทางสาย มีแผลกดทับไหม และมีโรคติดต่ออะไรหรือเปล่า มีข้อมูลชุดนี้ในมือจะได้ราคาจริงตั้งแต่สายแรก

ค่าใช้จ่ายรายเดือน 2569 อยู่ที่เท่าไหร่

ค่าบริการศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในกรุงเทพฯ ปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 12,000 ถึง 50,000 บาทต่อเดือน โดยตัวแปรที่ทำให้ราคาต่างกันมากที่สุดคือระดับการดูแล ไม่ใช่ทำเลหรือความใหม่ของอาคาร

ระดับการดูแลห้องรวม (บาท/เดือน)ห้องเดี่ยว (บาท/เดือน)
ช่วยเหลือตัวเองได้12,000 ถึง 22,00022,000 ถึง 45,000
ต้องช่วยบางส่วน (เดินไม่คล่อง พาเข้าห้องน้ำ)15,000 ถึง 26,00025,000 ถึง 45,000
ติดเตียง18,000 ถึง 30,00028,000 ถึง 48,000
ติดเตียงและมีสายให้อาหารหรือสายสวน22,000 ถึง 38,00030,000 ถึง 50,000
เจาะคอ ต้องดูดเสมหะบ่อยขึ้นกับระดับการดูแล ขอใบเสนอราคาขึ้นกับระดับการดูแล ขอใบเสนอราคา
ภาวะสมองเสื่อมขึ้นกับระดับการดูแล ขอใบเสนอราคาขึ้นกับระดับการดูแล ขอใบเสนอราคา

ตัวเลขข้างบนเป็นช่วงโดยประมาณของปี พ.ศ. 2569 ราคาจริงต้องให้ศูนย์ประเมินอาการก่อน

เรื่องที่ทำให้งบบานปลายคือค่าที่ไม่รวมในราคาป้าย ได้แก่ ผ้าอ้อมและของใช้ส่วนตัวประมาณ 1,500 ถึง 4,000 บาทต่อเดือน ค่ารถพาไปโรงพยาบาลตามนัดเที่ยวละ 800 ถึง 3,000 บาท ค่ากายภาพบำบัดครั้งละ 800 ถึง 2,500 บาท และค่าเวชภัณฑ์เฉพาะอย่างเช่นชุดทำแผล ดังนั้นเวลาเทียบราคาระหว่างศูนย์ ให้เทียบที่ "ยอดที่ต้องจ่ายจริงต่อเดือน" ไม่ใช่ตัวเลขหน้าโบรชัวร์ รายละเอียดทั้งหมดอยู่ใน ค่าศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ เดือนละเท่าไหร่ 2569

ดูแลที่บ้าน หรือ ส่งเข้าศูนย์

ถ้าผู้สูงอายุยังช่วยเหลือตัวเองได้บ้างและที่บ้านมีคนอยู่เป็นเพื่อน การจ้างผู้ดูแลมาอยู่ที่บ้านมักถูกกว่าและผู้สูงอายุปรับตัวง่ายกว่า แต่ถ้าอาการซับซ้อนถึงขั้นต้องดูดเสมหะ ให้อาหารทางสาย หรือมีแผลกดทับที่ต้องทำแผลทุกวัน ศูนย์ที่มีพยาบาลอยู่เวรมักคุ้มกว่าในระยะยาว

จุดที่คนคิดไม่ถึงคือ "ค่าเสียโอกาส" ของคนในบ้าน ถ้าต้องมีลูกหลานลาออกจากงานมาดูแล ต้นทุนที่แท้จริงจะสูงกว่าค่าศูนย์ทันที และการดูแลคนเดียว 24 ชั่วโมงติดต่อกันหลายเดือนมีความเสี่ยงที่ผู้ดูแลจะหมดไฟจนดูแลได้แย่ลง

อีกเรื่องที่ควรคุยกันให้จบก่อนคือแผนสำรอง ถ้าผู้ดูแลที่บ้านลาออกกะทันหันจะทำอย่างไร ศูนย์มีข้อได้เปรียบตรงที่มีคนสลับเวรอยู่แล้ว ส่วนการจ้างที่บ้านต้องมีชื่อสำรองเตรียมไว้เสมอ อ่านการเปรียบเทียบแบบเต็มได้ที่ ดูแลที่บ้าน หรือ ส่งศูนย์ เลือกแบบไหนดี

วิธีเลือกศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ

หลักการสั้นที่สุดคือ เลือกจากอัตราส่วนผู้ดูแลต่อผู้สูงอายุ ใบอนุญาต และความโปร่งใสของราคา ส่วนความสวยของอาคารให้เป็นเรื่องท้าย ๆ

  1. อัตราส่วนผู้ดูแลต่อผู้สูงอายุ ถามแยกกะกลางวันกับกลางคืน หลายศูนย์กลางวันดูดีแต่กลางคืนเหลือคนน้อยมาก
  2. มีพยาบาลวิชาชีพอยู่เวรจริงหรือไม่ ถ้าเคสเป็นติดเตียงหรือมีสาย ต้องถามว่าอยู่ประจำ 24 ชั่วโมง หรือแค่มาตรวจเป็นรอบ
  3. ใบอนุญาต ขอดูใบอนุญาตประกอบกิจการและใบอนุญาตผู้ดำเนินการ ถ่ายรูปเลขที่ใบอนุญาตไว้ตรวจย้อนหลัง
  4. ระยะทางจากบ้านคุณ ศูนย์ที่ไปเยี่ยมได้บ่อยมีผลต่อคุณภาพการดูแลมากกว่าที่คิด เพราะญาติที่แวะบ่อยคือระบบตรวจสอบที่ดีที่สุด
  5. ราคาที่เขียนครบในใบเสนอราคา ศูนย์ที่ตอบราคาแบบคลุมเครือมักมีค่าใช้จ่ายงอกทีหลัง
  6. ระบบเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ส่งโรงพยาบาลไหน ใช้เวลากี่นาที ใครเป็นคนตัดสินใจและแจ้งญาติเมื่อไร
  7. การเปิดให้เยี่ยม ศูนย์ที่ให้เยี่ยมได้โดยไม่ต้องนัดล่วงหน้านาน มักมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองทำ

อย่าตัดสินใจจากรูปในเว็บหรือราคาอย่างเดียว ให้ไปดูสถานที่จริงอย่างน้อย 2 ถึง 3 แห่ง และถ้าเป็นไปได้ให้ไปช่วงเวลาอาหารหรือช่วงบ่ายแก่ ๆ ซึ่งเห็นการทำงานจริงมากกว่าช่วงเช้า วิธีเลือกแบบละเอียดอยู่ใน วิธีเลือกศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ 10 ข้อที่ต้องเทียบ และสิ่งที่ต้องดูตอนไปถึงหน้างานอยู่ใน ไปดูศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ต้องดูอะไร ถามอะไร

ใบอนุญาตที่ศูนย์ต้องมี และวิธีตรวจสอบ

ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในไทยอยู่ภายใต้การกำกับของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 และกฎกระทรวงกำหนดให้กิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงเป็นกิจการอื่นในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2563 ซึ่งทำให้กิจการนี้ต้องขออนุญาต

สิ่งที่ควรขอดูเมื่อไปเยี่ยมชม

  • ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ที่แสดงไว้ในที่เปิดเผย
  • ใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการ ของผู้ที่คุมมาตรฐานประจำสถานที่
  • หลักฐานว่าผู้ดูแลผ่านหลักสูตรผู้ดูแลผู้สูงอายุที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพรับรอง ชื่อหลักสูตรและจำนวนชั่วโมงที่ใช้อยู่ปัจจุบันสอบถามได้จากกรม
  • ชื่อและเลขใบประกอบวิชาชีพของพยาบาล ถ้าศูนย์บอกว่ามีพยาบาลประจำ

การตรวจย้อนหลังทำได้กับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพซึ่งเป็นผู้ออกใบอนุญาต ทั้งช่องทางออนไลน์และสายด่วนของกรม ช่องทางล่าสุดดูได้จากเว็บไซต์ทางการของกรม สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ กรุงเทพมหานครก็มีระบบข้อมูลสถานบริการด้านสุขภาพในพื้นที่ให้ค้นได้อีกทาง แต่ควรยึดข้อมูลจากกรมเป็นหลัก

ถ้าศูนย์บอกว่า "กำลังยื่นขออยู่" ให้ถือว่ายังไม่มีใบอนุญาต และควรขอเอกสารยืนยันการยื่นคำขอ อ่านวิธีตรวจแบบทีละขั้นได้ที่ ใบอนุญาตศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ตรวจสอบอย่างไร

ขั้นตอนตั้งแต่โทรถามจนย้ายเข้าอยู่

ขั้นตอนมาตรฐานใช้เวลาประมาณ 3 ถึง 10 วัน ถ้าเอกสารพร้อมและศูนย์มีเตียงว่าง

  1. โทรคัดกรองเบื้องต้น แจ้งอาการ น้ำหนัก การเคลื่อนไหว สายที่มี และโรคประจำตัว เพื่อให้ศูนย์ประเมินว่ารับได้ไหมและอยู่เรตไหน
  2. นัดเข้าชมสถานที่ ควรไปดูจริงทุกที่ที่จะเลือก และไปให้เห็นทั้งพื้นที่ส่วนกลางและห้องนอนจริงที่ผู้สูงอายุจะอยู่
  3. ประเมินอาการอย่างเป็นทางการ บางศูนย์ส่งพยาบาลไปประเมินที่โรงพยาบาลหรือที่บ้านก่อน
  4. รับใบเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษร ต้องระบุว่ารวมอะไรและไม่รวมอะไร
  5. เตรียมเอกสาร สำเนาบัตรประชาชนผู้สูงอายุและผู้ดูแลหลัก ใบสรุปการรักษาหรือใบส่งตัว รายการยาปัจจุบัน และข้อมูลสิทธิการรักษา
  6. อ่านและเซ็นสัญญา ดูเรื่องเงินประกัน การขึ้นราคา เงื่อนไขการบอกเลิก และกรณีต้องส่งโรงพยาบาล
  7. วันย้ายเข้า ส่งมอบยา ของใช้ และทำความเข้าใจตารางเยี่ยม
  8. สัปดาห์แรก ช่วงปรับตัวที่ควรเยี่ยมบ่อยและจดสิ่งที่สังเกตเห็นไว้

รายละเอียดเอกสารและจุดที่ควรแก้ในสัญญาอยู่ใน ขั้นตอนเข้าศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ เอกสารและสัญญา

ปัญหาและกลโกงที่พบบ่อย

ปัญหาที่ร้องเรียนกันมากที่สุดไม่ใช่การโกงเงินก้อนใหญ่ แต่เป็นราคาที่งอกทีหลังและการดูแลที่ไม่ตรงกับที่ตกลงไว้

  • ราคาป้ายต่ำ แต่บวกเพิ่มทีหลัง เช่น คิดค่าดูแลเพิ่มเมื่อผู้สูงอายุอาการแย่ลงโดยไม่ได้แจ้งเกณฑ์ไว้ก่อน
  • บอกว่ามีพยาบาล 24 ชั่วโมง แต่จริง ๆ มาเป็นรอบ ให้ถามว่าพยาบาลอยู่เวรกี่คน กะไหนบ้าง และขอดูตารางเวร
  • ไม่ให้เยี่ยมกะทันหัน อ้างเหตุผลต่าง ๆ จนญาติไม่มีโอกาสเห็นสภาพจริง
  • เงินประกันไม่คืน เพราะสัญญาเขียนเงื่อนไขการหักไว้กว้างเกินไป
  • ไม่มีใบอนุญาต และเลี่ยงตอบเมื่อถูกถามตรง ๆ
  • ให้โอนเงินเข้าบัญชีบุคคลธรรมดา โดยไม่มีใบเสร็จในนามกิจการ

สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบตรวจสอบคือ กลิ่นในอาคาร ผู้สูงอายุถูกมัดหรือถูกให้ยานอนหลับเกินความจำเป็น แผลกดทับที่เกิดใหม่ และน้ำหนักที่ลดผิดปกติ ถ้าพบควรบันทึกไว้เป็นหลักฐานและร้องเรียนตามช่องทางราชการ อ่านต่อที่ ปัญหาศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ที่ต้องระวังก่อนจ่ายเงิน และสัญญาณว่าถึงเวลาย้ายศูนย์ที่ สัญญาณว่าควรย้ายศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ

Checklist ก่อนจ่ายเงินงวดแรก

ใช้รายการนี้เช็กให้ครบก่อนโอนเงิน ถ้ามีข้อไหนตอบไม่ได้ ให้ชะลอไว้ก่อน

  • [ ] เห็นใบอนุญาตประกอบกิจการและจดเลขที่ไว้แล้ว
  • [ ] รู้ชื่อผู้ดำเนินการและมีเบอร์ติดต่อโดยตรง
  • [ ] มีใบเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษรที่ระบุสิ่งที่รวมและไม่รวม
  • [ ] รู้เงื่อนไขการปรับราคาเมื่ออาการเปลี่ยน เขียนไว้ในสัญญาแล้ว
  • [ ] รู้เงื่อนไขคืนเงินประกันและระยะเวลาคืน
  • [ ] รู้ว่าถ้าต้องส่งโรงพยาบาล ใครตัดสินใจ ส่งที่ไหน และค่าใช้จ่ายใครออก
  • [ ] รู้เวลาเยี่ยมและช่องทางขอดูภาพหรือรายงานประจำวัน
  • [ ] ได้เห็นห้องจริงที่ผู้สูงอายุจะอยู่ ไม่ใช่ห้องตัวอย่าง
  • [ ] ใบเสร็จออกในนามกิจการ และโอนเข้าบัญชีชื่อกิจการ
  • [ ] มีแผนสำรองถ้าศูนย์แจ้งว่าดูแลต่อไม่ไหว

คำถามที่ครอบครัวถามบ่อย

ควรเริ่มหาศูนย์ตอนไหน ควรเริ่มดูตั้งแต่ก่อนออกจากโรงพยาบาลอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ถ้ารอถึงวันกลับบ้านมักเหลือตัวเลือกไม่กี่ที่และต่อรองราคาไม่ได้

ต้องมัดจำล่วงหน้าไหม ส่วนใหญ่เก็บเงินประกันประมาณเท่ากับค่าบริการ 1 เดือน และคืนเมื่อย้ายออกหลังหักค่าใช้จ่ายค้างชำระ ควรให้เขียนเงื่อนไขการคืนไว้ในสัญญา

ผู้สูงอายุไม่ยอมไปทำอย่างไร วิธีที่ได้ผลกว่าการบังคับคือพาไปเยี่ยมชมด้วยกัน เริ่มจากเดย์แคร์ก่อน หรือทดลองอยู่ระยะสั้นแล้วค่อยตัดสินใจ

ย้ายศูนย์กลางเดือนได้ไหม ได้ แต่ต้องดูเงื่อนไขการบอกกล่าวล่วงหน้าในสัญญา ส่วนใหญ่กำหนดให้แจ้งล่วงหน้า 15 ถึง 30 วัน ไม่เช่นนั้นอาจถูกหักเงินประกัน

มีสิทธิหรือเงินช่วยเหลือจากรัฐไหม มีหลายรายการที่เกี่ยวข้อง เช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ระบบการดูแลระยะยาวสำหรับผู้มีภาวะพึ่งพิง บัตรประจำตัวคนพิการ และการลดหย่อนภาษีค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา เงื่อนไขและวงเงินเปลี่ยนได้ตามปี แนะนำให้สอบถามหน่วยงานที่รับผิดชอบแต่ละรายการโดยตรง เช่น สำนักงานเขตสำหรับเบี้ยยังชีพ และกรมสรรพากรสำหรับการลดหย่อนภาษี ก่อนวางแผนค่าใช้จ่าย

อ่านต่อแบบเจาะลึก

ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะราย

ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะราย เว็บไซต์เป็นเพียงสมุดรายชื่อ ไม่ใช่คู่สัญญาหรือผู้ให้บริการ

บทความแนะนำ

ตารางราคากลาง (พ.ศ. 2569 โดยประมาณ)

บริการราคาต่ำราคาสูงหน่วยหมายเหตุ
ศูนย์ดูแล ผู้สูงอายุช่วยเหลือตัวเองได้ ห้องรวม12,00022,000บาท/เดือนห้อง 4 ถึง 8 เตียง รวมอาหาร 3 มื้อและของว่าง
ศูนย์ดูแล ผู้สูงอายุช่วยเหลือตัวเองได้ ห้องเดี่ยว22,00045,000บาท/เดือนห้องส่วนตัว บางแห่งมีห้องน้ำในตัว
ศูนย์ดูแล ผู้ป่วยติดเตียง ห้องรวม18,00030,000บาท/เดือนรวมพลิกตัว เช็ดตัว ดูแลแผลกดทับเบื้องต้น
ศูนย์ดูแล ผู้ป่วยติดเตียงที่มีสายให้อาหารหรือสายสวนปัสสาวะ22,00038,000บาท/เดือนค่าบริการมักบวกเพิ่มจากเรตติดเตียงปกติ
ศูนย์ดูแล ผู้ป่วยเจาะคอหรือต้องดูดเสมหะบ่อยขึ้นกับระดับการดูแล ขอใบเสนอราคาขึ้นกับระดับการดูแล ขอใบเสนอราคาบาท/เดือนต้องมีพยาบาลวิชาชีพอยู่เวร ไม่ใช่ทุกศูนย์รับ
ศูนย์ดูแล ผู้สูงอายุภาวะสมองเสื่อมขึ้นกับระดับการดูแล ขอใบเสนอราคาขึ้นกับระดับการดูแล ขอใบเสนอราคาบาท/เดือนต้องมีระบบกันเดินออกนอกอาคารและอัตราส่วนผู้ดูแลสูงขึ้น
เดย์แคร์ ไปเช้าเย็นกลับ5001,500บาท/วันบางแห่งมีแพ็กเกจรายเดือน 8,000 ถึง 18,000 บาท
ผู้ดูแลอยู่ประจำที่บ้าน (อยู่กินที่บ้าน หยุด 1 ถึง 4 วัน/เดือน)15,00028,000บาท/เดือนยังไม่รวมค่าอาหารและค่าที่พัก
ผู้ดูแลไปกลับที่บ้าน กะ 12 ชั่วโมง7001,500บาท/วันเรตกลางคืนและวันหยุดมักสูงกว่า
พยาบาลวิชาชีพเฝ้าไข้ที่บ้านหรือที่โรงพยาบาล1,5003,500บาท/เวรเวรละ 8 ถึง 12 ชั่วโมง ขึ้นกับความซับซ้อนของเคส
นักกายภาพบำบัดถึงบ้าน8002,500บาท/ครั้งครั้งละ 45 ถึง 60 นาที มักขายเป็นคอร์ส
ค่าแรกเข้าหรือเงินประกัน01 เดือนบาทหลายแห่งเก็บเท่าค่าบริการ 1 เดือนและคืนเมื่อย้ายออก
ค่ารถรับส่งไปโรงพยาบาลตามนัด8003,000บาท/เที่ยวคิดตามระยะทางและมีเจ้าหน้าที่ไปด้วยหรือไม่
ค่าผ้าอ้อมและของใช้ส่วนตัว1,5004,000บาท/เดือนส่วนใหญ่ **ไม่รวม** ในค่าบริการรายเดือน

ราคาเป็นช่วงโดยประมาณจากการสำรวจตลาด ไม่ใช่อัตราทางการ โปรดขอใบเสนอราคาจากผู้ให้บริการโดยตรง

คำถามที่พบบ่อย

ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ เดือนละเท่าไหร่

ปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 12,000 ถึง 50,000 บาทต่อเดือนโดยประมาณ ขึ้นกับระดับการดูแลเป็นหลัก ผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองได้และอยู่ห้องรวมจะอยู่ปลายล่างของช่วง ส่วนผู้ป่วยติดเตียงที่มีสายให้อาหารหรือต้องดูดเสมหะจะอยู่ปลายบน ราคาจริงต้องให้ศูนย์ประเมินอาการก่อน

ราคาที่ศูนย์บอก รวมอะไรบ้าง

ส่วนใหญ่รวมที่พัก อาหาร 3 มื้อ ของว่าง และการดูแลประจำวัน แต่มักไม่รวมผ้าอ้อมและของใช้ส่วนตัวประมาณ 1,500 ถึง 4,000 บาทต่อเดือน ค่ารถไปโรงพยาบาลตามนัด ค่ากายภาพบำบัด และเวชภัณฑ์เฉพาะ ควรขอใบเสนอราคาที่ระบุสิ่งที่ไม่รวมเป็นลายลักษณ์อักษร

ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุต้องมีใบอนุญาตไหม

ต้องมี ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุอยู่ภายใต้การกำกับของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 สิ่งที่ควรขอดูคือใบอนุญาตประกอบกิจการและใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการ ถ่ายรูปเลขที่ไว้แล้วตรวจย้อนหลังกับหน่วยงานได้

ตรวจสอบใบอนุญาตของศูนย์ได้ที่ไหน

ตรวจได้กับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพซึ่งเป็นหน่วยงานผู้ออกใบอนุญาต ทั้งช่องทางออนไลน์และสายด่วนของกรม ช่องทางล่าสุดดูได้จากเว็บไซต์ทางการของกรม สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ กรุงเทพมหานครก็มีระบบข้อมูลสถานบริการด้านสุขภาพในพื้นที่ให้ค้นได้อีกทาง แต่ควรยึดข้อมูลจากกรมเป็นหลัก

ควรเริ่มหาศูนย์ตอนไหน

ควรเริ่มดูก่อนวันออกจากโรงพยาบาลอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพราะขั้นตอนตั้งแต่โทรถามจนย้ายเข้าอยู่ใช้เวลาประมาณ 3 ถึง 10 วัน ถ้ารอถึงวันสุดท้าย มักเหลือตัวเลือกไม่กี่แห่ง ต่อรองไม่ได้ และไม่มีเวลาไปดูสถานที่จริง

ไปดูศูนย์ต้องดูอะไรบ้าง

ให้เชื่อกลิ่น เสียง และสภาพของผู้สูงอายุที่อยู่ในนั้นมากกว่าคำอธิบายของคนพาชม ขอดูห้องนอนจริงที่จะอยู่ ไม่ใช่ห้องตัวอย่าง ดูราวจับและพื้นกันลื่นในห้องน้ำ และถามอัตราส่วนผู้ดูแลทั้งกะกลางวันและกะกลางคืนเป็นตัวเลข

ดูแลที่บ้าน กับ ส่งศูนย์ อย่างไหนดีกว่า

ถ้าผู้สูงอายุยังเดินได้ กินทางปากได้ และบ้านปรับให้ปลอดภัยได้ การอยู่บ้านมักดีกว่าทั้งค่าใช้จ่ายและการปรับตัว แต่ถ้าต้องดูดเสมหะ ให้อาหารทางสาย มีแผลกดทับ หรือมีภาวะสมองเสื่อมที่เดินออกนอกบ้าน ศูนย์ที่มีทีมสลับเวรมักปลอดภัยกว่า

ต้องวางเงินประกันหรือค่าแรกเข้าไหม

ส่วนใหญ่เก็บเงินประกันประมาณเท่ากับค่าบริการ 1 เดือน และคืนเมื่อย้ายออกหลังหักค่าใช้จ่ายค้างชำระ สิ่งที่ต้องทำคือให้เขียนไว้ในสัญญาว่าคืนภายในกี่วันและหักอะไรได้บ้าง เพราะข้อพิพาทเรื่องเงินประกันมักเกิดจากเงื่อนไขที่เขียนกว้างเกินไป

ผู้สูงอายุไม่ยอมไปอยู่ศูนย์ ทำอย่างไร

วิธีที่ได้ผลกว่าการบังคับคือพาไปเยี่ยมชมด้วยกันและให้มีส่วนเลือกเอง เริ่มจากเดย์แคร์แบบไปเช้าเย็นกลับก่อน หรือทดลองอยู่ระยะสั้น การขอกลับบ้านในสัปดาห์แรกเป็นเรื่องปกติของช่วงปรับตัวซึ่งใช้เวลาประมาณ 2 ถึง 8 สัปดาห์

มีสิทธิหรือเงินช่วยเหลือจากรัฐไหม

มีหลายรายการที่เกี่ยวข้อง เช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ระบบการดูแลระยะยาวสำหรับผู้มีภาวะพึ่งพิง บัตรประจำตัวคนพิการ และการลดหย่อนภาษีค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา เงื่อนไขและวงเงินเปลี่ยนตามปี ควรสอบถามหน่วยงานที่รับผิดชอบแต่ละรายการโดยตรง เช่น สำนักงานเขตสำหรับเบี้ยยังชีพ และกรมสรรพากรสำหรับการลดหย่อนภาษี ก่อนวางแผนค่าใช้จ่าย