รับจ้างทั่วไทย

ค่าซ่อมคอม โน๊ตบุ๊ค มือถือ 2569 ราคาเท่าไร แยกตามอาการ

อัปเดต 2569/09 · หมวด ร้านซ่อมคอมพิวเตอร์ ซ่อมมือถือ

ค่าซ่อมมือถือในกรุงเทพฯ ปี 2569 ส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 500 ถึง 9,000 บาทต่อครั้ง ส่วนคอมและโน้ตบุ๊กอยู่ราว 300 ถึง 8,000 บาท งานที่แพงกว่านี้มักเป็นจอรุ่นเรือธง MacBook และการกู้ข้อมูลระดับฮาร์ดแวร์

ตัวที่กำหนดราคาคือ รุ่นเครื่องและเกรดอะไหล่ ค่าแรงช่างมักเป็นส่วนน้อยของบิล งานเดียวกันจึงต่างกันได้หลายเท่าระหว่างรุ่น

ค่าซ่อมมือถือแยกตามอาการ

งานที่คนส่งซ่อมบ่อยคือเปลี่ยนแบตกับเปลี่ยนจอ ซึ่งเป็นงานที่ร้านส่วนใหญ่มีอะไหล่พร้อมและราคาคาดเดาได้ง่ายที่สุด

อาการ / งานราคาโดยประมาณ (บาท)หมายเหตุ
แบตเสื่อม เครื่องดับเอง500 ถึง 2,500แบตความจุเพิ่มหรือเกรดสูงแพงกว่า
จอแตก ทัชยังใช้ได้ (Android ทั่วไป)800 ถึง 3,500จอ LCD ถูกกว่าจอ OLED
จอแตก รุ่นเรือธง จอโค้ง3,000 ถึง 12,000จอพับแพงกว่านี้มาก ขอใบเสนอราคา
จอแตก iPhone ที่ร้านทั่วไป1,500 ถึง 9,000ขึ้นกับรุ่นและจอแท้หรือจอเทียบ
ชาร์จไม่เข้า หลวม400 ถึง 1,500บางครั้งแค่ทำความสะอาดช่อง
กระจกหลังแตก800 ถึง 4,000บางรุ่นต้องใช้เลเซอร์ลอกกระจก
ลำโพงหรือไมค์ไม่มีเสียง400 ถึง 1,500เช็กก่อนว่าเป็นที่ตั้งค่าหรือไม่
กล้องเบลอ กล้องไม่ติด800 ถึง 4,000กล้องหลายตัวแยกราคากัน
ตกน้ำ ล้างบอร์ด500 ถึง 2,500ไม่มีร้านไหนรับรองผลได้
เปิดไม่ติด ซ่อมบอร์ดขึ้นกับรุ่นและอะไหล่ ขอใบเสนอราคาขึ้นกับชิ้นส่วนที่เสีย

ตัวเลขเป็นช่วงโดยประมาณของร้านทั่วไปในกรุงเทพฯ พ.ศ. 2569 รวมค่าอะไหล่และค่าแรงแล้ว

ค่าซ่อมคอมและโน้ตบุ๊กแยกตามอาการ

งานคอมที่ถูกที่สุดคืองานซอฟต์แวร์ ส่วนงานที่แพงคือจอและบอร์ด

อาการ / งานราคาโดยประมาณ (บาท)หมายเหตุ
เครื่องช้า ลงวินโดวส์ใหม่300 ถึง 800ไม่รวมค่าลิขสิทธิ์
สำรองข้อมูลก่อนลงระบบ300 ถึง 1,000ขึ้นกับปริมาณไฟล์
เครื่องร้อน พัดลมดัง ล้างเครื่อง400 ถึง 1,200รวมเปลี่ยนซิลิโคน
อัปเกรด SSD1,200 ถึง 3,000รวมค่าอุปกรณ์ความจุเริ่มต้น
คีย์บอร์ดเสีย800 ถึง 2,500รุ่นที่ติดบอดี้แพงกว่า
แบตโน้ตบุ๊กเสื่อม1,200 ถึง 3,500ขึ้นกับยี่ห้อ
จอโน้ตบุ๊กแตก เป็นเส้น2,000 ถึง 7,000จอสัมผัสแพงกว่า
เปิดไม่ติด ซ่อมบอร์ดขึ้นกับรุ่นและอะไหล่ ขอใบเสนอราคาต้องให้ร้านตรวจก่อน
คอมตั้งโต๊ะ พาวเวอร์ซัพพลายเสีย800 ถึง 3,000รวมค่าอุปกรณ์

MacBook เป็นกรณีพิเศษ จอและบอร์ดของรุ่นใหม่มักแพงกว่าโน้ตบุ๊กทั่วไปมาก จึงควรขอใบเสนอราคาเฉพาะรุ่นก่อนตัดสินใจเสมอ

ทำไมงานเดียวกันราคาต่างกันหลายเท่า

ราคาต่างกันเพราะเกรดอะไหล่ต่างกันเป็นหลัก รองลงมาคือระยะประกันและฝีมือช่าง

1. เกรดอะไหล่

ร้านซ่อมทั่วไปมักมีอะไหล่ให้เลือกหลายเกรด ชื่อเรียกต่างกันไปตามร้าน แต่แบ่งกว้าง ๆ ได้ 3 กลุ่ม

  • อะไหล่แท้จากผู้ผลิต คุณภาพตรงตามเครื่อง ราคาสูงสุด หาได้ยากนอกศูนย์บริการ
  • อะไหล่แท้ถอดเครื่อง ถอดจากเครื่องอื่นที่เสีย คุณภาพใกล้ของแท้แต่อายุใช้งานไม่แน่นอน
  • อะไหล่เทียบ ผลิตโดยผู้ผลิตรายอื่น ราคาถูกกว่ามาก คุณภาพต่างกันตามแหล่ง

จอเทียบบางตัวสีเพี้ยน สว่างน้อยกว่า หรือกินแบตมากกว่า ส่วนแบตเทียบบางก้อนความจุจริงต่ำกว่าที่เขียนไว้ การรู้เกรดก่อนจ่ายเงินจึงสำคัญกว่าการดูราคาอย่างเดียว

2. ระยะประกันงานซ่อม

ร้านที่ให้ประกันยาวกว่ามักตั้งราคาสูงกว่า เพราะต้องเผื่อค่าซ่อมซ้ำ ระยะประกันที่พบในตลาดอยู่ราว 1 ถึง 6 เดือนตามชนิดอะไหล่

3. ความยากของงาน

รุ่นที่ต้องถอดหลายชั้น ใช้กาวแรง หรือต้องใช้เครื่องมือเฉพาะ จะมีค่าแรงสูงกว่า เช่น งานกระจกหลังหรืองานบอร์ด

ค่าใช้จ่ายที่มักไม่อยู่ในราคาหน้าร้าน

ราคาที่ติดหน้าร้านหรือประกาศออนไลน์มักเป็นราคาเริ่มต้นของรุ่นที่ถูกที่สุด ค่าใช้จ่ายที่อาจตามมามีดังนี้

  • ค่าตรวจเช็กอาการ ถ้าตัดสินใจไม่ซ่อม
  • ค่าลิขสิทธิ์ Windows และ Office ในงานลงโปรแกรม
  • ค่าย้ายข้อมูลหรือสำรองข้อมูลก่อนซ่อม
  • ค่ากาวกันน้ำหรือซีลใหม่ ในรุ่นที่ต้องเปิดฝาหลัง
  • ค่าบริการด่วนเมื่อต้องการรับเครื่องภายในวัน
  • ค่าส่งเครื่องไปซ่อมต่อที่อื่น ถ้าร้านซ่อมเองไม่ได้

วิธีกันที่ง่ายที่สุดคือถามคำถามเดียวให้ชัด "ราคานี้รวมทุกอย่างจนรับเครื่องกลับบ้านแล้วหรือยัง"

ศูนย์บริการของแบรนด์คิดราคาอย่างไร

ศูนย์บริการใช้อะไหล่จากผู้ผลิตและคิดตามอัตราของแบรนด์ ราคาจึงมักสูงกว่าร้านทั่วไปแต่คาดเดาได้ ตัวเลขเปลี่ยนตามรุ่นและเวลา ควรเช็กจากช่องทางของแบรนด์โดยตรง

ถ้าเครื่องยังอยู่ในประกันและอาการไม่ได้เกิดจากการตกหรือโดนน้ำ การซ่อมที่ศูนย์อาจไม่มีค่าใช้จ่าย เงื่อนไขนี้ต่างกันตามแบรนด์ ควรอ่านเอกสารประกันของเครื่องก่อน

เทียบราคา 3 ร้านอย่างไรให้ยุติธรรม

เทียบราคาได้ยุติธรรมเมื่อทุกร้านเสนอราคาบนเงื่อนไขเดียวกัน คือรุ่นเดียวกัน อาการเดียวกัน เกรดอะไหล่เดียวกัน

  1. จดรุ่นเครื่องให้ตรง เช่น รุ่นย่อยและความจุ
  2. อธิบายอาการชุดเดียวกันกับทุกร้าน
  3. ถามราคาแยกตามเกรดอะไหล่
  4. ถามระยะประกันและสิ่งที่ประกันครอบคลุม
  5. ถามระยะเวลาซ่อมและค่าใช้จ่ายถ้าตัดสินใจไม่ซ่อม

จากนั้นเทียบ "ราคาต่อเดือนของประกัน" แบบคร่าว ๆ ร้านที่แพงกว่า 300 บาทแต่ประกันนานกว่า 3 เดือน อาจคุ้มกว่าในงานที่เสี่ยงเสียซ้ำอย่างจอและแบต

ข้อมูลทั่วไป ราคาและเงื่อนไขขึ้นกับแต่ละร้าน โปรดขอใบเสนอราคา เว็บไซต์เป็นเพียงสมุดรายชื่อ ไม่ใช่คู่สัญญาหรือผู้ให้บริการ

อ่านต่อ