วิธีดูแลสูทให้ใช้ได้นาน และแก้ทรงสูทอะไรได้บ้าง
อัปเดต 2569/09 · หมวด ร้านตัดสูท ตัดเสื้อ
สูทใช้ได้นานหลายปีถ้าทำ 3 อย่างนี้ คือ แขวนด้วยไม้แขวนไหล่กว้าง พักอย่างน้อย 1 วันระหว่างใส่ และซักแห้งเฉพาะเมื่อจำเป็น ส่วนการแก้ทรง เอว แขน และขากางเกงแก้ได้ง่าย แต่ไหล่และความยาวตัวเสื้อแก้ได้ยาก
อากาศร้อนชื้นเพิ่มความเสี่ยงเรื่องเหงื่อ เชื้อรา และแมลงกินผ้า บทความนี้จึงรวมวิธีดูแลที่เหมาะกับสภาพอากาศแบบนี้ และสิ่งที่ควรรู้ก่อนส่งสูทไปแก้ทรง
ดูแลสูทหลังใส่ทุกครั้ง
การดูแลหลังใส่ใช้เวลาไม่กี่นาที แต่ช่วยยืดอายุสูทได้มากที่สุด
- ถอดแล้วแขวนทันที ใช้ไม้แขวนไหล่กว้างที่รับทรงไหล่ ไม่ใช้ไม้แขวนลวด
- เอาของออกจากกระเป๋า กุญแจ โทรศัพท์ และกระเป๋าสตางค์ทำให้กระเป๋าเสียทรง
- ปลดกระดุมทุกเม็ด ให้ผ้าคืนตัวตามธรรมชาติ
- แปรงผ้า ใช้แปรงขนนุ่มปัดฝุ่นตามแนวเส้นผ้า
- พักอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ก่อนใส่ซ้ำ ให้ความชื้นจากเหงื่อระเหยและรอยยับคืนตัว
ถ้าใส่สูททุกวัน การมีอย่างน้อย 2 ชุดสลับกันจะช่วยให้แต่ละชุดใช้ได้นานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
รีดหรือใช้ไอน้ำ
ไอน้ำปลอดภัยกับสูทมากกว่าเตารีดโดยตรง
- ใช้เครื่องพ่นไอน้ำห่างจากผ้าเล็กน้อย รอยยับจะคลายเอง
- ถ้าจำเป็นต้องรีด ให้วางผ้าบางคั่นระหว่างเตารีดกับผ้าสูท และตั้งความร้อนตามชนิดผ้า
- ไม่รีดทับปกเสื้อจนแบน เพราะปกที่ดีควรม้วนตัวตามธรรมชาติ
- สูทที่โครงเป็นแบบรีดกาว ระวังความร้อนสูงนาน ๆ เพราะอาจทำให้ผ้าพอง
ซักแห้งบ่อยแค่ไหน
ซักแห้งเฉพาะเมื่อเปื้อนหรือมีกลิ่นที่แปรงและผึ่งลมแล้วไม่หาย โดยทั่วไปปีละ 1 ถึง 3 ครั้งสำหรับสูทที่ใส่ประจำ
การซักแห้งบ่อยเกินไปทำให้เส้นใยผ้าแห้งกระด้างและเงาเร็วขึ้น ถ้าเปื้อนเป็นจุด ลองเช็ดเฉพาะจุดก่อน หรือให้ร้านซักแห้งทำความสะอาดเฉพาะจุด
ข้อสำคัญ ส่งเสื้อและกางเกงไปซักพร้อมกันเสมอ เพื่อให้สีผ้าซีดเท่ากัน
เก็บสูทในอากาศร้อนชื้น
เชื้อราและแมลงกินผ้าเป็นศัตรูหลักของสูทวูลในอากาศแบบนี้
| ความเสี่ยง | วิธีป้องกัน |
|---|---|
| เชื้อรา | เก็บในตู้ที่มีอากาศถ่ายเท ใช้สารดูดความชื้น ไม่เก็บสูทที่ยังชื้นเหงื่อ |
| แมลงกินผ้า | ใช้ไม้หอมหรือสารไล่แมลงสำหรับเสื้อผ้า ตรวจสูทที่ไม่ได้ใส่นาน |
| ผ้าเสียทรง | แขวนไม้แขวนไหล่กว้าง ไม่พับเก็บนาน |
| ฝุ่นและแสงแดด | ใช้ถุงผ้าระบายอากาศ ไม่ใช้ถุงพลาสติกจากร้านซักแห้งเก็บระยะยาว |
สูทที่เก็บนานหลายเดือน เช่น ชุดงานพิธีที่ใส่ปีละครั้ง ควรนำออกมาผึ่งลมในที่ร่มอย่างน้อยทุก 2 ถึง 3 เดือน
แก้ทรงอะไรได้บ้าง
งานแก้ทรงแบ่งตามความยากได้ 3 ระดับ
| ระดับ | งานแก้ | ค่าแก้โดยประมาณ (บาท) |
|---|---|---|
| ง่าย | ตัดขากางเกง แก้เอวกางเกง | 100 ถึง 400 ต่อจุด |
| ปานกลาง | แก้เอวเสื้อสูท ความยาวแขนเสื้อ | 300 ถึง 1,500 ต่อจุด |
| ปานกลาง | เปลี่ยนซับใน | 800 ถึง 2,500 ต่อตัว |
| ยาก | แก้ไหล่ ลดความยาวตัวเสื้อ | ขึ้นกับผ้าและแบบ ขอใบเสนอราคา |
| แทบทำไม่ได้ | ขยายไหล่ เพิ่มความยาวตัวเสื้อ | มักไม่คุ้ม |
การขยายขนาดทำได้เท่าที่ผ้าเผื่อตะเข็บเหลืออยู่ สูทสั่งตัดมักเผื่อตะเข็บไว้มากกว่าสูทสำเร็จรูปราคาประหยัด จึงขยายเอวได้มากกว่า ให้ถามร้านที่ตัดว่าเผื่อไว้ตรงไหนบ้าง
แก้ทรงเมื่อน้ำหนักตัวเปลี่ยน
- น้ำหนักลดลง ส่วนใหญ่แก้ได้ โดยลดเอวเสื้อ เอวกางเกง และสะโพก แต่ถ้าไหล่แคบลงด้วย สูทอาจดูใหญ่เกินตัวแม้จะแก้เอวแล้ว
- น้ำหนักเพิ่มขึ้น แก้ได้จำกัดตามผ้าเผื่อตะเข็บ ถ้าติดกระดุมแล้วยังตึงหลังปล่อยตะเข็บจนสุด อาจต้องพิจารณาตัดใหม่
ถ้าน้ำหนักเปลี่ยนเกินประมาณ 5 กิโลกรัม ลองให้ช่างประเมินก่อนว่าแก้คุ้มหรือตัดใหม่คุ้มกว่า
เลือกร้านแก้ทรงอย่างไร
งานแก้สูทต่างจากงานแก้เสื้อผ้าทั่วไป เพราะต้องรื้อซับในและเย็บกลับให้เรียบ
- ถามร้านว่าเคยแก้สูทหรือไม่ และขอดูงานแก้ที่เสร็จแล้ว
- ส่งสูทกลับไปร้านที่ตัดเดิมถ้าทำได้ เพราะรู้โครงและผ้าเผื่อของชุดนั้น
- ให้ร้านลองตัวก่อนแก้ ไม่ใช่วัดจากชุดอย่างเดียว
- ขอราคาต่อจุดและวันรับชุดก่อนเริ่มงาน
ข้อมูลทั่วไป ราคาและเงื่อนไขขึ้นกับแต่ละร้าน โปรดขอใบเสนอราคา เว็บไซต์เป็นเพียงสมุดรายชื่อ ไม่ใช่คู่สัญญาหรือผู้ให้บริการ